ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว VICKTEERUT เริ่มต้นการเดินทางจากสตูดิโอออกแบบเล็กๆ ย่านทองหล่อ ซึ่งในขณะนั้นเปรียบเสมือนพื้นที่บ่มเพาะงานคราฟต์สไตล์เทเลอริ่งที่เน้นความเฉียบคมของเส้นสายเรขาคณิต ก่อนจะขยับขยายเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Siam Paragon จนกลายเป็นแบรนด์ระดับไอคอนิกที่ครองใจผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาความหรูหราแบบ Minimalist
ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ได้พิสูจน์ถึงพัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งและความเป็น Resilience โดยเฉพาะการยกระดับอัตลักษณ์แฟชั่นไทยสู่มาตรฐานสากลด้วยการพาแบรนด์ไปเฉิดฉายบนรันเวย์ New York Fashion Week ต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นและความลอยัลตี้ให้แก่กลุ่มลูกค้าในระดับ Global Standard อย่างแท้จริง
ทว่าในสภาวะที่ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจตั้งแต่ปีที่ผ่านมาส่งผลให้กำลังซื้อในอุตสาหกรรมแฟชั่นชะลอตัวลง การรักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอจึงไม่ได้พึ่งพาเพียงกลุ่ม Ready-to-wear อีกต่อไป แต่คือการรุกเข้าสู่ตลาดใหม่เพื่อสร้าง New S-Curve ให้กับธุรกิจในปี 2569 นี้อย่างเต็มตัว
VICKTEERUT เลือกนำเอาความเชี่ยวชาญด้านงานคัตติ้งระดับไฮเอนด์เป็นจุดขายใหม่ในกลุ่มชุดแต่งงานผ่านการเปิดตัวโชว์รูม VICKTEERUT The Marriage แห่งใหม่ เพื่อรองรับดีมานด์ของเจ้าสาวยุคใหม่ที่มีความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายขึ้น
ขณะเดียวกันยังสยายปีกเข้าสู่ตลาดชุดยูนิฟอร์มที่เน้นการสร้าง Brand Identity ให้กับองค์กรระดับแถวหน้าอย่าง Sansiri, The Standard Pattaya และโปรเจกต์วอลุ่มใหญ่อย่าง Café Amazon Experience ซึ่งกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการหาทางรอดในยุคที่ตลาดตึงตัว แต่คือการนำจิตวิญญาณแห่งความประณีตที่สั่งสมมาตลอด 18 ปี มาถักทอเข้ากับวิถีชีวิตและบริบทที่เปลี่ยนไปของยุคสมัย
อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ VICKTEERUT เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 18 ปี VICKTEERUT ยังครองใจลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นด้วยหัวใจสำคัญอย่างงานตัดเย็บสไตล์เทเลอริ่งที่ประณีตและเฉียบคม แม้ภาพรวมตลาดแฟชั่นปี 2568 จะเผชิญสภาวะชะลอตัว แต่แบรนด์ยังสร้างการเติบโตของยอดขายได้ในระดับ Single Digit ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจชุดยูนิฟอร์มและชุดแต่งงานที่เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแกร่ง ควบคู่กับการเติบโตของช่องทางออนไลน์ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงการร่วมแฟชั่นโชว์ระดับโลก New York Fashion Week ที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นและสร้างความลอยัลตี้ให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับปี 2569 ทางแบรนด์ขยายฐานลูกค้า ด้วยการตั้งเป้าตั้งเป้าดันสัดส่วนยอดขายกลุ่มยูนิฟอร์มให้แตะ 20% ของพอร์ตรายได้รวม นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวโชว์รูม VICKTEERUT The Marriage แห่งใหม่ ณ สุขุมวิท 93 ในปลายปี 2569 เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชุดแต่งงานโดยเฉพาะ หลังจากประสบความสำเร็จสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากคอลเลกชันที่ผสมผสานงานฝีมือดอกไม้สดแบบไทยเข้ากับดีไซน์โมเดิร์น
"เป้าหมายการเติบโต 5% ในปีนี้ แม้จะดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูง แต่ในสภาวะที่ปัจจัยภายนอกไม่เอื้ออำนวย เราเชื่อมั่นว่าเป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง โดยจะเน้นการเจาะตลาด Niche Market ที่เราเชี่ยวชาญ และรักษามาตรฐานงานตัดเย็บที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์”