BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,925
VIEWS

‘New Mass’ ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ซื้อความคุ้มค่าแบบกลาง ๆ เมื่อมุมมองความคุ้มค่าต่างกัน คำว่า Mass จึงไม่ได้มีความหมายเดียว

มี.ค. 13, 2569 S.Kawintip
เวลาพูดถึงคำว่า “ตลาดแมส” (Mass Market) เรามักจะนึกถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่มีพฤติกรรมคล้าย ๆ กัน แบรนด์สามารถพัฒนาสินค้าหนึ่งแบบ สื่อสารด้วยข้อความเดียว และเข้าถึงคนจำนวนมากได้พร้อมกัน แต่ตอนนี้ผู้บริโภคไม่ได้รวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่เหมือนในอดีต แต่กำลังแตกออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสนใจ ไลฟ์สไตล์ และมุมมองเรื่อง “ความคุ้มค่า” ที่ต่างกัน
 
แนวคิดนี้ทำให้เกิดคำว่า “New Mass” สะท้อนว่าแมสในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงคนจำนวนมากที่เหมือนกัน แต่เป็นการรวมตัวของกลุ่มย่อยจำนวนมากที่มีบางอย่างเหมือนกัน นั่นหมายความว่าการทำตลาดแบบหว่านกว้างอาจไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกแล้ว กลยุทธ์ที่สำคัญจึงกลายเป็นการเลือก “กลุ่มเล็ก ๆ” ที่ใช่ก่อน แล้วค่อย ๆ สร้างการรับรู้และความสัมพันธ์กับกลุ่มนั้น จนขยายตัวเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
 
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคแตกตัวชัดขึ้นก็คือสภาพเศรษฐกิจ เพราะเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้คนก็เริ่มคิดเรื่อง “ความคุ้มค่า” แตกต่างกันมากขึ้น จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคไทยโดย Far East Fame Line DDB พบว่า วันนี้คนเริ่มแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลักตามวิธีการใช้เงิน ได้แก่
 
1. Lifestyle Fighters คนที่ยังอยากรักษาไลฟ์สไตล์ของตัวเองเอาไว้
แม้เศรษฐกิจจะกดดันแค่ไหนก็ตาม พวกเขาไม่ได้มองหาของที่ถูกที่สุด แต่จะพยายามหาวิธีรักษาความสุขในชีวิตไว้ เช่น การตามหาโปรโมชั่น การสะสมคูปอง หรือการบริหารเงินอย่างฉลาด ซึ่งสิ่งที่คนกลุ่มนี้ไม่อยากตัดออกจากชีวิตคือความสุขเล็ก ๆ อย่างกาแฟร้านโปรด subscribe แอปฯ ดูหนังฟังเพลงเยอะ ๆหรือค่าตั๋วคอนเสิร์ต เพราะสำหรับพวกเขา “ความคุ้มค่า” ไม่ได้แปลว่าราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงดีไซน์ ประสบการณ์ คุณภาพ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย
 
2. Value Architects ผู้บริโภคที่คิดก่อนซื้อ และมองหาความคุ้มค่าในภาพรวม
คนกลุ่มนี้ไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะโปรโมชั่นดี หรือใช้งานได้ แต่จะพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพ ราคา ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงความรู้สึกที่ได้รับจากสินค้า การซื้อของสำหรับพวกเขาจึงเปรียบเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ที่ทุกชิ้นต้องลงตัว เมื่อ Value + Function + Emotion ผสมผสานกันอย่างเหมาะสม จึงจะรู้สึกว่าสินค้านั้นคุ้มจริง
 
3. Pragmatic Survivors คนที่เลือกใช้ชีวิตแบบรัดเข็มขัดแน่น
ผู้บริโภคกลุ่มนี้ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง และให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก หากสินค้าตอบโจทย์การใช้งานได้ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์เดิมที่เคยใช้ อาจเปลี่ยนไปใช้สินค้าที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่าได้
 
เมื่อผู้บริโภคแบ่งตัวออกเป็นหลายแบบ โครงสร้างของตลาดก็เริ่มเปลี่ยนตามไปด้วย ตลาดถูกดึงออกเป็นสองขั้วมากขึ้น ด้านหนึ่งคือสินค้าและบริการที่เน้นประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และความพรีเมียม ขณะที่อีกด้านคือสินค้าที่เน้นราคาและฟังก์ชันการใช้งาน ผลลัพธ์คือพื้นที่ตรงกลางของตลาดที่เคยเป็น “ความคุ้มค่าแบบกลาง ๆ” เริ่มหายไป โดยเฉพาะในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคหรือ FMCG ที่เคยใช้โปรโมชั่นเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
 
ดังนั้น การลดราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในขณะที่การสร้างประสบการณ์แบบพรีเมียมก็อาจมีข้อจำกัดด้านต้นทุน แบรนด์จึงต้องกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองใหม่ ว่าจะสร้างคุณค่าที่มีความหมายต่อผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างไร
 
ขณะเดียวกัน วิธีการสื่อสารของแบรนด์ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกเบื่อคอนเทนต์ที่มีรูปแบบคล้ายกันเต็มฟีด และเริ่มตั้งคำถามกับ Influencer แบบเดิม ๆ ที่ดูเหมือนจะขายของตลอดเวลา แม้ Algorithm จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงคนได้มากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดคอนเทนต์ซ้ำ ๆ สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากขึ้นจึงไม่ใช่แค่การมองเห็นแบรนด์ แต่คือการรู้สึกว่าแบรนด์เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขาจริง ๆ
 
แนวคิดการตลาดที่เริ่มเห็นชัดขึ้นจึงเป็นการสื่อสารกับกลุ่มคนที่มีความสนใจหรือความเชื่อเดียวกัน หรือที่เรียกว่า การตลาดแบบชนเผ่า (Tribe Marketing) ผู้คนเริ่มรวมตัวกันเป็นชุมชนเล็ก ๆ ตามความสนใจ ไลฟ์สไตล์ หรือมุมมองต่อชีวิต แบรนด์จึงต้องเข้าไปทำความเข้าใจกลุ่มเหล่านั้น และหาทางเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ไม่ใช่แค่ยืนอยู่นอกวงแล้วสื่อสารจากข้างนอก
 
ท่ามกลางความแตกตัวของตลาด ยังมีกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มที่กำลังเติบโตอย่างน่าสนใจและมีโอกาสกลายเป็น New Mass กลุ่มใหม่ ได้แก่
 
1. กลุ่ม Silver Gen ผู้สูงวัยที่ยังใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ แต่ผู้สูงอายุในวันนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเดิม หลายคนยังทำงาน เดินทาง หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พวกเขามีทั้งเวลา กำลังซื้อ และความเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้สูงวัยยุคใหม่จึงไม่ได้ต้องการสินค้าสำหรับคนแก่ แต่ต้องการสินค้าและบริการที่ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
จากการสำรวจพบว่า กลุ่ม Silver Gen 91% พอใจกับชีวิต, 87% มองว่ามือถือเป็นสิ่งสำคัญ, 80% ซื้อของเท่าที่ต้องการใช้จริง, 80% ตัดสินใจซื้อเองในร้าน และ 76% สนใจฟังก์ชันของสินค้า
 
2. Pet Parents คนที่เลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว
เมื่ออัตราการเกิดลดลง แต่การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกลับเพิ่มขึ้น ก็เกิดกลุ่มที่เรียกว่า DINKWAD (ย่อมาจาก Double incomes no kids, with a dog) หรือคู่รักที่มีรายได้สองคน ไม่มีลูก แต่มีสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
 
3. Soulcial กลุ่มคนหาที่ฮีลใจ
อีกเทรนด์หนึ่งที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนคือการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ self-care มากขึ้น ผู้คนเริ่มออกไปหากิจกรรมที่ช่วยเติมพลังใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิ เวิร์กช็อปศิลปะ หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ การดูแลสุขภาพจิตจึงไม่ใช่การหลีกหนีจากโลก แต่เป็นการออกไปสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ กับผู้คนรอบตัว
 
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการตลาดในยุคปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเข้าถึงคนจำนวนมากอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการสร้างความรู้สึกร่วมกับผู้คนจำนวนมาก ในโลกของ New Mass ความสำเร็จของแบรนด์จึงไม่ได้วัดเพียงจำนวนคนที่เห็นโฆษณา แต่คือจำนวนคนที่รู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจพวกเขา และทำให้พวกเขารู้สึกว่า “นี่คือพื้นที่ที่เราเป็นส่วนหนึ่งได้”

Far East Fame Line DDB เปิดฉากงาน “Futurecast 2026” ชูคอนเซปต์ Authentic Intelligence ย้ำมนุษย์ยังเป็นหัวใจสำคัญในยุค AI

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact