ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดซูชิสายพานในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากมูลค่าตลาดที่ไม่ถึง 1,000 ล้านบาทเมื่อประมาณ 5–6 ปีก่อน ขยายตัวสู่ 8,000 ล้านบาทในปัจจุบัน การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความยืดหยุ่นในการใช้จ่าย และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่าง ภายใต้บริบทดังกล่าว การเข้ามาของ Kaiten Sushi Ginza Onodera จึงเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างการแข่งขัน
Kaiten Sushi Ginza Onodera เป็นแบรนด์ในเครือ Onodera Group ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม โดยกลุ่มมีร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินรวมกันมากกว่า 15 ดวง จากหลายสาขาในญี่ปุ่นและต่างประเทศ สำหรับประเทศไทย แบรนด์ถูกนำเข้ามาโดย Maguro Group เพื่อขยายพอร์ตเข้าสู่เซ็กเมนต์ซูชิสายพานที่กำลังเติบโต โดยเตรียมเปิดในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
ในปี 2021 แบรนด์ได้พัฒนาโมเดล “ซูชิสายพาน” ขึ้น โดยมีแนวคิดนำความเชี่ยวชาญและมาตรฐานระดับพรีเมียมมาปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ จากเดิมที่ทานซูชิคุณภาพระดับโอมากาเสะอาจมีค่าใช้จ่าย 3,000–4,000 บาทต่อหัว โมเดลสายพานจึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริโภค ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนและประเภทของเมนูได้ตามงบประมาณของตนเอง ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานวัตถุดิบ เทคนิค และประสบการณ์ตามต้นฉบับจากญี่ปุ่น
ภายในร้าน ลูกค้าสามารถเห็นเชฟปั้นข้าว หั่นปลา และจัดเตรียมอาหารสดต่อหน้า ระบบสายพานทำหน้าที่เพิ่มความสะดวกในการเสิร์ฟ ขณะที่กระบวนการหลักยังอาศัยฝีมือของทีมครัว เป็นการผสมผสานระหว่างระบบการให้บริการและทักษะของเชฟ

จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า ราคาเริ่มต้นของ Kaiten Sushi Ginza Onodera ในประเทศไทยยังไม่สรุปอย่างเป็นทางการ แต่แนวคิดหลักคือการทำ Entry Price ให้ต่ำกว่าที่ญี่ปุ่น เมนูซิกเนเจอร์และปลาคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นจะถูกนำเข้าครบถ้วนเหมือนต้นฉบับ พร้อมเพิ่มหมวดหมู่เมนูราคาย่อมเยา เช่น ปลาหมึก หอย หรือเมนูพิเศษบางรายการ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และกลุ่มลูกค้าที่คุ้นเคยกับซูชิสายพานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เขาระบุเพิ่มเติมว่า วัตถุดิบหลักนำเข้าจากญี่ปุ่นเกือบ 100% โดยเฉพาะเมนูสำคัญ เช่น ทูน่าจากตลาดประมูล หอยสด กุ้งสด ปู ข้าว และน้ำส้มสายชูแดงสูตรเฉพาะของแบรนด์ ทุกอย่างนำเข้าโดยตรงเพื่อรักษามาตรฐานให้เหมือนสาขาในญี่ปุ่น ไม่ลดต้นทุนหรือปรับคุณภาพ เสริมด้วยเมนูระดับราคากลางและราคาย่อมเยา เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกและไม่รู้สึกกังวลเรื่องราคา สามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานเมนูระดับพรีเมียมหรือเมนูในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย
สาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ถูกวางให้เป็นแฟลกชิพสโตร์ และเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีจำนวนกว่า 100 ที่นั่ง บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้มีความลักชัวรีมากขึ้น ทั้งแสงไฟ เฟอร์นิเจอร์ และรูปแบบที่นั่ง ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ของซูชิสายพาน มีเชฟประจำอยู่กลางร้าน ปั้นข้าวและหั่นปลาสด มีตู้โชว์วัตถุดิบ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ให้ลูกค้าเห็นกระบวนการอย่างใกล้ชิด ลูกค้าสามารถสั่งแล้วนำมาปรุงสดต่อหน้า พร้อมบรรยากาศที่มีความคึกคักตามแบบร้านญี่ปุ่น
ด้านการขยายสาขา Kaiten Sushi Ginza Onodera จะมุ่งเน้นทำเลศูนย์การค้าระดับเกรด A โดยเฉพาะในย่าน CBD ของกรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์จึงถูกเลือกเป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากมีฐานลูกค้าหลากหลาย ทั้งพนักงานออฟฟิศ ครอบครัว คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยว

สำหรับทิศทางของตลาด จักรกฤติมองว่าร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมมีแนวโน้มทรงตัวหรือชะลอตัวในบางช่วง ขณะที่ซูชิสายพานยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต แม้จำนวนผู้เล่นรายใหญ่จะเพิ่มขึ้น แต่การขยายตัวของมูลค่าตลาดสะท้อนว่าความต้องการของผู้บริโภคยังคงมีอยู่
เรียกได้ว่าการเข้ามาของ Kaiten Sushi Ginza Onodera เป็นความพยายามเชื่อมระหว่างความพรีเมียมกับความเข้าถึงได้ หรือแนวคิด “Affordable Luxury” ในบริบทของตลาดซูชิสายพานไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่การแข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ท้ายที่สุด ความสามารถในการรักษามาตรฐานต้นทางจากญี่ปุ่น ควบคู่กับการปรับตัวให้เหมาะสมกับตลาดไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของแบรนด์ในระยะยาว ขณะที่ตลาดซูชิสายพานไทยยังคงเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่น่าจับตาในอุตสาหกรรมร้านอาหารปัจจุบัน