BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,634
VIEWS

เมื่อแว่นตาไม่ใช่แค่สไตล์ แต่คือการใช้งานจริง GENTLE MONSTER เปิดเกม Optical เติมประสบการณ์แว่นตาแบบครบวงจรในไทย

ม.ค. 27, 2569 N.Rotchana
ภาพรวมตลาดแว่นตาช่วงที่ผ่านมา กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “สินค้า” ไปสู่การแข่งขันด้าน“ประสบการณ์” อย่างชัดเจน ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแว่นตาสำหรับสายตาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะในตลาดไทยที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และเปิดรับแบรนด์แฟชั่นมากขึ้นต่อเนื่อง
 
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว GENTLE MONSTER เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2023 และมีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องในระดับเลขสองหลัก พร้อมกับการขยายสาขาจาก 1 แห่งเป็น 3 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น EmQuartier, Siam Paragon และ ICONSIAM
สลิล สุญาณเศรษฐกร ประธานกรรมการ บริษัท ไอไอคอมบายนด์ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยกับทางBrandAge ว่าสำหรับตลาดแว่นตาในวันนี้ ไม่สามารถนิยามด้วยคำว่าตลาดเฉพาะทางได้อีกแล้ว เพราะเส้นแบ่งระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชันแทบจะหายไป 
 
“ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน แว่นตาอาจเป็นแค่สินค้าประกอบลุค หรือเป็นของที่ซื้อเพราะจำเป็น แต่วันนี้แว่นตากลายเป็นแฟชั่นไอเท็มเต็มตัว คนใส่แว่นเพื่อสร้างลุค เพื่อคอมพลีตตัวตน และเพื่อสื่อสารความเป็นตัวเองมากขึ้น ไม่ได้มองแค่เรื่องการใช้งานอย่างเดียว”
 
ขณะเดียวกัน ภาพรวมของตลาดแฟชั่นก็เผชิญกับสภาวะที่ท้าทายจากเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนรอบด้าน ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เกิดพฤติกรรมใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือการเลือกซื้อน้อยลง แต่เลือกให้คุ้มค่ามากขึ้น โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับดีไซน์ คุณภาพ และประสบการณ์ในระยะยาวมากกว่าเดิม แบรนด์ที่ยังเติบโตได้คือแบรนด์ที่ตอบโจทย์ตรงนี้ ไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่ต้องขายเหตุผลว่าทำไมเขาถึงควรซื้อ
 
แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก แต่ประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงในระดับภูมิภาค ทั้งในแง่กำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์ และความเปิดกว้างต่อแฟชั่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และสามารถมอบประสบการณ์ที่แตกต่างได้จริง
 
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะคนไทยมีเซ้นส์เรื่องแฟชั่นสูง กล้าแต่งตัว กล้าลองของใหม่ และเปิดรับสิ่งที่ไม่เหมือนใคร ถ้าแบรนด์มีจุดยืนชัด มีประสบการณ์ที่แข็งแรง ตลาดไทยสามารถผลักแบรนด์ให้เติบโตได้เร็วมาก” สลิล เสริม
นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้จ่ายในตลาดแว่นตาและแฟชั่นจึงเปลี่ยนจากการซื้อเพราะกระแส ไปสู่การซื้อเพราะเหตุผลอย่างชัดเจน ทั้งเหตุผลด้านดีไซน์ การใช้งาน และความคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แบรนด์ต้องกลับมาปรับโครงสร้างราคาของตัวเองใหม่
 
สลิล อธิบายถึงภาพการใช้จ่ายในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนว่ากำลังซื้อหายไป แต่สะท้อนว่าผู้บริโภคมีความฉลาดเลือกมากขึ้น เพราะวันนี้ลูกค้าไม่ได้ถามว่าของชิ้นนี้ถูกหรือแพง แต่เขาถามว่ามันคุ้มไหม คุ้มกับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า คุ้มกับการใช้งาน คุ้มกับดีไซน์ คุ้มกับประสบการณ์ที่เขาได้รับ ถ้าแบรนด์ตอบคำถามนี้ไม่ได้ ต่อให้ราคาถูกแค่ไหน ลูกค้าก็ไม่ซื้อ
 
ภายใต้บริบทนี้ GENTLE MONSTER เลือกปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้นของแว่นถูกปรับลงมาอยู่ในระดับเริ่มต้น 8,000 บาท ไปจนถึง 14,000 บาท ขณะที่รุ่น Limited หรือ Collection พิเศษจะมีราคาสูงขึ้นตามความพิเศษของดีไซน์และจำนวนที่จำกัด
 
“เราไม่ได้ลดราคาเพราะตลาดไม่ดี แต่เราปรับราคาเพื่อให้ price point มันตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย แต่ยังได้คุณภาพ ดีไซน์ และประสบการณ์ในแบบ GENTLE MONSTER ครบถ้วน ลูกค้าในวันนี้มองหาความคุ้มค่าในภาพรวม ไม่ใช่แค่ราคาหน้าป้าย เขามองว่าซื้อแล้วใส่ได้นานไหม ใส่ได้บ่อยแค่ไหน ดีไซน์จะอยู่กับเขาได้กี่ปี เพราะฉะนั้นการที่ราคาสมเหตุสมผล มันช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นมาก”
 
รายได้ GENTLE MONSTER ประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สลิลเปิดเผยว่า ปี 2024 รายได้โต 27% ขณะที่ปี 2025 แตะ 300 ล้านบาท และปี 2026 ตั้งเป้าไว้ที่ 600 ล้านบาท คาดว่าช่วงวาเลนไทน์และตรุษจีนจะสร้างการเติบโตให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี
 
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของ GENTLE MONSTER ในไทยอยู่ที่ 50:50 ต่างจากช่วงเริ่มต้นที่ลูกค้าต่างชาติเป็นสัดส่วนหลัก สลิลกล่าวว่า “ช่วงแรกที่เราเปิด ลูกค้าจะเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า แต่หลังจากที่เราขยายสาขา ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น สัดส่วนลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นชัดเจน จนตอนนี้อยู่ที่ประมาณครึ่งต่อครึ่ง เป็นสัญญาณที่ดีมากสิ่งที่เราค่อนข้างเซอร์ไพรส์คือ ลูกค้าใหม่เข้ามาเยอะมาก และไม่ได้จำกัดแค่วัยรุ่น มีตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปีไปจนถึง 40 ปี แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแฟชั่นเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป”
 
อีกด้านหนึ่ง โครงสร้างลูกค้ายังแบ่งออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มองหาแว่นสายคลาสสิก ใส่ได้ทุกวัน ใช้งานจริง และมีดีไซน์ที่อยู่ได้นาน ขณะที่อีกกลุ่มคือกลุ่มที่มองหา Collection พิเศษ หรือ Limited ที่มีความเป็น Collectible สูง ซึ่งมักเป็นกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ให้คุณค่ากับความแตกต่างและความพิเศษของสินค้า
 
“เรามีทั้งลูกค้าที่เข้ามาถามหารุ่นคลาสสิก ใส่สบาย ใช้ทุกวัน และอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาเพราะอยากได้ของที่ไม่เหมือนใคร เป็น Limited หรือ Collection พิเศษ ซึ่งสองกลุ่มนี้อยู่ร่วมกันได้ในแบรนด์เดียว”

สิ่งนี้ทำให้ GENTLE MONSTER เริ่มขยับมาที่แผนการพัฒนา Optical Service และห้องวัดสายตาในบางสาขา เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มการใช้งานในชีวิตจริงให้กับสินค้า เพราะปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของGENTLE MONSTER ในไทยยังมาจากกลุ่มแฟชั่นเป็นหลักถึง 80% ขณะที่ Optical ยังอยู่ในสัดส่วนรองประมาณ 20% แต่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเปิดห้องวัดสายตาและบริการตัดเลนส์ในบางสาขา เช่น Paragon และ ICONSIAM เพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกกรอบแว่น ไปจนถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
 
“เรามี Optical อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้มีบริการวัดสายตาและเปลี่ยนเลนส์แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งในอนาคตเรากำลังจะเพิ่ม Service นี้เข้าไป เพื่อให้ประสบการณ์ของลูกค้าครบมากขึ้น”
 
ด้านการแข่งขัน GENTLE MONSTER มองว่าคู่แข่งโดยตรงยังไม่ได้อยู่ในระดับที่ต้องชนกันแบบเผชิญหน้า เพราะตำแหน่งของแบรนด์ถูกวางอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นค่อนข้างชัด สลิล อธิบายเพิ่มเติมว่าตั้งแต่ GENTLE MONSTER เข้ามาทำตลาดในไทย ลูกค้าที่เดินเข้าร้านเป็นการตั้งใจเข้ามาหาแบรนด์นี้โดยเฉพาะ เพราะมองเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องดีไซน์และประสบการณ์ เราแทบไม่ได้ยินเลยว่าเขาเอาเราไปเทียบกับแบรนด์อื่น จุดแข่งของเรามันทำให้ลูกค้ามองชัดว่า GENTLE MONSTER อยู่ในตลาดที่แตกต่าง
 
อีกหนึ่งโจทย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในธุรกิจแฟชั่นคือปัญหาการลอกเลียนแบบหรือการก๊อป ในมุมของผู้บริหาร GENTLE MONSTER มองว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของความกลัวด้านยอดขายโดยตรง แต่เป็นเรื่องของ “ลิขสิทธิ์” และความเป็นต้นฉบับที่ต้องปกป้องมากกว่า โดยแบรนด์ยืนยันจุดยืนว่าตัวเองคือ Original และไม่มองว่าของก๊อปสามารถทดแทนตัวตนของแบรนด์ได้
 
“เราค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ มีการดำเนินการเรื่องกฎหมายอย่างจริงจังเมื่อพบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะกรณีที่ดีไซน์มีความคล้ายคลึงเกินกว่าขอบเขตที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ตามสินค้าเลียนแบบอาจจะทำเลียนแบบรูปทรงได้ แต่ Experience สินค้า คุณภาพ และความรู้สึกของการเป็นของแท้ มันทดแทนกันไม่ได้”
 
โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ GENTLE MONSTER ไม่ได้อยู่แค่ที่ “ตัวสินค้า” ลูกค้าไม่ได้จบแค่การจ่ายเงิน แต่เริ่มตั้งแต่จังหวะที่ลูกค้าเดินเข้าร้าน ได้เห็น Installation ได้ลองสินค้า ได้รับการบริการ และรู้สึกว่าแบรนด์นี้มอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาซื้อจากที่อื่นได้
 
“สิ่งเหล่านี้คือความภูมิใจ และ emotional experience ที่ลูกค้ารู้สึกว่านี่คือของแท้ วันหนึ่งที่เขาเดินเข้ามาใน GENTLE MONSTER เขาจะรู้สึกว่า ‘You cannot buy this experience’ คุณซื้อสินค้าได้จากที่ไหนก็ได้ แต่ประสบการณ์แบบนี้คุณซื้อไม่ได้ สิ่งที่แบรนด์ขายจึงไม่ใช่เพียงแว่นตา แต่เป็นประสบการณ์ที่ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่การออกแบบร้าน งาน Installation การจัดวางสินค้า ไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ดูแลเขาในระยะยาว”
 
สำหรับปีนี้ เป้าหมายการขยายสาขาของ GENTLE MONSTER ในประเทศไทยยังคงเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง โดยมองว่ากรุงเทพฯ เหมาะกับจำนวนสาขาประมาณ 3–4 แห่งเป็นหลัก ขณะที่การเติบโตในอนาคตจะให้น้ำหนักกับต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ด้วยเหตุผลทั้งด้านทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อของลูกค้า
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ยังคงเป็นเรื่องของโลเคชันที่ใช่ และศักยภาพของทราฟฟิกในพื้นที่นั้น แบรนด์จึงไม่ได้เลือกเปิดร้านตามกระแสของห้างใหม่หรือการแข่งขันของผู้เล่นรายอื่น แต่พิจารณาจากความเหมาะสมในภาพรวม ทั้งด้านทราฟฟิก ภาพลักษณ์ และความสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์
 
ความท้าทายในปีนี้ของ GENTLE MONSTER ไม่ได้มีเพียงเรื่องการแข่งขันในตลาดแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับบริบทภาพใหญ่ของประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติ 
 
ในมุมของสลิล ปีนี้ถูกมองว่าเป็นปีที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมีหลายปัจจัยที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย ยังถูกมองว่าเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความหวัง” หากสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา

เมื่อแว่นตาไม่ใช่แค่สไตล์ แต่คือการใช้งานจริง GENTLE MONSTER เปิดเกม Optical เติมประสบการณ์แว่นตาแบบครบวงจรในไทย

HAUS NOWHERE BANGKOK มัดรวมศิลปะ เทคโนโลยี และแฟชั่น สะท้อนภาพ Future Retail ต้องสร้าง Emotional Experience

ตอกย้ำจุดหมายปลายทางระดับโลก เตรียมต้อนรับ GENTLE MONSTER และ TAMBURINS สู่เมืองแห่งประสบการณ์ริมฝั่งเจ้าพระยา

เมื่อแฟชั่นเจอฟังก์ชัน Google x Gentle Monster เปิดตัวแว่นตา AI รุ่นใหม่

“Gentle Monster” ลุยเจาะตลาดไทย เปิด Pop-Up Store สุดพิเศษ ทั่วโลกมีเพียง 7 แห่ง พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ Jewelry

Gentle Monster ‘Jentle Salon Pop-Up’ ป็อปอัปเจาะกลุ่ม Gen Z กับแว่นตาคอลเลคชั่นใหม่ โดย เจนนี่ BLACKPINK

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact