BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
850
VIEWS

ก็แดดมันร้อน ดันตลาดกันแดดโต HER HYNESS บุกตลาด Young Gen เปิดตัว Marshmallow Sunscreen ตั้งเป้า 1 ล้านขวด

มี.ค. 28, 2569 N.Rotchana
“ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนตากแดดทั้งวัน”
 
ประโยคจากเพลงฮิตที่หลายคนน่าจะเคยได้ยิน สะท้อนความจริงง่าย ๆ ของชีวิตในประเทศไทยได้ดี เพราะในวันที่อุณหภูมิพุ่งสูง แดดแรงขึ้นทุกปี การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก
 
โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อสภาพอากาศในภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ดัชนีรังสี UV ในหลายประเทศของอาเซียนมีแนวโน้มอยู่ในระดับ Very High ถึง Extreme ขณะที่ประเทศไทยมีโอกาสที่ค่า UV จะพุ่งสูงถึงระดับ 11 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ Extreme ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO)
 
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังทำให้ “กันแดด” กลายเป็นหนึ่งในหมวดสินค้าที่ผู้บริโภคเริ่มใช้ตั้งแต่อายุที่น้อยลง สอดคล้องกับข้อมูลจาก Euromonitor ที่ระบุว่าตลาด Sun Care ในประเทศไทยมีมูลค่า 6,560 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนมีมูลค่ามากกว่า 8,400 ล้านบาทภายในปี 2029
 
ขณะเดียวกันข้อมูลจาก TikTok Trends เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ยังพบว่า #กันแดด เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมวด Beauty & Personal Care โดยกว่า 72% ของผู้สนใจอยู่ในกลุ่มอายุ 18–34 ปี
 
แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนว่า “กันแดด” กำลังกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์พื้นฐานของคนรุ่นใหม่ และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายแบรนด์ความงามเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่ม Young Generation มากขึ้น
 
หนึ่งในนั้นคือ HER HYNESS แบรนด์สัญชาติไทย ที่กำลังต่อยอดหมวดสินค้ากันแดดอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “Marshmallow Sunscreen” เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านขวดภายในปี 2026
 
ซึ่งเบื้องหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ไม่ได้มาจากโอกาสของตลาดที่กำลังเติบโตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากยังมาจากการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนโดยกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ HER HYNESS ได้แชร์ 4 Insight สำคัญของ Young Generation ที่กำลังเปลี่ยนตลาดกันแดด ดังนี้
1. แดดแรงขึ้น ตลาดโตขึ้น และผู้ใช้กันแดดอายุน้อยลง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดกันแดดให้โตคือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน แสงแดดกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ผู้บริโภครับรู้มากขึ้น การปกป้องผิวจากรังสี UV จึงเริ่มกลายเป็นพฤติกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวัน และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่เหมือนในอดีตอีกต่อไป
 
เมื่อผู้บริโภคเริ่มต้นดูแลผิวเร็วขึ้น ความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์ความงามก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Young Generation ที่นอกจากจะมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวแล้วยังต้องตอบโจทย์ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตในโลกโซเชียลมีเดียไปพร้อมกัน
 
2. Beauty for Social เมื่อความงามต้องขึ้นกล้อง
อดีตผลิตภัณฑ์ความงามถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวเป็นหลัก ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กำลังทำให้ความหมายของความงามเปลี่ยนไป โดยข้อมูลจาก TikTok Trends เดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า ความต้องการของผู้บริโภคในหมวด Beauty & Personal Care นอกจากจะต้องการดูแลผิวให้มีสุขภาพดีแล้วยังต้องการผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ทันทีมากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับความขาวและการปรับลุคผิว เช่น #โชว์ผิวขาว กว่า 90,000 โพสต์, #โทนอัพ กว่า 64,000 โพสต์, #ครีมพอกผิวขาว กว่า 31,000 โพสต์ และ #พอกผิวขาว กว่า 27,000 โพสต์ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้ในกลุ่มอายุ 18–24 ปี และ 25–34 ปี
 
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสความงามจากจีนอย่าง “Douyin Makeup” ที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากบน TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลในช่วงปี 2025–2026 โดยลุคความงามในสไตล์นี้มักเน้นผิวที่ดูสว่าง เนียน ฉ่ำ และสะท้อนแสงอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ภาพที่ปรากฏผ่านกล้องดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ความงามในปัจจุบันจึงต้องสามารถช่วยยกระดับลุคผิวให้ดูดีขึ้นได้ทันทีในชีวิตประจำวัน
3. เมื่อเข้าสู่โลกความงามเร็วขึ้น หัตถการจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าตลาดความงามกำลังขยับไปสู่ผู้บริโภคอายุน้อยลง คือการเข้าถึงหัตถการความงามที่เร็วขึ้นกว่าที่เคย ข้อมูลจาก ISAPS Global Survey 2024 ระบุว่า กลุ่มอายุตั้งแต่ 17 ปีลงไป เริ่มมีการทำหัตถการความงามแล้ว ขณะที่ในกลุ่มอายุ 18–34 ปี ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของตลาด หัตถการที่พบบ่อยที่สุดคือ การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน 1,798,454 ครั้ง
 
ปรากฏการณ์นี้ทำให้คนรุ่นใหม่มีความคุ้นเคยกับการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ และเปิดรับข้อมูลเกี่ยวกับความงามมากกว่าคนรุ่นก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสกินแคร์ การดูแลผิว หรือเทคโนโลยีความงามรูปแบบใหม่อย่างไรก็ตาม การที่ผู้บริโภคเข้าสู่โลกความงามเร็วขึ้นก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า การดูแลผิวตั้งแต่อายุยังน้อยควรเป็นอย่างไรจึงจะเหมาะสม
 
4. เมื่อแบรนด์ต้องสะท้อนตัวตนของผู้บริโภค
นอกจากประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มีบทบาทมากขึ้นต่อการตัดสินใจซื้อของคนรุ่นใหม่ คือตัวตนของแบรนด์ รายงาน Consumers Embrace Valuespending: Intentionality and Brand Values Now Central to Purchasing Decisions ของ Lightspeed Commerce ในปี 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคในกลุ่ม Young Generation กว่า 66% เชื่อว่าสินค้าที่เลือกซื้อควรสะท้อนถึงคุณค่าหรือความเชื่อส่วนตัวของพวกเขา ขณะเดียวกันกว่า 96% ระบุว่าการเลือกซื้อสินค้าเป็นการตัดสินใจอย่างมีเจตนา ไม่ได้ซื้อเพียงเพราะกระแสหรือความนิยมในช่วงเวลานั้น
 
เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจ พบว่าเรื่องที่ให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ ความยั่งยืน 37% ความภูมิใจในท้องถิ่นหรือชาติ 29% และความสอดคล้องทางวัฒนธรรม 26% ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ “แบรนด์” ได้กลายเป็นตัวแทนของแนวคิด วิธีใช้ชีวิต และคุณค่าที่ผู้บริโภคอยากเชื่อมโยงด้วย ด้วยเหตุนี้ หลายแบรนด์ความงามจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างตัวตนของแบรนด์ (Brand Identity) มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีคิดของผู้บริโภคยุคใหม่
 
สำหรับ HER HYNESS อินไซต์ทั้ง 4 ข้อนี้ จึงกลายเป็นจุดตั้งต้นสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดรุ่นใหม่ของแบรนด์ โดยแนวคิดที่แบรนด์ต้องการสื่อสารคือการดูแลผิวอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย ผ่านแนวคิด “กันแดดที่ดีพอและพอดีสำหรับ Young Skin” ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนหรือเกินความจำเป็น นำไปสู่การเปิดตัว “Marshmallow Sunscreen” กันแดดรุ่นใหม่ของ HER HYNESS ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่ม Young Generation โดยเฉพาะ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านขวดภายในปี 2026 และต่อยอดการเติบโตของหมวดกันแดดในฐานะหนึ่งในหมวดสินค้าหลักของแบรนด์
เดิมที HER HYNESS เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์สัญชาติไทยที่วางตำแหน่งในตลาดพรีเมียม โดยเฉพาะในหมวดกันแดดที่เป็นหนึ่งใน Hero Category ของแบรนด์ และสร้างการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 การเปิดตัว HER HYNESS Marshmallow Sunscreen จึงถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายตลาดกันแดดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดบทบาทของ “หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง” ในฐานะ “Sisหลิง” จากแบรนด์แอมบาสเดอร์ไปสู่การเป็นตัวแทนแรงบันดาลใจ สะท้อนแนวคิดการดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องทำตามมาตรฐานความงามของใคร และสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองได้
 
ขณะเดียวกัน ภาพรวมของตลาดความงามในปัจจุบันก็สะท้อนว่าการแข่งขันยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดกันแดดที่มีทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก
 
ปิยะภาพ เลิศธนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ HER HYNESS มองว่า อุตสาหกรรมความงามเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาโดยตลอด แต่สำหรับแบรนด์การมีคู่แข่งจำนวนมากเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานอยู่เสมอ
 
ปัจจัยสำคัญของการใช้กันแดดจริง ๆ ไม่ใช่แค่ค่าการปกป้องแสงแดดอย่างเดียว แต่คือ “เนื้อสัมผัส” ที่ทำให้คนอยากใช้ทุกวันหากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าเนื้อสัมผัสไม่สบายผิวหรือใช้งานยาก ผู้บริโภคก็อาจใช้เพียงบางวัน ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างต่อเนื่อง แนวคิดนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่แบรนด์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้กันแดดได้อย่างสม่ำเสมอ
 
“เมื่อเราขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมอยู่ตลอด สุดท้ายผลิตภัณฑ์ของเราก็จะสามารถ deliver value ให้กับผู้บริโภค และสร้างทั้ง authenticity และ trustworthiness ให้กับแบรนด์ จนสุดท้ายผู้บริโภคเองจะเป็นคนเลือกว่าจะไว้วางใจแบรนด์ไหน” ปิยะภาพ กล่าวเสริม
 
อีกหนึ่งมิติสำคัญของตลาดความงามในปัจจุบัน คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับการทดลองสินค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ความงามจากหลากหลายประเทศ ผู้บริหารมองว่า ผู้บริโภคไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มีความ Sophisticated ในด้านความงามค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน เนื่องจากมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลสินค้า รีวิว และเทรนด์ความงามจากทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
 
แต่ถึงอย่างไร repeat purchase ทางฝั่ง e-commerce มีสูงถึง 60% โดยปิยะภาพ กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นความภูมิใจของแบรนด์ เพราะแบรนด์ของเราไม่เคยเป็นสินค้าราคาถูกเลย ถึงแม้ว่าจะมีกันแดดที่ราคาถูกกว่าเราเยอะมากในตลาด แต่เมื่อคุณภาพของเราดี และ value ที่เรามอบให้มันสมเหตุสมผลกับราคา ผู้บริโภคก็ยินดีที่จะซื้อซ้ำ
 
“สำหรับ HER HYNESS เราเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรก ๆ ที่ไม่ได้คิดว่าต้องแข่งด้วยราคาถูกเสมอไป เราอยากยกระดับแบรนด์ไทยให้สามารถยืนอยู่ในระดับเดียวกับแบรนด์ต่างประเทศได้ เพราะในอดีตคนมักจะคิดว่าแบรนด์ไทยต้องขายของถูกถึงจะสู้ต่างชาติได้ แต่เราเป็นแบรนด์ไทยรายแรก ๆ ที่กล้าขายกันแดดในราคาพันบาทขึ้นไป และไม่ใช่แค่ขายได้ แต่ขายได้ดีด้วย”
ปิยะภาพ เสริมว่าสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เราทำขึ้นมา เราตั้งใจเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะที่ผ่านมาเรามี premium sunscreen ที่ติดอันดับยอดขายสูงทั้งใน Modern Trade และ e-commerce มาหลายปี แต่ก็มีเสียงจากผู้บริโภคจำนวนมากบอกว่าอยากใช้ แต่ราคายังเอื้อมไม่ถึง เหล่านี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยยังไม่ compromise เรื่องคุณภาพ เพราะกันแดดรุ่นพรีเมียมของเราจะมี value-added เยอะมาก ไม่ใช่แค่การกันแดดยังรวมถึงการดูแลผิวในหลายมิติ ซึ่งทำให้คนที่จ่ายหลักพันรู้สึกว่าคุ้มค่า แต่ younger generation เราก็ต้องเข้าใจปัจจัยเรื่องงบประมาณด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงทำผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณภาพการกันแดดที่ดี แต่ตัดบางฟังก์ชันที่อาจจะยังไม่จำเป็นสำหรับคนผิววัยรุ่นออกไปเพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
 
ในอีกด้านหนึ่ง แม้ตลาดกันแดดจะมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่แบรนด์ยังคงยึดแนวทางการเติบโตที่เน้นคุณค่าของสินค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพราะในมุมมองของผู้บริหาร การแข่งขันด้วยราคาที่ต่ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากอาจทำให้แบรนด์ต้องลดต้นทุนในส่วนของคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ไม่ต้องการทำ
 
“ถ้าถามว่าตลาดกันแดดเป็น Price War หรือเปล่า สำหรับเราไม่ใช่ เพราะการแข่งด้วยราคาถูกอย่างเดียวไม่ยั่งยืน สุดท้ายมันจะบังคับให้แบรนด์ต้องลดคุณภาพ สุดท้ายเราเลือกโฟกัสกับสิ่งที่เราทำ นั่นคือารทำผลิตภัณฑ์คุณภาพดี และบริหารต้นทุนให้สามารถทำโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับผู้บริโภคได้ โดยไม่ต้องลดคุณภาพสินค้า”
 
สำหรับความท้าทาย กัญญฉัชฌ์ มองว่าปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่ค่อนข้างยาก และปีนี้ก็น่าจะยากกว่าด้วย โดยปิยะภาพ เสริมให้เห็นภาพชัดคือเมื่อธุรกิจเติบโตมาถึงระดับพันล้านบาท ทุกอย่างมันจะยากขึ้นตามสเกล ยกตัวอย่างยอดขาย 10 ล้านบาท การบริหารสต๊อกอาจจะไม่ซับซ้อนมาก ถ้าเกิด overstock หรือ understock ขึ้นมา มันก็ไม่กระทบมากนัก แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้นเป็นระดับพันล้าน ถ้าสต๊อกเกิน เงินที่จมอยู่ในสต๊อกอาจจะเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยล้านบาทได้ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความท้าทายเมื่อธุรกิจขยายตัว 
 
ปีนี้ ปัจจัยที่ทำให้มองว่ายากขึ้นก็คือสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ทุกคนก็เห็นกันอยู่ ตั้งแต่ต้นปีมาก็ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่ดูดีขึ้นจากปีที่แล้วเท่าไร ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของโลก หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าภายในองค์กรจะมีโปรเจกต์จำนวนมาก ทั้งด้าน operation การบริหารสต๊อก และการตลาด การเปิดตัวสินค้าใหม่ สิ่งเหล่านี้หมายความว่างานของทีมก็เพิ่มขึ้นมหาศาล มีรายละเอียดที่ต้องจัดการมากขึ้นในทุกด้าน
 
“เรื่องของต้นทุน วัตถุดิบต่าง ๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นบ้างอยู่แล้ว แต่แนวทางของเราค่อนข้างชัดเจน คือเจ้าของธุรกิจยอมรับกำไรน้อยลงได้ เรามองว่าการทำธุรกิจเหมือนการวิ่งมาราธอน บางช่วงเราก็อาจต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น และพยายามไม่ส่งต่อภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค เพราะฉะนั้นการขึ้นราคาจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เราจะทำ ตอนนี้เราไม่ได้มีแผนจะขึ้นราคาเลย ถึงขั้นพูดเล่นกันว่า ถ้าจะต้องเลือกจริง ๆ ทางทีมยอมไปกินมาม่าก่อนที่จะขึ้นราคาสินค้า เพราะรู้ว่าผู้บริโภคเองก็ลำบากเหมือนกัน เราไม่อยากเป็นผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค” ปิยะภาพ กล่าว
นอกจากนี้ HER HYNESS ยังเริ่มขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยประเทศแรกที่แบรนด์เข้าไปทำตลาดคือ ฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นที่มีความเข้าใจตลาดและพร้อมลงทุนสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง โดยแย้มว่าอาจจะได้เห็นการขยายไปอีก 2–3 ประเทศ เช่นในตะวันออกกลาง แต่ไม่รีบทำ เพราะแนวคิดคือถ้าจะเปิดตลาดไหน ต้องพร้อมซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ ถ้ารู้สึกว่ายังไม่พร้อมจริง ๆ ก็ยังไม่อยากรีบขยาย ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะยังอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมองว่ายังคงให้ความสำคัญกับตลาดประเทศไทยเป็นหลัก เนื่องจากยังมองเห็นโอกาสอีกมากในการเติบโต ทั้งจากขนาดตลาดที่ขยายตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรมความงามอย่างต่อเนื่อง
 
และในวันที่แดดแรงขึ้นทุกปี การดูแลผิวจากแสงแดดก็กลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรพื้นฐานของคนจำนวนมากสิ่งที่แบรนด์กำลังพยายามทำ นอกจากจะต้องพัฒนากันแดดแล้วยังต้องการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับวิธีคิดของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการดูแลตัวเองในแบบที่ “ดีพอ และพอดี” กับตัวเอง

ก็แดดมันร้อน ดันตลาดกันแดดโต HER HYNESS บุกตลาด Young Gen เปิดตัว Marshmallow Sunscreen ตั้งเป้า 1 ล้านขวด

“HER HYNESS” เจาะตลาด Young Gen รับตลาดโตจากผู้ใช้กันแดดอายุน้อยลง เปิดตัว “Marshmallow Sunscreen” ชูแนวคิด “กันแดดที่ดีพอและพอดีสำหรับ Young Skin”

HER HYNESS ขยายไลน์เมคอัพ ส่ง 'คุชชั่นเซรั่ม' ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Makeup meets Skincare" เปิดตัวที่แรกร้าน BEAUTRIUM ทุกสาขา

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact