ต้องยอมรับว่าหลัง COVID-19 “วิ่ง” เป็นกีฬาที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก
คาดการณ์กันว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีการจัดงานวิ่งไม่ต่ำกว่า 2,000 รายการ หรือเฉลี่ยแล้วสัปดาห์ละกว่า 4 งานเป็นอย่างต่ำ
กระแสความนิยมนี้ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการวิ่งมียอดขายเติบโตอย่างล้นหลาม ทั้งรองเท้า, เสื้อผ้า, Smartwatch, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฯลฯ รวมถึงอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ก็คือ สินค้ากลุ่มฟื้นฟูหลังการวิ่ง
ปทุมรัตน์ เตชะสมบูรณากิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดจำหน่ายรองเท้าสุขภาพ Rebecca Lim's by TALON และ ศูนย์สุขภาพเท้าครบวงจร Foot Clinic by TALON ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า (Foot Specialist) อธิบายว่า แม้ว่ารองเท้าวิ่งในปัจจุบันจะมีการพัฒนาไปอย่างมาก ทั้งการออกแบบตามสรีระและลักษณะการวิ่งที่หลากหลาย แต่อาการบาดเจ็บยังคงเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยอื่น อาทิ
1. เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป หรือกล้ามเนื้อเฉพาะจุดเกิดอาการโอเวอร์โหลดจากการวิ่ง เพราะเท้าและขาถูกใช้งานย้ำๆ ตลอดเวลา จนเกิดอาการบาดเจ็บได้ด้วยตัวมันเอง
2. 70% ของผู้ที่มีปัญหาเรื่องเท้าเกิดจากการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม แม้จะเป็นรองเท้าวิ่งที่ดี แต่อาจไม่ตอบโจทย์สรีระเฉพาะของแต่ละคน หรือประเภทกีฬา เช่น การวิ่งต้องการการซัพพอร์ตที่ต่างจากการตีแบดมินตันหรือเทนนิส
3. ความเสื่อมสภาพและโครงสร้างร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและร่างกายส่วนต่างๆ จะเริ่มเสื่อมถอยลง
4. ปัญหาโครงสร้างเท้าบางอย่าง เช่น ข้อเท้าบิดล้ม
5. วิ่งเป็นกีฬาที่เท้าต้องรองรับแรงกดทับที่สูง โดยเฉพาะกับสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก แรงกดทับขณะเดินหรือวิ่งอาจสูงถึง 3 เท่าของน้ำหนักตัว
Pain Point ดังกล่าวนี้ นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจสำหรับ Foot Clinic by Talon

พรศักดิ์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟุต คลีนิค จำกัด เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะมาเป็น Foot Clinic by TALON ครอบครัวเคยทำโรงงานรองเท้าแบบ OEM ให้กับแบรนด์รองเท้าชื่อดังหลายแบรนด์มากว่า 54 ปี แต่จากปัญหาสงครามราคาและการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าจีน ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ Foot Clinic และนำแบรนด์เดิมของธุรกิจครอบครัวอย่าง Talon มาปัดฝุ่นใหม่ โดยเน้นเจาะตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพ
ล่าสุด Foot Clinic by TALON ได้มีการเปิดตัว TALON Recovery Shoes 3D นวัตกรรมรองเท้าเพื่อการฟื้นฟู (Recovery Shoes) ที่ใช้เทคโนโลยี 3D Printing เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักกีฬาที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังการแข่งขันหรือฝึกซ้อม กับกลุ่มคนที่รักสุขภาพใส่หลังออกกำลังกาย
“โดยปกติร่างกายคนเราจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติแต่ต้องใช้เวลา ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเติบโตได้ อาทิ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟูรับผลพลอยได้ เรามองเห็นโอกาสทางการตลาด จึงได้มีการนำเข้ารองเท้าฟื้นฟูเข้ามาวางจำหน่ายเป็นทางเลือกให้กับนักกีฬา”
รายละเอียดของ TALON Recovery Shoes 3D มีดังนี้
1. โครงสร้างแบบรวงผึ้ง ที่มีโครงสร้างกลวงด้านใน ซึ่งมีความแตกต่างจากรองเท้าทั่วไปที่เป็นพื้นผิวตัน ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ การซับแรงกระแทก, ช่วยการกระจายน้ำหนัก และมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถคืนตัวได้ทันทีเมื่อมีการเหยียบลงไป ทำให้รู้สึกสบายเท้า และลดความเมื่อยล้า
2. การใช้วัสดุสมัยใหม่ TPU (Thermoplastic Polyurethane) ในการพิมพ์ 3D เพื่อให้รองเท้าไม่ยุบ มีการเด้งและคืนตัวที่ดี
3. ช่วยการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและลดอาการอักเสบ
พรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายของ TALON Recovery Shoes 3D มี 4 กลุ่ม คือ
1. นักกีฬา หรือคนที่ชอบออกกำลังกายและต้องการรองเท้าฟื้นฟู รวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยพักฟื้นและผู้สูงอายุ เช่น ผู้ที่ผ่าตัดเข่า หรือผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการรองเท้าลดแรงกระแทกและช่วยเรื่องการทรงตัว
2. ผู้ที่มีอาชีพต้องยืนหรือเดินนานๆ เช่น พยาบาล แอร์โฮสเตส หรือครู เพื่อลดความเจ็บปวดจากการใช้งานเท้าหนัก
3. กลุ่มสตรีมีครรภ์
4. กลุ่มคนที่มีน้ำหนักตัวมาก

ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย ทางบริษัทมีการแบ่งช่องทางการขายเป็น 2 ประเภทคือ ตลาด B2C จะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์ กับตลาด B2B ช่องทางโรงพยาบาลผ่านคำแนะนำโดยตรงจากแพทย์
“ปีนี้เราตั้งเป้าเน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาและซื้อผลิตภัณฑ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น”
ในส่วนของคลินิก กล่าวว่าทางบริษัทเพิ่งจะมีการปรับโฉม Foot Clinic by TALON พระราม 2 ให้เป็นศูนย์สุขภาพเท้าครบวงจร ที่พร้อมตอบโจทย์ การให้บริการ ตรวจ-วินิจฉัย-ดูแลอย่างมืออาชีพ โดยมี ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า (Foot Specialist) ที่มีเพียง 3 ท่านในประเทศไทย ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
ปทุมรัตน์ ย้ำว่า สุขภาพเท้าสำคัญกับทุกมิติของการใช้ชีวิต ทุกคนควรหันมาใส่ใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเสี่ยง 3 กลุ่ม ที่ต้องดูแลเรื่องสุขภาพเท้าเป็นพิเศษ คือ
1. กลุ่มที่ทำงานที่ต้องเดิน ยืนเป็นเวลานาน เสี่ยงเจ็บฝ่าเท้า
2. กลุ่มคนสูงอายุที่กล้ามเนื้อ และวิธีการเดินจะไม่แข็งแรงเหมือนหนุ่มสาว จึงจำเป็นต้องเลือกรองเท้าดีๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
3. กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะเวลาเกิดแผลที่เท้าจะไม่รู้ตัว และแผลหายยากมาก ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจจำเป็นต้องตัดแผ่นรองเฉพาะ เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก หรือออกแบบรองเท้าเพื่อฟื้นฟูแผลให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น
