รู้หรือไม่ ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตรรอบ ICONSIAM วันนี้มีผู้คนใช้ชีวิตอยู่เกือบ 5 ล้านคน…
โดยเฉพาะย่านเจริญนครเพียงอย่างเดียว มีประชากรราว 2 ล้านคน และหากขยายออกไปในระยะ 3–5 กิโลเมตร ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็น 3–5 ล้านคน ขณะเดียวกันช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ฝั่งธนบุรียังมีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่มากกว่า 25,000 ยูนิต โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ขยายอาคารเพิ่มอีกหลายร้อยเตียง และสำนักงานของหน่วยงานรัฐที่กำลังจะย้ายเข้ามาในอนาคต
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่าฝั่งธนบุรีกำลังกลายเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ย่านท่องเที่ยวหรือย่านที่อยู่อาศัยอีกต่อไป จึงเกิดคำถามต่อมาว่าแล้วจะสร้างประสบการณ์อาหารแบบไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คนเหล่านี้ได้จริง
BrandAge Online จะพาไปถอดวิธีคิดการร่วมมือระหว่าง ICS และ Lotus’s Eatery กับการปั้น Food Destination แห่งใหม่ของฝั่งธนบุรี

1. ‘กลยุทธ์การสร้างเมือง’ ไม่ใช่แค่สร้างศูนย์การค้า
เบื้องหลังการขยายบทบาทของ ICS Lifestyle Complex เริ่มจากคำถามที่ว่าพื้นที่ฝั่งธนบุรีกำลังขาดอะไรโดยสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สร้างความสำเร็จให้กับไอคอนสยามคือกลยุทธ์การสร้างเมืองไม่ใช่แค่สร้างศูนย์การค้า เรามีความตั้งใจตั้งแต่วันแรกว่าอยากสร้าง ‘เมือง’ ขึ้นมา และคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้เมืองแห่งนี้เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับเรา ผ่านมา 8 ปีถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าพื้นที่ย่านเจริญนคร คลองสาน รวมไปถึงฝั่งธนบุรีได้มีการเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับเราอย่างชัดเจน
“เมื่อเมืองเริ่มเติบโต สิ่งที่เราต้องทำต่อคือการเติมเต็มองค์ประกอบของเมืองให้สมบูรณ์มากขึ้น และ ICS ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นั้นให้เป็น Mix-use Lifestyle Complex ที่จะเข้ามาเติมเต็มเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อทำให้ความเป็นเมืองของฝั่งธนบุรีสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน ทั้งร้านอาหารระดับโลกใน ICONSIAM และร้านอาหารที่เข้าถึงง่ายใน ICS ก็จะสามารถรองรับผู้คนที่มาใช้ชีวิตในย่านนี้ได้ในทุกช่วงเวลา”
ทำให้บทบาทของ ICS ถูกออกแบบให้เป็นส่วนต่อขยายของเมืองโดยฝั่งไอคอนสยามจะเน้นร้านอาหารระดับโลก ร้าน Fine Dining และประสบการณ์ระดับพรีเมียม ขณะที่ ICS จะเข้ามาเติมเต็มร้านอาหารที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งร้านระดับตำนาน ร้านสตรีทฟู้ด ไปจนถึงร้านอาหารที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ เมื่อทั้งสองพื้นที่ทำหน้าที่ต่างกันพร้อมเชื่อมโยงกันได้ก็สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

