ปัจจุบันกติกาการค้าระหว่างประเทศได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ความยั่งยืนเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดระดับสากล โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM ของสหภาพยุโรป และร่างกฎหมาย CCA ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีคาร์บอนกับสินค้านำเข้าที่กระบวนการผลิตมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง มาตรการเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการไทย ทำให้การปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
เพื่อตอบรับกับความท้าทายนี้ เมื่อ 5 ปีก่อนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตั้งรับด้วยการสร้างอะแวร์เนสให้กับผู้ประกอบการ SME ได้เตรียมตัว แต่ปีนี้ สสว. เปลี่ยนมาเดินเกมรุกหลัง CBAM เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2569 ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) เพื่อเป็นกลไกหลักในการเตรียมความพร้อมให้กับ SME ไทยไปอีกขั้น
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการผู้อำนวยการ สสว. กล่าวถึงบทบาทของหน่วยงานในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเปลี่ยนผ่านกระบวนการผลิตและบริหารจัดการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) เหล่านี้
“ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเข้มข้น มาตรการทางการค้า เช่น CBAM ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดทางเทคนิค แต่เป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในอนาคต การปรับตัวไปสู่ธุรกิจสีเขียวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน สสว. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนให้ SME ไทย สามารถยกระดับมาตรฐาน สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีการค้าโลก”
ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ผู้ประกอบการ SME ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ของประเทศไทย มีกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1.15 ล้านราย ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 4.1 ล้านคนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจความพร้อมของ ผู้ประกอบการ SME ต่อการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง BCG แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 73.2 ยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 67 ยังมีข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและองค์ความรู้ในการปรับตัว
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ สสว. ริเริ่มโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถปรับกระบวนการผลิตและโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก โดยมุ่งเน้นการเสริมองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และการสนับสนุนกระบวนการขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการอบรมสร้างความตระหนักรู้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวมจำนวน 1,577 ราย ปี 2568 ได้ต่อยอดการอบรมและพัฒนาเชิงลึก รวมจำนวน 512 ราย ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 การดำเนินงานครอบคลุมกิจกรรมอบรมเชิงสัมมนาและเวิร์กช็อป 2 วัน จำนวน 7 รุ่นทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2569 โดยมีผู้ประกอบการเป้าหมายรวม 225 ราย มีเนื้อหาครอบคลุมการประเมินตนเองด้วย Green SME Index การเตรียมความพร้อมรับพระราชบัญญัติก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาและขอรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ตลอดจนแนวทางเข้าสู่มาตรฐาน Green Hotel, Green Hotel Plus และ Green Production โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้จะครอบคลุมผู้ประกอบการภาคการผลิต เช่น เกษตรแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรม ที่ต้องการพัฒนา Green Industrial รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness ร้านอาหาร และโรงแรมที่ต้องการต่ออายุหรือยกระดับสู่ Green Hotel และ Green Hotel Plus
นอกจากนี้ จะผลักดันผู้ประกอบการที่มีความพร้อม จำนวน 40 ราย ให้ได้รับการสนับสนุนการทวนสอบข้อมูลเพื่อขอรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการลดภาระต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสูง ทั้งยังมีการต่อยอดเชื่อมโยงตลาดผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า อาทิ งาน Grand Halal Bangkok และงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79 รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนกับสถาบันการเงินและหน่วยตรวจรับรองที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการส่งเสริมองค์ความรู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเปลี่ยนแนวคิดกระบวนการทำธุรกิจเพื่อให้เกิดธุรกิจสีเขียว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงแนวทางการวัดผลและการลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ SME ไทยสามารถก้าวข้ามกำแพงภาษีคาร์บอนอย่าง CBAM และ CCA ได้อย่างมั่นใจ แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มคู่ค้าใหม่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อโลก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต