ในจังหวะที่อุตสาหกรรมการบินโลกกำลังฟื้นตัวควบคู่กับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) เลือกเดินเกมเชิงรุกด้วยการวางกลยุทธ์ระยะยาวอย่างชัดเจน ผ่านการประกาศวิสัยทัศน์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” ซึ่งสะท้อนทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติ
พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงมีสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่เติบโตต่อเนื่อง “ปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปเติบโตเฉลี่ยประมาณ 11% ขณะที่ข้อมูลจาก International Air Transport Association ระบุว่าปริมาณผู้โดยสารทั่วโลกยังขยายตัว โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิกที่เติบโต 4.4% อย่างไรก็ตาม เรายังคงติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”
ภาพของ BA ในวันนี้กำลังขยับไปไกลกว่าธุรกิจสายการบิน โดยมีโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น สะท้อนผ่านผลประกอบการปี 2568 ที่ทำรายได้รวม 26,067 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,580.3 ล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งครัวการบิน บริการภาคพื้น และคลังสินค้า ซึ่งเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน
ในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน BA เดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถในระยะยาว โดยเตรียมปรับปรุงสนามบินสมุยครั้งใหญ่เพื่อรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี พร้อมเพิ่ม Boarding Gates และขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์ ขณะที่สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่งเป็น 2,000 เมตร และอยู่ระหว่างพัฒนา Taxiway และลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินเจ็ตรุ่นใหม่อย่าง Airbus A320
“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการของเราในระยะยาว และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง” พุฒิพงศ์ กล่าว
ในด้านฝูงบิน บริษัทวางแผนขยายอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีเครื่องบินรวม 22 ลำ และเตรียมเพิ่มเป็น 22–26 ลำในปีนี้ ผ่านการทยอยรับมอบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำจนถึงปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการเส้นทางระยะสั้นและเมืองท่องเที่ยวรองที่มีศักยภาพ
ด้านการเงิน ลีฬภัทร ลีฬหวณิช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน เปิดเผยว่า “โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยในปี 2568 ธุรกิจครัวการบินมีรายได้เติบโต 19% ขณะที่บริการภาคพื้นและคลังสินค้าก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท”
ในมิติของตลาด คมกริช งามวงศ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการแผนกลูกค้ารายใหญ่และผลิตภัณฑ์รายได้เสริม ระบุว่า ตลาดยุโรปยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก โดยสร้างรายได้สูงสุดถึง 40.3% “ปีนี้เราจะเน้นการขายเชิงรุกในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เช่น ยุโรป รัสเซีย และตะวันออกกลาง พร้อมทั้งขยายไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างคาซัคสถาน ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงจีนและอินเดีย”
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเร่งพัฒนาช่องทางการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป “เราขยายการเชื่อมต่อผ่าน API, NDC และ Direct Connect เพื่อรองรับการเติบโตของ Metasearch และ OTA รวมถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่าง Kayak เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก” คมกริช กล่าว
อีกหนึ่งแกนสำคัญของ BA คือการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กรอบ ESG โดยในปีนี้ยังคงเดินหน้าโครงการ Low Carbon Skies อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำร่องใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon Emission ในปี 2593
“เรามุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างจริงจัง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว” พุฒิพงศ์ กล่าว
แม้สัญญาณการจองล่วงหน้าในบางช่วงจะสะท้อนความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 แต่การฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อภาพรวมทั้งปี
ทิศทางของ Bangkok Airways ในปี 2569 จึงเป็นภาพของการ “วางฐานอนาคต” ผ่านการลงทุนที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่สนามบิน ฝูงบิน ช่องทางการขาย ไปจนถึงแนวคิดด้านความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเข้าสู่เกมใหม่ที่วัดกันลึกกว่าจำนวนเที่ยวบินหรือราคาเพียงอย่างเดียว