การทำธุรกิจอสังหาในวันนี้ไม่ง่ายเพราะโลกอยู่ความผันผวนที่สูงมาก ทำให้ “พฤกษา โฮลดิ้ง” เลือกที่จะไม่เดินบนเส้นทางเดิม แต่ปรับตัวด้วยกลยุทธ์ Reshaping Portfolio รื้อโครงสร้างธุรกิจเพื่อฝ่าแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ โดยปักธงในฐานะผู้นำด้านคุณภาพชีวิตที่จับต้องได้จริง การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขกำไรขั้นต้นที่ยังคงความแข็งแกร่งไว้ได้ถึง 33.3% ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจลดสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก และหันมาโฟกัสการสร้างมูลค่าเพิ่มที่คู่แข่งยากจะลอกเลียนแบบ
หัวใจสำคัญที่เป็นไม้ตายของพฤกษาในปี 2569 คือการหลอมรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ากับเฮลท์แคร์อย่างไร้รอยต่อ โดยใช้ความได้เปรียบจากการมีโรงพยาบาลวิมุตในเครือมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างจุดต่าง วันนี้พฤกษาประกาศเต็มตัว ไม่ได้ขายแค่พื้นที่ใช้สอย แต่ขายแพ็กเกจสุขภาพที่ฝังอยู่ใน DNA ของที่อยู่อาศัย
ใช้โมเดล Family Doctor หรือแพทย์ประจำครอบครัวที่เป็นครั้งแรกในไทยกับการนำแพทย์มาดูแลลูกบ้านแบบเฉพาะบุคคลถึงโครงการ เริ่มจากโครงการในกลุ่มพรีเมียมอย่าง เดอะ ปาล์ม เรสซิเดนเซส
ความร่วมมือนี้เปลี่ยนสถานะของบ้านให้กลายเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Wellness) ที่เชื่อมต่อกับระบบ Telemedicine และบริการ Well Care @Home ส่งผลให้ลูกบ้านได้รับความอุ่นใจและยกระดับ Brand Positioning ของพฤกษาขึ้นสู่ตลาดระดับบน ก่อนที่จะรุกโครงการในกลุ่มแมสต่อไป ซึ่งรวมๆ แล้วพฤกษามีลูกบ้านทั้งหมดกว่า 2 แสนครอบครัว
นอกจากการรุกตลาดด้วย Wellness Ecosystem แล้ว อีกหนึ่งหมากเกมที่น่าจับตาคือการสร้างท่อน้ำเลี้ยงผ่านฐานรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เพื่อลดการพึ่งพายอดขายอสังหาฯ ที่มักแปรผันตามรอบเศรษฐกิจ พฤกษาเดินหน้าบริหารพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรุกธุรกิจคลังสินค้าอัจฉริยะ "โอเมก้า บางนา" ที่เตรียมรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ รวมถึงการขยายสู่โมเดล Apartment และ Hybrid Residence ซึ่งจะกลายเป็นขุมพลังใหม่ในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้สามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว
การทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ภายใต้กรอบ “Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused” นี้เอง ที่เป็นเครื่องยืนยันว่าพฤกษากำลังก้ามข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเติบโตเชิงคุณภาพที่เน้นความคล่องตัวทางการเงินและวินัยในการบริหารทุนที่เข้มงวด เพื่อปูทางสู่เป้าหมายรายได้ 18,800 ล้านบาท