2. เมื่อ Food Court ต้องไม่หยุดนิ่ง
แม้ “ศูนย์อาหาร” จะเป็นโมเดลที่อยู่คู่กับศูนย์การค้าไทยมานานหลายสิบปี แต่สำหรับ CP Axtra แนวคิดเรื่อง Food Court ไม่เคยเป็นโมเดลที่หยุดนิ่ง เบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มองว่าการทานอาหารนอกบ้านยังคงเป็นเทรนด์ที่โตต่อเนื่อง และศูนย์อาหารยังคงเป็นรูปแบบธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น Food Court จึงต้องพัฒนาโมเดลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
“สิ่งสำคัญคือ Food Court จะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนร้านค้า แต่อยู่ที่การพัฒนาโมเดลให้ทันกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ในอดีตบางแห่งอาจจะให้ความสำคัญกับการทำให้พื้นที่เต็มก่อน มีร้านเยอะไว้ก่อน อร่อยหรือไม่อร่อยอาจเป็นเรื่องรอง ซึ่งแนวคิดของเราต่างออกไปถ้าร้านไหนยังไม่อร่อยจริง เราเลือกที่จะปล่อยพื้นที่ว่างดีกว่า เพราะภาพจำของลูกค้าสำคัญมาก ถ้าลูกค้ามาที่ศูนย์อาหารแล้วเจอร้านที่ไม่อร่อยความรู้สึกนั้นจะอยู่กับเขาไปอีกนาน หน้าที่ของเราคือการคัดเลือกร้านที่มีคุณภาพจริง ๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเมื่อมาที่นี่ เขาจะได้เจอร้านอร่อยเสมอ”
ปัจจุบัน Lotus’s มีธุรกิจศูนย์อาหาร กว่า 200 สาขา โดยแบ่งเป็น 3 โมเดล
1. Lotus’s Food Court เน้นความสะดวก สะอาด อร่อย ราคาเข้าถึงง่าย มี 154 สาขา
2. Lotus’s Eat มีจุดเด่นในเรื่องของ ร้านเด็ด เมนูอร่อย ร้านดังระดับตำนาน มี 30 สาขา
3. Lotus’s Eatery ศูนย์อาหารระดับพรีเมียม แหล่งแฮงก์เอาท์ของชุมชน รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกิน ดื่ม ด้วยร้านค้ามิชลินไกด์ เหมาะกับทำเลศักยภาพสูง เช่น ย่าน CBD หรือแหล่งท่องเที่ยว มี 16 สาขา
กรณีของ ICS Lifestyle Complex ทำเลแห่งนี้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งจากจำนวนประชากรในพื้นที่และนักท่องเที่ยว จึงเหมาะกับการนำโมเดล Lotus’s Eatery เข้ามาพัฒนาได้รวมร้านอาหารระดับตำนาน ร้านดังระดับมิชลิน ไปจนถึงร้านอาหารที่กำลังเป็นกระแส ให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์อาหารที่หลากหลาย และทำให้ศูนย์อาหารกลายเป็นอีกหนึ่ง Destination ของย่าน
“อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเมื่อพูดถึง Lotus’s Eatery ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ขายอาหารแบบฟู้ดคอร์ตทั่วไปว่าถ้าไม่สั่งอาหารก็ไม่สามารถนั่งได้ ซึ่งเราตั้งใจให้เป็น Lifestyle Space เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมาใช้ชีวิตได้ เราไม่ได้มีกฎว่าถ้าไม่สั่งอาหารแล้วจะนั่งไม่ได้เพราะวันนี้ห้างสรรพสินค้าในยุคใหม่คือการเปิดพื้นที่ให้กับสาธารณะให้ทุกคนเข้ามาใช้ชีวิต และ enjoy moment ของตัวเองได้”

3. จากผู้เช่า-ผู้ให้เช่า เป็นคู่ชีวิตทางธุรกิจ
โดยปกติความสัมพันธ์ในธุรกิจรีเทลมักถูกนิยามในรูปแบบ Landlord – Tenant หรือเจ้าของพื้นที่กับผู้เช่า แต่เบญจวรรณมองว่าความสำเร็จของศูนย์อาหารไม่ได้เกิดจากตัวพื้นที่เพียงอย่างเดียวยังเกิดจากความสำเร็จของร้านค้าแต่ละร้านที่อยู่ภายในพื้นที่นั้นด้วย เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์จึงต้องเป็น “Life Partner” หรือคู่ชีวิตทางธุรกิจ
“ถ้าร้านค้าของเราอยู่ได้ เขาประสบความสำเร็จ ศูนย์อาหารก็จะประสบความสำเร็จไปด้วย สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่แค่ให้พื้นที่ขายของ แต่เป็นการทำงานร่วมกันจริง ๆ เรามีความรู้ มีประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร มีเครือข่ายวัตถุดิบ มีระบบการจัดการร้านอาหาร ขณะที่ผู้ประกอบการหลายคน โดยเฉพาะ SME อาจมีความเก่งเรื่องสูตรอาหาร รสชาติ แต่ยังไม่เคยทำธุรกิจในสเกลใหญ่ หน้าที่ของเราคือการช่วยเติมเต็มในส่วนที่เขายังขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ ระบบการบริหารร้าน การควบคุมคุณภาพ หรือประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เราไม่ได้มองว่าการช่วยเหลือคือเรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งการให้เงินก็ไม่ได้แก้ปัญหา สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำงานร่วมกันและเติบโตไปด้วยกัน” เบญจวรรณ กล่าวเสริม
จึงนำไปสู่การสร้างพื้นที่ทดลองตลาดสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารหน้าใหม่ หลายตัวอย่างคือร้านอาหารที่มีศักยภาพอาจยังไม่มีเงินทุนมากพอที่จะเปิดร้านในทำเลใหญ่ แต่หากมีโอกาสได้เข้ามาทดลองขายในพื้นที่ที่มีทราฟฟิกสูงก็สามารถเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจได้เร็วขึ้นศูนย์อาหารจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนStarting Point ของผู้ประกอบการ SME ร้านค้าบางร้านอาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ ทดลองตลาด เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า ปรับเมนูและโมเดลธุรกิจ ก่อนจะขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต

Lotus’s Eatery @ ICS เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 7 เมษายนนี้ที่ชั้น 4 ของ ICS มีขนาดประมาณ 1,200 ตารางเมตร ภายในโซนนี้มีร้านอาหารกว่า 30 ร้านค้า ครอบคลุมตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนาน ไปจนถึงร้านอาหารจากมิชลินไกด์ เช่น ขาหมูตรอกซุง, คนชง คนปรุง, สากลนคร, สุกี้เมาเวอริค,ร้านข้าวเหนียวมะม่วง พรสยาม เป็นต้น
นอกจากโซนร้านอาหารหลักแล้ว ภายในพื้นที่ยังถูกออกแบบให้มีโซน Grab & Go ซึ่งรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่ม 13 ร้านดังที่สามารถซื้อกลับได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในชีวิตประจำวัน