ปัจจุบัน MR.D.I.Y. ในประเทศไทยมีสาขามากกว่า 1,127 แห่ง และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากปีที่ผ่านมาเครือข่ายร้านค้าสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 120 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านคนในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าดีมานด์ของตลาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉลี่ยแล้ว หนึ่งสาขาของ MR.D.I.Y. รองรับลูกค้าประมาณ 62,000 คนต่อปี ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ที่รองรับเฉลี่ยราว 5,000 คนต่อสาขา ทำให้แบรนด์มองเห็นโอกาสในการขยายสาขาเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังเพิ่มขึ้น
หากดูการเติบโตย้อนหลังจะพบว่า เครือข่ายร้าน MR.D.I.Y. ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จาก 557 สาขาในปี 2022, 741 สาขาในปี 2023, และ 932 สาขาในปี 2024 ก่อนจะทะลุ 1,127 สาขาในปี 2025 สะท้อนอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 22% ต่อปี
การขยายตัวดังกล่าวกระจายไปทั่วประเทศ โดย ภาคกลางมีสาขามากที่สุด 338 สาขา รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 266 สาขา, ภาคใต้ 137 สาขา, ภาคตะวันออก 132 สาขา, กรุงเทพฯ 115 สาขา, ภาคเหนือ 76 สาขา และ ภาคตะวันตก 63 สาขา
สำหรับปีนี้ MR.D.I.Y. ตั้งเป้า เปิดสาขาใหม่ราว 200–210 สาขา โดยคาดว่าสิ้นปีจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 1,200 สาขา และมีเป้าหมาย มากกว่า 1,500 สาขาในประเทศไทยภายในปี 2027 โดยกลยุทธ์การขยายตัวจะเน้น ร้านรูปแบบ Standalone มากขึ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 90% ของสาขาใหม่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนา สินค้า Private Label อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 45%จาก 42.7% ในปี 2023 และ 44.9% ในปี 2024
ด้วยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลยุทธ์การขยายสาขาเชิงรุก ทำให้ MR.D.I.Y. มองว่าตลาดในประเทศไทย ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมากในระยะยาวอย่างแน่นอน