ฟิวเจอร์พาร์ค (Future Park) เผยยุทธศาสตร์รุกตลาดค้าปลีกครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 30 ปี ปรับโฉมศูนย์การค้าครั้งใหญ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Your Lifestyle. Your Future. รวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว” เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าแค่สถานที่ช้อปปิ้ง แต่คือพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต
ย้อนไปกว่า 30 ปีที่แล้ว “ฟิวเจอร์พาร์ค” ถือกำเนิดขึ้นในฐานะศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เติบโตเคียงข้างผู้คนย่านรังสิต และค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่ผู้คนคุ้นเคย ในฐานะพื้นที่สำหรับการช้อปปิ้ง พักผ่อน และทำกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า “ศูนย์การค้าจะทำอย่างไรในวันที่ผู้บริโภคสามารถช้อปปิ้งผ่านหน้าจอได้ทุกที่ ทุกเวลา”
คุณจิตตินันท์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการร่วม-กลุ่มงานธุรกิจ บริษัท รังสิตพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดเผยว่า การปรับโฉมในครั้งนี้คือการลงทุนเพื่ออนาคต และสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ
ฟิวเจอร์พาร์คได้กำหนดบทบาทใหม่ให้เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจรที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยพื้นที่กว่า 600,000 ตารางเมตร และร้านค้ากว่า 1,000 ร้าน ทำหน้าที่เป็น Lifestyle Hub ผู้คนสามารถกิน ช้อป พักผ่อน ทำกิจกรรม และใช้บริการต่างๆ ได้ครบในที่เดียวเป็นการออกแบบ “ประสบการณ์การใช้ชีวิต” ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และแข่งขันกับโลกออนไลน์
หัวใจสำคัญของการรีโนเวตครั้งนี้ คือการใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ามาออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเฉพาะของแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
1. กลุ่มครอบครัวและเด็ก : พ่อแม่ที่มีลูกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการทำกิจกรรมร่วมกับลูก กับการปรับพื้นที่ชั้น 3 Play ‘n’ Plearn ที่ผสมผสานความสนุกเข้ากับการเรียนรู้ ที่มีทั้งสถาบันการศึกษาเสริมทักษะทุกด้าน และพื้นที่สร้างความสนุก ไม่ว่าจะเป็นสนามเด็กเล่นในร่มอย่าง Harborland และโรงภาพยนตร์ Major Kids Cinema โดยออกแบบพื้นที่คำนึงถึงการใช้งานของทั้งเด็กและพ่อแม่ ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการนั่งรอของพ่อแม่ ควบคู่กับพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้ เล่น และทำกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยการปรับปรุงห้องน้ำสำหรับเด็ก และมุมเล่นที่ช่วยเสริมทักษะและพัฒนาการนอกห้องเรียน ทำให้ชั้น 3 กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักของครอบครัวในช่วงวันหยุด
2. กลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ มีการปรับพื้นที่ชั้น 2 ฝั่งเวสต์ ให้เป็นโซน Life & Balance ด้วยแนวคิด "Live Well, Stay Balance" สุขภาพดีชีวิตสมดุล การปรับมีร้านค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Well-being ทั้งสินค้าสุขภาพ และบริการด้านความงาม/สุขภาพ รวมถึงโรงพยาบาล เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถใช้เวลาดูแลตัวเองได้ครบในโซนเดียว
3. กลุ่มสายสปอร์ตและแอคทีฟแฟชั่น เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ที่มองว่าการออกกำลังกายคือไลฟ์สไตล์และแฟชั่น รวบรวม Global Brands อาทิ Nike, Adidas, Wilson, Anta, Asics, Mizuno, Under Armour, Decathlon และแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ โดยเน้นการจัดวางร้านค้าให้มีความเป็น "Sport Fashion" มากขึ้น เป็น "แรงบันดาลใจ" ในการออกกำลังกาย เพื่อให้ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์เป็น Sport & Active Lifestyle Destination ควบคู่กันนี้ ศูนย์การค้าฯ ยังมีกิจกรรมด้านกีฬาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แอคทีฟอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Boulder Planet ยิมปีนหน้าผาในร่ม การขยายสโลปของ Ski365 ลานฝึกสกี สโนบอร์ดในร่มเพิ่ม ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว รวมถึง Jump Land และ Jumbo Trampo เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรม เพื่อผสาน “กีฬา” เข้ากับ “ความสนุก” และ “แฟชั่น” อย่างลงตัว ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และต่อยอดสู่การเป็นคอมมูนิตี้ของคนแอคทีฟ อย่างแท้จริง
4. กลุ่มคนรักสัตว์ กลุ่มคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ได้พัฒนาพื้นที่ด้านหน้าสเปลล์ ให้กลายเป็น Pet Zone เพื่อรองรับคนรักสัตว์ โดยเน้นพื้นที่กลางแจ้ง ให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และการจัดสรรพื้นที่ Pet Parking บริเวณอาคารจอดรถ 1,000 คัน ซึ่งสามารถเดินจากอาคารจอดรถมายัง Pet Zone ได้อย่างสะดวก

5. กลุ่มคนรุ่นใหม่และสายดิจิทัล โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานที่เกาะติดเทรนด์เทคโนโลยี ได้มีการปรับโฉมโซน Digital Park ชั้น 3 ให้มีความทันสมัย โปร่งโล่ง และเดินสะดวก เพื่อรองรับการใช้งานของกลุ่มคนรุ่นใหม่
6. กลุ่มนักท่องเที่ยวและ Expat รวมทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย เน้นไปที่นักท่องเที่ยว FIT และกลุ่มทัวร์ที่ต้องการจุดแวะพักสุดท้ายก่อนบินกลับ เพื่อให้ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์เป็นจุด "Last Stop" สำหรับช้อปปิ้งของฝากและพักผ่อน (The Must-visit shopping Mall before your flight)
การรีโนเวตครั้งนี้ยังดึงแบรนด์ใหม่และร้านอาหารยอดนิยมเข้ามาเสริมศักยภาพ ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญ อาทิ POP Mart , Victoria Secret, Hama Sushi, Katsu Midori Sushi ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัว เยาวชน คนรุ่นใหม่ และนักช้อปทุกเพศทุกวัย โดยมุ่งให้ศูนย์การค้าฯเป็น “จุดนัดพบของทุกเจเนอเรชัน” ที่สามารถใช้ชีวิตได้ครบทุกมิติ

ควบคู่กันนี้ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ได้ปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางและบริเวณรอบ Void ให้โปร่ง โล่ง ทันสมัย และเป็นมิตรต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น เข้าถึงได้สำหรับทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เปิดที่สามารถใช้งานได้นอกเหนือจากช่วงเวลาเปิด-ปิดปกติของศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นจุดนัดพบและพื้นที่แฮงก์เอาต์ของผู้คน อาทิ ร้านชงเจริญ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลังเลิกงานของคนทำงานและกลุ่มวัยรุ่นที่มองหาพื้นที่ผ่อนคลาย พบปะสังสรรค์ และใช้ชีวิตร่วมกันในบรรยากาศที่แตกต่างจากการมาเดินศูนย์การค้าในช่วงเวลากลางวัน
ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ยังให้ความสำคัญกับระบบฐานสมาชิก เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า นำมาต่อยอดในการพัฒนา Privilege และ Service ให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงกับความต้องการ ศูนย์การค้าฯ ยังเดินหน้าปรับระบบสมาชิกให้สะดวก ใช้งานง่าย และเข้าถึงได้ด้วยตนเอง ทั้งในด้านการสมัคร การสะสมคะแนน และการใช้สิทธิ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ทั้งการใช้งานในพื้นที่จริงและผ่านช่องทางดิจิทัล
อีกเรื่องที่สำคัญฟิวเจอร์พาร์คให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืน” ซึ่งเป็นแกนหลักของวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยเดินหน้าลงทุนและพัฒนาระบบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง อาทิ การติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Water Reuse) ในพื้นที่ศูนย์การค้าฯ, การยกระดับการจัดการขยะครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงห้องขยะใหม่ การคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การนำขยะเปียกไปแปรรูปเป็นปุ๋ย ไปจนถึงการจัด “ตลาดนัดรีไซเคิล” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบของร้านค้าและลูกค้า นอกจากนี้ ฟิวเจอร์พาร์คยังร่วมมือกับพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลายภาคส่วน เช่น โครงการทอดไม่ทิ้ง, โครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน เพื่อขยายผลกระทบเชิงบวกจากระดับองค์กรไปสู่ระดับชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบ ภายใต้แนวคิด “Future Park Green Future” ที่มุ่งสร้างอนาคตสีเขียวร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
ฟิวเจอร์ให้ใจ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เดินหน้าขับเคลื่อนมิติด้านสังคม (Social) เป็นความร่วมมือที่เปิดพื้นที่ให้ลูกค้า ร้านค้า และพันธมิตร ได้ร่วมกันส่งต่อการให้และสร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคม โครงการครอบคลุมกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การสนับสนุนชุมชนโดยรอบ การจัดกิจกรรมเพื่อเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการระดมพลังจิตอาสาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ “การให้” กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด การลงทุนในครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานของ Lifestyle Ecosystem สำหรับกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่รวมการใช้ชีวิต ความยั่งยืน ประสบการณ์ และคอมมูนิตี้เข้าไว้ในพื้นที่เดียวของ Future Park, Zpell และ Future City
สำหรับฟิวเจอร์พาร์ค 30 ปีที่ผ่านมา คือรากฐานของความเชื่อมั่นและแน่นอนว่าการลงทุนครั้งนี้ คือหมุดหมายสำคัญในการกำหนดอนาคตของศูนย์การค้าไทยในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า…