ในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่อาหารที่อร่อย แต่ต้องการความมั่นใจ ความรับผิดชอบ และคุณค่าที่ยั่งยืน “เบทาโกร” หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย ยังคงยืนหยัดในบทบาทผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนที่ฝังอยู่ในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ภายใต้ปณิธานธุรกิจ “ความถูกต้องต้องมาก่อนกำไร” เบทาโกรถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวสู่การปฏิบัติจริงผ่านค่านิยมองค์กร ที่ยึดถือความเป็นมืออาชีพ (Professional) ความซื่อสัตย์ (Integrity) การใส่ใจผู้บริโภคและเพื่อนร่วมงาน (People & Customer Centric) นวัตกรรม (Innovation) และการยืนหยัดในคุณภาพ (Quality Driven) ซึ่งทั้งหมดหลอมรวมเป็น DNA ขององค์กรที่มุ่งสร้าง “อาหารที่ดีกว่า” ให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง

เป้าหมายสำคัญของเบทาโกร คือการสร้างความยั่งยืนทางอาหาร (Sustainable Food) ผ่านการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพและความอร่อยที่เหนือกว่า และราคาที่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งความมุ่งมั่นนี้ได้รับการยืนยันจากผลวิจัย 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ในฐานะบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและมีความน่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มธุรกิจอาหารพร้อมทาน

คุณไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและซัพพลายเชน บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบทาโกรขับเคลื่อนแนวคิด Sustainable Food ผ่านยุทธศาสตร์ความยั่งยืน 5 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงสุด (Food Quality and Safety) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 (Climate Change Management) การพัฒนาชุมชนและสังคมแบบองค์รวม (Community Development) บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Packaging) ไปจนถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน (Occupational Health and Safety) เพื่อมุ่งสู่อุบัติการณ์เป็นศูนย์ (Zero Accident) ทั้งหมดดำเนินการภายใต้แนวคิด “เบทาโกร ใส่ใจ” ที่สะท้อนการลงมือทำจริงในทุกขั้นตอน

หนึ่งในภาพสะท้อนความตั้งใจดังกล่าว คือแบรนด์ S-Pure ที่เบทาโกรภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่สด ที่ยึดมาตรฐานการเลี้ยงแบบธรรมชาติ 100% โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ รวมถึงแบรนด์ S-Pure Prime สำหรับอาหารแปรรูปประเภทไส้กรอก อาหารทานเล่น และไข่ไก่พร้อมทาน ที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติและผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้บริโภค ตอกย้ำความหมายของ “อาหารที่ดีกว่า” ที่ไม่ได้หยุดแค่รสชาติ แต่รวมถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เบทาโกรยังเดินหน้าพัฒนาแบรนด์อาหารในมิติใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมด้านอาหาร สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่พร้อมก้าวไปสู่อนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ INSPIRE:D, La Comida และ Arnie’s
นอกจากนี้ ทีมวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี (Material Science & Technology) ของ
เบทาโกรได้พัฒนานวัตกรรม “ถุงใส่ใจ” จากถุงพลาสติกใช้แล้วในกระบวนการผลิต นำมารีไซเคิลอย่างได้มาตรฐานตามแนวคิด Waste to Value และนำมาใช้ในช่องทางจำหน่าย Betagro Shop และ Betagro Deli
ท่ามกลาง Disruption ที่เกิดขึ้นรอบด้าน
เบทาโกรขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ 360 องศา Transformation ครอบคลุมทั้งการเติบโตของธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเสริมความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล การพัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กร ความยั่งยืนในทุกกระบวนการ และการสร้างธุรกิจใหม่ผ่าน Betagro Ventures ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่านการร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพระดับโลกและพัฒนานวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต อาทิ Infinite Roots, Plantible และ Meatable
คุณไพฑูรย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารจะเพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนที่ผันผวน ความคาดหวังด้าน ESG และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่เบทาโกรเชื่อว่าความยั่งยืนต้องสร้างจากความชัดเจนในตัวตน จุดประสงค์และความเชื่อองค์กร บนพื้นฐานของข้อมูลและการลงมือทำจริงอย่างโปร่งใส
“รางวัลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น SET ESG Rating ระดับ AAA, SET Awards 2025: Highly Commended Sustainability Awards, CGR ระดับ 5 ดาว รวมถึง Thailand’s Most Admired Company เป็นเพียงเครื่องยืนยันแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้อง แต่ความสำเร็จที่แท้จริง คือ ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค คู่ค้า และสังคมที่มีต่อเบทาโกรอย่างต่อเนื่อง” คุณไพฑูรย์ กล่าว