ต้นปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลกระทบกับหลายแบรนด์รถยนต์ใหญ่ทั่วโลก นั่นคือ การที่รัฐบาลจีนออกกฎหมายประกาศห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อนในรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ซึ่งดีไซน์นี้กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก
การออกกฎมาตรฐานใหม่ GB 48001-2026 นี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกในตลาดรถยนต์ และถึงแม้ว่าจะเป็นกฎหมายที่ใช้แค่ในประเทศ แต่เมื่อมองไปที่จำนวนตัวเลขการขายรถไฟฟ้าในจีนก็ต้องบอกว่ากฎเหล็กนี้อาจจะกลายเป็นกติกาใหม่ที่ทั่วโลกต้องยอมรับ หากค่ายรถยนต์ไหนต้องการที่จะขายในประเทศจีน
รายละเอียดของกฎหมายนี้ รถยนต์ใหม่ที่จะขายในประเทศจีนต้องเปลี่ยนมาใช้มือจับที่มีระบบกลไก (Mechanical Release) ที่จับได้จริงทั้งด้านในและด้านนอกของประตู โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027
ส่วนรถยนต์รุ่นที่ได้รับอนุมัติแล้วก่อนหน้านี้ และรถรุ่นเดิมที่ยังผลิตวางขายอยู่ (Existing Models) ต้องปรับดีไซน์ใหม่ให้ผ่านเกณฑ์ โดยจะขยายเวลาให้ถึง 1 มกราคม 2029 เพื่อปรับแบบให้ถูกต้อง

ทำไมจีนถึงแบน?
เรารู้กันดีว่ารถไฟฟ้าส่วนใหญ่นั้นเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใต้ท้องรถ ซึ่งที่ผ่านมาเรามักจะเห็นข่าวรถไฟฟ้าที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและตามมาด้วยการเกิดเพลิงไหม้
ดังนั้นระบบความปลอดภัยของรถจึงมักจะถูกโปรแกรมให้ตัดระบบไฟฟ้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ทำให้มือจับแบบไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงทีมกู้ภัยอาจเปิดประตูจากด้านนอกไม่ได้
การออกกฎครั้งนี้ทางจีนอ้างว่าข้อกำหนดนี้จะช่วยให้เปิดประตูได้ด้วยกลไกจริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อระบบไฟดับ
กฎระเบียบนี้ระบุว่าประตูรถยนต์ต้องมี "กลไกที่เปิดได้จากภายนอก" เสมอ แม้ไฟฟ้าจะดับ โดยมีรายละเอียดตัวอย่าง คือ
ระบบที่ถูกแบน คือ แบบที่ต้องกดด้านหนึ่งเพื่อให้ด้านหนึ่งกระดกออกมา และระบบที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าดันออกมาเองเมื่อปลดล็อก
ส่วนระบบที่ได้ไปต่อก็เช่น แบบ Semi-hidden ที่มือจับที่ซ่อนกึ่งหนึ่ง แต่มีช่องให้สอดมือเข้าไปดึงกลไกได้โดยตรง
ส่วนระบบที่ไม่ได้รับผลกระทบก็เป็นมือจับแบบดั้งเดิมที่ยื่นออกมานอกตัวรถ

ผลกระทบที่ตามมา
ที่กล่าวว่ากฎนี้จึงมีนัยสำคัญระดับโลก นั้นเป็นเพราะจีนคือ ตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสนามแข่งขันหลักของแบรนด์ EV ทั่วโลก
คาดว่าการกำหนดมาตรฐานใหม่ครั้งนี้ ผลกระทบจะเกิด 3 ระดับ
1.ระดับผลิตภัณฑ์
ค่ายรถทุกค่ายที่อยากจะขายในจีนจะต้องออกแบบมือจับใหม่ให้เป็นกลไกจริง หมายความว่า
ต้องเปลี่ยนโครงสร้างประตูใหม่ ออกแบบใหม่ ปรับแม่พิมพ์ตัวถัง เปลี่ยนซัพพลายเออร์บางส่วน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที
2. ระดับแพลตฟอร์ม
ทุกวันนี้ค่ายรถหลายค่ายใช้กลยุทธ์ Global Platform คือใช้ตัวถังเดียวกันขายหลายประเทศ ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของค่ายรถก็คือ จะยังคง Global Platform ไว้ แล้วทำรถเวอร์ชันจีนแยกออกมาต่างหาก หรือจะปรับทั้งโลกให้ใช้แบบเดียวกับจีน
ถ้าเลือกอย่างหลังก็อาจจะดูว่าเสียฟอร์มเล็กน้อย เพราะเท่ากับจีนกำลังเป็นผู้กำหนดดีไซน์โลกโดยปริยาย
3. ระดับแบรนด์ หรือองค์กร
ดีไซน์มือจับซ่อนเคยเป็นภาพลักษณ์ของความล้ำสมัย แต่วันนี้ถูกประเทศจีนตีความใหม่ว่า คือความเสี่ยง แบรนด์ที่เคยใช้เป็นจุดขาย และไม่เปลี่ยนดีไซน์ อาจจะต้องหาวิธีสื่อสารเรื่องความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจ

ถ้าจะโฟกัสไปที่แบรนด์ผู้นำนอกประเทศจีนอย่างค่าย Tesla ของฝั่งอเมริกา ซึ่งก็อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ค่ายรถระดับโลกจะมีทางเลือกแค่ 2 ทาง คือ ทำเวอร์ชันจีนโดยเฉพาะกับรีดีไซน์ทั่วโลก
งานนี้จึงถือเป็นความยากลำบากของ Tesla อย่างมาก เพราะถ้าไม่ทำก็อดขายในจีน แต่ถ้า Tesla เลือกแบบที่ 2 นั่นหมายถึงการยอมรับว่า มาตรฐานจีนคือ New Global Standard ซึ่งถ้ามองว่าเกมนี้เป็นสงครามตัวแทนก็อาจจะสร้างความเสียหน้าให้กับสหรัฐอเมริกา
แต่ถ้า Tesla ไม่ทำอะไรเลย ก็จะส่งผลกับยอดขายอย่างมาก
ต้องไม่ลืมว่า Tesla มีโรงงาน Gigafactory Shanghai ซึ่งเป็นฐานผลิตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท และจีนก็เป็นหนึ่งในตลาดยอดขายหลักของ Tesla
ถ้าเกมนี้คือหมากกระดานใหญ่แบบ Geopolitics Tesla อยู่ในตำแหน่งที่ซับซ้อนและลำบากที่สุด เพราะเป็นบริษัทอเมริกัน และมีโรงงานใหญ่ในจีน
ถ้า Tesla เลือกรีดีไซน์ทั่วโลก ก็จะถูกฝั่งอเมริกันตั้งคำถามว่า ทำไมบริษัทสหรัฐต้องเดินตามจีน
แต่ถ้าไม่ทำ Tesla อาจเสียส่วนแบ่งตลาดจีนให้แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง BYD, NIO, Xiaomi, XPeng ฯลฯ ที่ปรับตัวได้เร็วกว่า
เกมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดรถไฟฟ้าของโลกในทศวรรษหน้า ว่าใครคือผู้กำหนดมาตรฐานโลก ซึ่งถ้าแบรนด์อเมริกันต้องออกแบบรถใหม่ตามกฎจีน
คำถามก็คือ… อำนาจในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังย้ายขั้วหรือไม่