ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการล่องเรือสำราญในไทยก็ว่าได้ เพราะไม่กี่วันมานี้ ท่าเรือแหลมฉบังของไทยมีโอกาสต้อนรับเรือ “Luminara” ซูเปอร์ยอทช์ลำล่าสุดและหรูที่สุดจาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ที่ได้มาจอดอวดโฉมให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ด้วยความร่วมมือของ Deck 9 ลักซ์ชัวรีครูซเอเจนซี่ที่เป็นตัวแทนหลักหนึ่งเดียวในไทย
Luminara ถือเป็นเรือลำดับที่ 3 ของ The Ritz-Carlton Yacht Collection ที่เปิดตัวต่อจากเรือ Evrima และ ILMA
ข้อมูลทั่วไปของเรือ Luminara มีดังนี้
- เปิดให้บริการปี 2025
- ความยาวเรือ (Length): ประมาณ 794 ฟุต หรือ 242 เมตร
- ระวางบรรทุก (Gross Tonnage): 46,750 ตัน
- จำนวนผู้โดยสาร (Guest Capacity): รองรับได้สูงสุด 452 ท่าน
- จำนวนห้องพัก (Suites): 226 ห้อง (เป็นแบบ Suite พร้อมระเบียงส่วนตัวทุกห้อง)
- จำนวนลูกเรือ (Crew): 374 ท่าน
แต่จุดที่ทำให้ Luminara แตกต่างจากเรือสำราญทั่วไปนั้น อยู่ที่ความหรูหราและความเป็นส่วนตัว เพราะ เรือลำนี้มีห้องพักเพียง 226 ห้อง รองรับลูกค้าได้เพียง 452 ท่าน ซึ่งถ้าคำนวณเป็นอัตราส่วนผู้โดยสารต่อพื้นที่ (Space Ratio) จะอยู่ที่ 103.4 ถือเป็นหนึ่งในเรือที่มีสัดส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสารสูงที่สุดในอุตสาหกรรมปัจจุบัน

เรือ Luminara มาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก
ส่วนไฮไลท์อื่นๆ ของเรือลำนี้ก็มีอีกหลายด้าน เริ่มจาก
- ห้องสวีทพร้อมระเบียงส่วนตัวทุกห้อง เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวทะเลแบบพาโนรามา
- เรือได้รับการออกแบบและตกแต่งแบบเหนือระดับ เสมือนเป็นรีสอร์ตหรูกลางทะเล ภายในเรือถูกตกแต่งอย่างประณีตบรรจง อีกทั้งยังผสมผสานงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นกว่า 731 ชิ้น จากหลากหลายศิลปินชื่อดังจากทั่วโลก
- สิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่นและแตกต่างจากเรือครูซทั่วไป สะท้อนความเป็นซูเปอร์ยอทช์เป็นอย่างดี อาทิ Marina และ Marina Terrace ท้ายเรือที่ออกแบบมาเพื่อให้นักเดินทางได้สัมผัสผิวน้ำอย่างใกล้ชิดและสามารถลงสู่ทะเลเพื่อทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างสะดวกสบาย
- ความเป็นเลิศทางด้านอาหาร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์บนเรือ Luminara นำเสนอห้องอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ถึง 5 แห่ง ตั้งแต่ห้องอาหารแบบ Fine Dining ไปจนถึง Casual Dining หลากหลายเมนูรังสรรค์โดยเชฟระดับโลกอย่าง Fabio Trabocchi และ Michael Mina นอกจากนี้ยังมีบาร์และเลานจ์อีก 7 แห่ง และรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง
- การบริการระดับ 5 ดาวในแบบ The Ritz-Carlton ด้วยการดูแลจากทีม “Ladies and Gentlemen of The Ritz-Carlton” ด้วยอัตราส่วนพนักงานต่อผู้โดยสารเกือบ 1 ต่อ 1
- เส้นทางการเดินเรือและเมืองท่องเที่ยวที่เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้

ห้องนอนของ THE OWNER'S SUITE ห้องที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเรือ
ระเบียงขนาดใหญ่ มีอ่างจากุซซี่ส่วนตัว
พื้นที่บริเวณห้องรับแขกกว้างขวาง
โต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก
จากการบอกเล่าของผู้บริหาร Deck 9 ด้วยความที่ Luminara เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปีที่แล้ว ทำให้มีคนไทยที่มีโอกาสได้ร่วมทริปเดินทางไปกับเรือลำนี้จริงๆ มีไม่ถึง 50 คนด้วยซ้ำ
จากการที่ทีมงานมีโอกาสได้ขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์เดินทัวร์ชมเรือแบบละเอียดเกือบจะทุกซอกทุกมุม รวมถึงได้รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ
ข้อสงสัยที่ว่าความหรูหราของ The Ritz-Carlton เมื่อยกมาไว้บนน้ำจะเป็นอย่างไร?
คำตอบที่เราพบคือ Luminara ไม่ใช่เรือสำราญทั่วไป แต่คือ Ultra-Luxury Resort ลอยน้ำ ที่ทุกตารางนิ้วถูกออกแบบมาเพื่อความสุนทรีย์ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวขึ้นเรือ เราจะลืมภาพเรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีคนพลุกพล่านหลายพันคนไปเลย
เพราะการออกแบบของเรือที่หรูหราและใส่ใจกับรายละเอียด และเน้นความเป็นส่วนตัวชนิดที่ว่าถ้าเรานั่งอยู่ในห้องอาหารหรือเลานจ์ในเรือจะรู้สึกเหมือนว่านั่งอยู่ในโรงแรม 6 ดาว
THE TERRACE SUITE ห้องพักที่เล็กที่สุดในเรือ แต่ยังมีขนาดพื้นที่ถึง 32.5-37 ตารางเมตร
ในส่วนของห้องพัก Luminara มีห้องพักให้เลือกทั้งสิ้น 9 ขนาด เริ่มตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุด แต่แอดก็ยังรู้สึกว่าใหญ่อยู่ดี อย่าง THE TERRACE SUITE ที่มีพื้นที่ 32.5-37 ตารางเมตร ไปจนถึงห้อง THE OWNER'S SUITE ที่มีขนาดพื้นที่ถึง 124-195 ตารางเมตร สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด
รายละเอียดของห้องพักทั้งหมดมีดังนี้
- THE OWNER'S SUITE ขนาดพื้นที่ 124-195 ตารางเมตร
- THE CONCIERGE SUITE ขนาดพื้นที่ 99-111 ตารางเมตร
- THE RESIDENTIAL SUITE ขนาดพื้นที่ 101 ตารางเมตร
- THE LUMINARA SUITE ขนาดพื้นที่ 74-95 ตารางเมตร
- THE VIEW SUITE ขนาดพื้นที่ 62-90 ตารางเมตร
- THE GRAND SUITE ขนาดพื้นที่ 60-71 ตารางเมตร
- THE SIGNATURE MID SUITE ขนาดพื้นที่ 44-52 ตารางเมตร
- THE SIGNATURE SUITE ขนาดพื้นที่ 44-52 ตารางเมตร
- THE TERRACE MID SUITE ขนาดพื้นที่ 32.5-37 ตารางเมตร
-THE TERRACE SUITE ขนาดพื้นที่ 32.5-37 ตารางเมตร
ร้านอาหารในเรือมีตั้งแต่ห้องอาหารแบบ Casual Dining ไปจนถึง Fine Dining
ร้านอาหารในเรือมีตั้งแต่ห้องอาหารแบบ Casual Dining ไปจนถึง Fine Dining
สระว่ายน้ำด้านท้ายเรือชั้นล่างจะมี Marina Terrace ที่เปิดได้เพื่อให้ผู้โดยสารได้เล่นน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำท้ายเรือ
สำหรับราคาแพคเกจของทริปนี้ จะเริ่มต้นจากห้อง THE TERRACE SUITE ที่ราคา 22,300 เหรียญหรือประมาณ 690,000 บาท ต่อคน
แต่ถ้าต้องการความหรูหราขั้นสุด ชนิดที่ลงคอนเทนต์ในโซเชียล มีเดียแล้วจะเป็นที่สุดของความ Glam ก็ขอแนะนำให้จองห้อง THE OWNER'S SUITE ห้องพักที่ใหญ่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 195 ตารางเมตร สนนราคาทั้งทริปอยู่ที่ประมาณ 3,300,000 บาทต่อคน (107,100 เหรียญสหรัฐ) หรือหากคำนวณง่ายๆ คือ เรากำลังนอนพักผ่อนในห้อง Penthouse ระดับคืนละ 235,000 บาท
ตัวอย่างราคาห้องพักทั้ง 2 แบบนี้นี้เป็นราคา All-Inclusive ที่รวมค่าอาหาร เครื่องดื่ม ระดับโรงแรม 6 ดาว, กิจกรรมบนเรือ และ Wi-Fi ไว้หมดแล้ว
เห็นราคาสูงขนาดนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าทริปเส้นทางฮ่องกง – สิงคโปร์ที่แวะมาจอดที่แหลมฉบังนี้ ห้อง THE RESIDENTIAL SUITE ราคา 65,800 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,000,000 บาทต่อคนก็ Sold Out ไปแล้ว
สำหรับคนที่มีกำลังซื้อ ใครที่กำลังมองหาทริปล่องเรือระดับ "ครั้งหนึ่งในชีวิต" ที่จะเปลี่ยนภาพจำการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
Luminara คือคำตอบ...
ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกบนเรือ
ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกบนเรือ