BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
38
VIEWS

เจาะความลับเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ท้าวเทพฯ 69 ภูเก็ตผงาดเศรษฐกิจพุ่งทะลุเป้าหมื่นล้าน

ก.พ. 25, 2569
ปรากฏการณ์ความสำเร็จของการจัดงานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดงานตามประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานเท่านั้น แต่ในปีนี้ถือเป็น "ปีทอง" ที่แสดงให้เห็นถึงการยกระดับงานวัฒนธรรมสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับมหภาคอย่างแท้จริง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่ล้นหลามตั้งแต่วันเปิดงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้เกิดกระแสการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ธุรกิจการบิน โรงแรม ไปจนถึงร้านค้าชุมชนในพื้นที่ถลาง

เบื้องหลังความสำเร็จที่ปรากฏสู่สายตาประชาชนนั้น มาจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการวางแผนการเล่าเรื่อง (Storytelling) อย่างเป็นระบบ โดยทีมผู้จัดงานได้ปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอจากรูปแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการสร้าง "ประสบการณ์" ใหม่ให้กับผู้เข้าชม การวางโครงสร้างเรื่องราวตั้งแต่ภาพรวมไปจนถึงรายละเอียดเชิงลึกในปี 2569 นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มคนในพื้นที่หรือผู้สูงอายุที่สนใจประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของภูเก็ต

ในฐานะนักวิเคราะห์สื่อและเศรษฐกิจ เรามองเห็นว่าการที่งานในปีนี้ขยายเวลาการจัดงานเป็น 4 วัน เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยกระจายรายได้และลดความแออัดของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งในด้านการจราจรและความปลอดภัย เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้สนับสนุนภาคเอกชน ส่งผลให้โมเดลการจัดงานครั้งนี้กลายเป็นต้นแบบ (Benchmark) สำคัญสำหรับการจัดงานอีเวนต์ทางวัฒนธรรมในระดับสากลที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน


กลยุทธ์ Storytelling ยุคใหม่: เมื่อประวัติศาสตร์มีชีวิตผ่าน 11 องค์แสดง

หัวใจสำคัญที่ทำให้งานในปี 2569 แตกต่างจากทุกปี คือการปรับปรุง "บทละคร" ให้เข้าถึงง่ายและมีความกระชับ โดยมีการเล่าเรื่องราวแบ่งออกเป็น 11 องค์แสดง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงบทสรุปที่กินใจ การจัดลำดับฉากอย่างมีชั้นเชิงช่วยให้ผู้ชมสามารถติดตามลำดับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การกอบกู้เมืองถลางได้อย่างไม่น่าเบื่อ ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงความเข้าใจยากของเนื้อหาประวัติศาสตร์แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเนื้อหาที่เข้าถึงใจประชาชนทุกกลุ่ม

การนำระบบแสง สี เสียง (Light & Sound) ที่ทันสมัยเข้ามาผสมผสานเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักที่ทีมงานให้ความสำคัญอย่างมาก การออกแบบโปรดักชันในปีนี้มุ่งเน้นการสร้างความอลังการที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีความสามารถในการขยายผลผ่านโซเชียลมีเดีย การสร้าง visual effect ที่ตื่นตาตื่นใจช่วยให้ "ฉากการสู้รบ" และ "ความเสียสละของสองวีรสตรี" ดูสมจริงและยิ่งใหญ่อลังการ จนสามารถสะกดสายตาผู้ชมได้อย่างอยู่หมัดตลอดการแสดง
 
นอกจากความสวยงามบนเวทีแล้ว การวางแผนงานเบื้องหลังกว่าหนึ่งเดือนของทีมงานโปรดักชัน ยังเน้นไปที่การจัดวางผังพื้นที่และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด การบูรณาการเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้ในการแสดง ไม่เพียงแต่เพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) ในจังหวัดภูเก็ต ว่ามีความพร้อมในการจัดงานระดับ World Class ซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกให้เข้ามาใช้พื้นที่ภูเก็ตเป็นฐานการผลิตในอนาคต


พลังของ Influencer และนักแสดงแม่เหล็ก: กลยุทธ์การสื่อสารที่เข้าถึงทุก Segment
อีกหนึ่งหมากเกมที่น่าสนใจคือการเลือกใช้ "นักแสดง" และ "Influencer" ที่มีอิทธิพลต่อสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ในปีนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นักแสดงนำอย่าง คุณฮาน่า หรือ คุณแม็กกี้ เท่านั้น แต่ยังมีการระดมพลนักแสดงมากฝีมืออย่าง คุณออฟ ชนะพล จากช่อง 7 และ คุณเก่ง จากช่อง 5 มาร่วมสร้างความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่อง การผสมผสานระหว่างดารากระแสหลักและเน็ตไอดอลช่วยให้ตัวงานสามารถสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแฟนคลับและคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
 
