แม้ว่าพฤติกรรมคนไทยในปัจจุบันจะนิยมชำระเงินด้วยการสแกนผ่านแอปพลิเคชั่น พกเงินสดน้อยลง ทำให้การใช้เหรียญสตางค์ถูกใช้งานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลายคนจึงมองข้ามความสำคัญของเศษสตางค์ไป ทั้งลูกค้าและร้านค้า
บางร้านค้าที่ไม่มีเงินทอนกรณีการชำระเป็นเงินสดก็จะใช้วิธีการปัดขึ้นตามใจชอบ มีเศษ 74 สตางค์ ก็ปัดเป็น 1 บาท ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าสินค้าและบริการสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลก็คือ การปัดเศษสตางค์ผิดนั้นมีความผิดทางกฎหมาย แม้ว่าทางร้านค้าจะไม่มีเจตนาที่จะโกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าที่เข้าระบบ VAT 7% หรือกับธุรกิจร้านอาหารที่มีการคิด Service Charge หรือ VAT ตอนท้ายเป็น % จากราคาในเมนู
เพราะผลลัพธ์จากการ +10% +7% นั้น มักจะมีเศษสตตางค์เสมอ ที่ตั้งเอาไว้ ส่วนใหญ่มักจะเจอกับเหตุการณ์ ราคาสุดท้ายจะเป็นเลขที่ติดทศนิยม
ตัวอย่างเช่น หากค่าอาหารและเครื่องดื่มมื้อนั้นอยู่ที่ 800 บาท ยอดรวมสุทธิที่ต้องชำระจริงจะเป็น 941.60 บาท โดยมาจาก
- ค่าอาหาร 800.00 บาท
- Service Charge (10%) 80.00 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT (7%) 61.60 บาท
เมื่อยอดรวมคือ 941.60 บาท ร้านค้าจะต้องพิจารณาเศษ 60 สตางค์ ตามหลักเกณฑ์ 8 ระดับของกรมการค้าภายใน คือ เศษ 60 สตางค์ อยู่ในช่วงระดับที่ 5 (51 - 62 สตางค์) ร้านค้าจะต้องปัดลงเป็น 50 สตางค์ ดังนั้นยอดชำระเงินสดที่ถูกต้องคือ 941.50 บาท
สรุป
- ถ้าชำระเงินด้วยวิธีโอน หรือบัตรเครดิต สามารถจ่ายตามจริงที่ 941.60 บาท
- ถ้าจ่าย เงินสด ร้านค้าจะต้องเก็บเงินเพียง 941.50 บาท (หากเก็บ 942 บาท ถือว่าปัดขึ้นผิดหลักเกณฑ์และเอาเปรียบผู้บริโภค
หมายเหตุ : การปัดเศษสตางค์เกินจริง ถือเป็นการจำหน่ายสินค้าสูงกว่าราคาที่แสดง มีความผิดตามกฎหมายมาตรา 25 และ 40 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท
ที่มา : กรมการค้าภายใน