‘ปลากดคัง’ ชูยุทธศาสตร์ Solopreneur Economy ผลักดันแนวคิดการออกแบบโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่มี AI เป็นกระดูกสันหลัง ปักธงจังหวัดพิษณุโลก แซนด์บ็อกซ์แห่งแรกในไทย สร้างสรรค์พื้นที่เชื่อมคน ความรู้ และโอกาสเข้าไว้ด้วยกัน เตรียมต่อยอดความสำเร็จสู่ทั่วประเทศในอนาคต
ในวันที่โลกพูดถึงธุรกิจขนาดใหญ่ และการควบรวมกิจการ แต่แพลตฟอร์ม "ปลากดคัง" เลือกที่จะให้ความสำคัญกับ Solopreneur หรือ “ผู้ประกอบการเดี่ยว”
บวรเดช หล้าแหล่ง ซีอีโอ บริษัท ปลากดคัง สตาร์ทอัพ จำกัด incubator รูปแบบใหม่ ที่มุ่งสร้างระบบสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเดี่ยวสามารถเติบโตได้จริง ภายใต้แนวคิดการออกแบบโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ “Solopreneur Economy” ที่มี AI เป็นกระดูกสันหลัง กล่าวว่า หากมองลึกลงไปในโครงสร้างแรงงานไทย พบแรงงานอิสระกว่า 20.2 ล้านคน และ SMEs ซึ่งรวมถึงธุรกิจรายบุคคล คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 99.5% ของธุรกิจทั้งประเทศ ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ แต่คือ “ภูมิทัศน์เศรษฐกิจใหม่ (New Economic Landscape)” ที่กำลังเกิดขึ้น นำมาสู่จุดเริ่มต้นของแนวคิดและออกแบบ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่สามารถเปลี่ยนคนตัวเล็กให้กลายเป็นกำลังผลิตที่ทรงพลังของประเทศ
“ในอดีตหนึ่งคนอาจทำได้แค่เป็นฟรีแลนซ์ แต่ในยุคนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม คนหนึ่งคนสามารถมีผลิตภาพ (Productivity) เทียบเท่าธุรกิจทั้งบริษัทได้” บวรเดช กล่าว
Solo Smart Sustainable สะท้อน Local Branding ที่จริงใจ
บวรเดช กล่าวว่า ชื่อ “ปลากดคัง” มาจากปลาประจำจังหวัดพิษณุโลกที่มีนิสัย ชอบอยู่ตัวเดียว ทวนกระแสน้ำ และมีความสง่างาม ซึ่งสะท้อนตัวตนของ Solopreneur ได้ชัดเจนที่สุดครับ ในเชิง Branding ความเป็น Local คือความจริงใจ (Authenticity) ส่วน World-Class คือมาตรฐานและเทคโนโลยีที่เรามอบให้ ผ่านโครงสร้างการทำงาน ความรู้เชิงธุรกิจ การเชื่อมต่อทรัพยากรและการทำงานร่วมกับนักลงทุนพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดสภาพแวดล้อม และเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการเดี่ยว สามารถพัฒนาธุรกิจให้มั่นคง ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่
พร้อมกันนี้ก็ได้นำ ปรัชญา “Bonsai Growth” ที่บ่งบอกถึงความสง่างามแบบบอนไซมาสื่อสารวิสัยทัศน์ที่ว่า “ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่ต้องเติบโตอย่างมีคุณค่าที่สุด” ซึ่งถือเป็น Universal Truth ที่นักธุรกิจทั่วโลกให้การยอมรับ โดยมี 3Ss Solo Smart Sustainable เป็นแนวทางที่ Solopreneur ต้องมี เพื่อเน้นย้ำถึง การใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดที่สุด เพื่อสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องตัวใหญ่จนเทอะทะ
AI Co-founder กระดูกสันหลังทางธุรกิจ
บวรเดช กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ในฐานะ "AI Co-founder" มีความลึกซึ้งกว่าการเป็นแค่เครื่องมือทางธุรกิจ เท่านั้น แต่มีความสำคัญเสมือนเป็น “กระดูกสันหลังทางธุรกิจ” โดยทำหน้าที่เสมือนคู่คิดอัจฉริยะที่ช่วยในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตั้งแต่การวางแผน การตลาด ไปจนถึงการเงิน ที่จะช่วยเพิ่ม “ผลิตภาพต่อหัว (Productivity per Capita)” ให้สูงขึ้น และสนับสนุน Solopreneur ให้สามารถจัดการฟังก์ชันงานที่ซับซ้อนได้ด้วยคนเพียงคนเดียว นี่คือการใช้เทคโนโลยีมาทลายข้อจำกัดด้านทรัพยากรมนุษย์ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน
เปิดตัว Solopreneur Hub ที่แรกในไทย
จังหวัดพิษณุโลก เป็นทำเลศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อม 3 ภูมิภาค และมีความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ การตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นแซนด์บ็อกซ์แห่งแรก จึงเป็นการพิสูจน์ โมเดล Local to National และเน้นย้ำถึงการสร้าง “Solopreneur Capital”อย่างจริงจังในส่วนภูมิภาค
“Plakod’s Common” พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เป็นแค่สถานที่ทำงานเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่สร้างชุมชนของผู้ประกอบการเดี่ยว ขณะเดียวกันก็มีทั้ง “Bonsai Hall” และกิจกรรม “Saturday’s Bonsai Talk” เข้ามาในมิติการเรียนรู้และการเติบโต สะท้อนแนวคิดเรื่อง การสร้าง Brand Community ของ “ปลากดคัง” ที่เชื่อมคน ความรู้ และโอกาสเข้าไว้ด้วยกัน
โดยมี Bonsai Hall เป็นจุดตัด ระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่เรียนรู้ เป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือธุรกิจ และเครือข่ายผู้ประกอบการไว้ในที่เดียว ในขณะที่กิจกรรม Saturday’s Bonsai Talk ก็ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและคนที่อยากเริ่มธุรกิจเข้ามา Up Skill ทุกสัปดาห์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
“หัวใจของเรา คือการสร้างคุณค่าให้ผู้คนก่อน (Value Creation) และมีเป้าหมายให้ Plakod’s Common กลายเป็น High-Performance Incubator ที่บ่มเพาะไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจจริง การสร้างชุมชนที่แข็งแรงและเติบโตไปพร้อมกับ ระบบนิเวศธุรกิจ ที่ปลากดคังค่อย ๆ วางโครงสร้างไว้ให้ ซึ่งในระยะยาว นี่ไม่ใช่แค่การสร้าง Brand Community แต่คือการสร้าง Economic Community ที่มีพลังต่อเศรษฐกิจฐานรากและการแข่งขันของประเทศในยุคดิจิทัล” บวรเดช กล่าว
จัดงาน ‘Solopreneur Conference 2026’
การจัดงาน “Solopreneur Conference 2026” ที่จัดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยน (Turning Point) สำคัญที่จะบอกว่า “Solopreneur is NOW” โดยภายในงานมีการเปิดตัวเทคโนโลยี AI Co-founder และผู้ประกอบการเดี่ยว ปลากดคัง รุ่นแรก เพื่อพิสูจน์โมเดลว่าสามารถสร้างธุรกิจได้จริง
“ผมอยากให้ทุกคนที่เข้าร่วมงานได้เห็นว่า การออกแบบระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (Ecosystem Builder) โดยใช้ความฉลาดของเทคโนโลยี (AI) ผสานกับปรัชญาการเติบโตที่ยั่งยืน (Bonsai Growth) ทำให้คนเพียงคนเดียวก็สามารถทิ้งรอยประทับของความสำเร็จไว้ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจได้ รวมทั้งต้องการเห็นจังหวัดพิษณุโลกเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ และขยายไปทั่วประเทศอย่างมั่นคง เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่มาตรฐานระดับสากล นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของปลากดคัง” บวรเดช กล่าว