นอกจากดาราระดับประเทศแล้ว ทีมงานยังได้ดึงเอา "กลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่" เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นการสร้าง "Local Hero" ที่ช่วยแชร์เรื่องราวและประชาสัมพันธ์งานผ่านมุมมองของคนในพื้นที่เอง วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดการเข้าถึง (Reach) ในโลกออนไลน์ แต่ยังสร้างความรู้สึกร่วมและความภาคภูมิใจให้กับคนภูเก็ต ส่งผลให้เกิดการแชร์ข้อมูลกระจายไปยังจังหวัดข้างเคียงและทั่วประเทศอย่างเป็นธรรมชาติ
การวางกลยุทธ์สื่อสารทั้งภายในและภายนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทำให้งานสดุดีท้าวเทพฯ ในปี 2569 กลายเป็นประเด็น Talk of the town ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน การใช้สื่อผสมผสานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมที่นำไปสู่ยอดผู้เข้าชมที่ถล่มทลาย และการจัดการบริหารความโด่งดังของนักแสดงมาเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถือเป็นการใช้ Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การจัดงานของจังหวัดภูเก็ต


อบจ.ภูเก็ต กับโมเดลการบริหารแบบ Open Platform
ความสำเร็จในมิติของการบริหารจัดการนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกิดจากวิสัยทัศน์ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ภายใต้การนำของ คุณเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต ที่เน้นนโยบายการทำงานแบบ "เปิดกว้าง" โดยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้จัดงาน ทีมสื่อสาร หรือแม้แต่กลุ่มสายสกุลและหน่วยงานในพื้นที่ การบริหารงานแบบบูรณาการนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างภาครัฐและเอกชน ทำให้การขับเคลื่อนงานใหญ่ที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
 
การที่ อบจ.ภูเก็ต ให้คำแนะนำและกำกับดูแลเรื่อง "ความถูกต้อง" ของเส้นเรื่องและบทละคร ในขณะเดียวกันก็อนุญาตให้ทีมงานเติมสีสันและความทันสมัยเข้าไป ถือเป็นสมดุลที่สำคัญมากในการจัดงานเชิงประวัติศาสตร์ การเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ทำให้งานในปีนี้มีความยิ่งใหญ่และเข้าถึงประชาชนได้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่พร้อมจะปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าอันทรงคุณค่า
 
“อบจ.ภูเก็ต ค่อนข้างเปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นในการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้จัดงาน การวางแผนการสื่อสาร และกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้งานในปีนี้มีความยิ่งใหญ่และเข้าถึงประชาชนได้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา” - เรวัต อารีรอบ
 
นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกประชาชน ยังเป็นผลพวงจากการประสานงานที่ไร้รอยต่อระหว่าง อบจ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบร้านค้าและการบริหารพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งนโยบายการกระจายรายได้เช่นนี้เองที่ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนอย่างล้นหลาม 
แรงศรัทธา "ย่าจัน-ย่ามุก" สู่พลังความร่วมมือของชุมชนถลาง
มิติที่ลึกซึ้งที่สุดของความสำเร็จในครั้งนี้ คือ "พลังศรัทธา" ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะชาวถลางที่มีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อ ย่าจัน และ ย่ามุก อย่างแรงกล้า แรงศรัทธานี้ไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความร่วมมือร่วมใจของชุมชนในหลายภาคส่วน ที่เข้ามาช่วยกันเป็นหูเป็นตา และร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยมิตรไมตรี ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจและไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยงบประมาณเพียงอย่างเดียว
 
ความสำเร็จของงานครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับ "คนในพื้นที่" อย่างแท้จริง เพราะการจัดงานระดับจังหวัดที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องอาศัยการสนับสนุนและการยอมรับจากคนท้องถิ่นเป็นพื้นฐาน การที่ประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในทุกด้าน สะท้อนให้เห็นว่าชาวภูเก็ตรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของงาน (Sense of Ownership) และพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อเชิดชูเกียรติของบรรพบุรุษสืบไป
 
ในเชิงสังคม การจัดงานนี้เปรียบเสมือนการรวมจิตวิญญาณของคนทุกเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นถูกส่งต่อผ่านการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้รับรู้ถึงวีรกรรมของบรรพชนในรูปแบบที่น่าตื่นเต้นและจดจำง่าย พลังบวกจากชุมชนนี้เองที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้งานในปี 2569 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี และสร้างความเข้มแข็งให้กับรากฐานวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน

วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: เมื่อวัฒนธรรมเป็นตัวขับเคลื่อน GDP ภูเก็ต

จากการประเมินเบื้องต้น การจัดงานท้าวเทพฯ ในปี 2569 นี้สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ถลางและพื้นที่โดยรอบอย่างมหาศาล การเพิ่มจำนวนวันจัดงานเป็น 4 วัน และการจัดการจราจรที่เป็นระเบียบ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของกลุ่มร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการอาหารที่เข้ามาตั้งบูธในงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่นที่ได้รับอานิสงส์จากการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง
 
ในภาพรวมของจังหวัด การจัดงานนี้เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางมาเพื่อรับชมการแสดงโดยเฉพาะ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่อำเภอถลางพุ่งสูงขึ้นเกือบเต็ม 100% ตลอดช่วงการจัดงาน การเคลื่อนย้ายของนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ต่างจังหวัดที่เข้ามาชมงาน ยังช่วยกระตุ้นธุรกิจบริการและการขนส่งในภูเก็ตให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการใช้กิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็น Magnet สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ไม่ได้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก (Low Season) ได้อย่างดีเยี่ยม
 
นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และการบินโดรนเพื่อถ่ายทอดภาพความยิ่งใหญ่ของงาน ยังเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูง สร้างมูลค่าการรับรู้ (Media Value) ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะ "City of Events and Festivals" สิ่งนี้จะส่งผลดีในระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาพัฒนาโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการจัดงานแสดงระดับชาติในอนาคต

เป้าหมายในอนาคต: ยกระดับสู่เทศกาลมรดกโลกที่ยั่งยืน

จากความสำเร็จในปี 2569 ทางทีมงานและ อบจ.ภูเก็ต ได้มองเห็นศักยภาพในการขยายผลงานนี้ให้กลายเป็นเทศกาลระดับนานาชาติ โดยมีแผนที่จะพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในปีถัดไป การถอดบทเรียนจากการจัดงานครั้งนี้ ทั้งในด้านการบริหารจัดการคน การวางแผนสื่อสาร และการผลิตโปรดักชัน จะถูกนำไปใช้เป็นรากฐานในการยกระดับงานให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยยังคงหัวใจสำคัญคือความถูกต้องทางประวัติศาสตร์และความศรัทธาของชุมชน
 
วิสัยทัศน์ในอนาคตยังครอบคลุมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการเล่าเรื่อง เช่น การนำเทคโนโลยี AR/VR เข้ามาเพิ่มอรรถรสในการรับชม หรือการสร้าง Interactive Museum ภายในบริเวณงานเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมอย่างรอบด้าน การยกระดับงานวัฒนธรรมให้กลายเป็น "อุตสาหกรรมสร้างสรรค์" เต็มรูปแบบ จะช่วยให้ภูเก็ตสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างมั่นคงและไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว
 
บทสรุปของความสำเร็จในปีนี้เป็นเพียงก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่มากขึ้นในอนาคต ด้วยพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และความเป็นผู้นำที่เปิดกว้างของ อบจ.ภูเก็ต งานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร จะไม่ได้เป็นเพียงความภูมิใจของชาวภูเก็ตเท่านั้น แต่จะเป็นงานแสดงระดับประเทศที่คนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องปักหมุดหมายเพื่อมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ด้วยตาของตัวเองสักครั้งในชีวิต

ป้ายกำกับ: เศรษฐกิจภูเก็ต, ท้าวเทพกระษัตรี, ท้าวศรีสุนทร, อบจ.ภูเก็ต, การท่องเที่ยวไทย, Soft Power, ถลาง, เรวัต อารีรอบ, การแสดงแสงสีเสียง, ประวัติศาสตร์ไทย, การบริหารจัดการอีเวนต์


#ท้าวเทพ69 #PhuketEconomy  #SoftPowerThailand #ภูเก็ต #ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร #AmazingThailand #PhuketEvents

เจาะความลับเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ท้าวเทพฯ 69 ภูเก็ตผงาดเศรษฐกิจพุ่งทะลุเป้าหมื่นล้าน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact