ถ้าย้อนกลับไปในภาพจำเดิมของย่านประตูน้ำ ชื่อของ Platinum Fashion Mall คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นหมุดหมายของธุรกิจค้าส่งแฟชั่น ทั้งสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก่อนที่ย่านนี้จะค่อย ๆ ถูกนิยามใหม่ด้วยการแข่งขันของศูนย์การค้าในโซนราชประสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี
วันนี้ The Platinum Group กำลังเดินเกมครั้งใหญ่เพื่อยกระดับพื้นที่ในมือของตัวเองให้กลายเป็นมากกว่าย่านค้าส่งเดิม โดยปักธงพัฒนาโครงการทั้งหมดในโซน ราชประสงค์–ประตูน้ำ–ราชปรารภ ให้เป็น “The Neighbourhood of Platinum”ในรูปแบบ CBD Mega Mixed-Use Ecosystem ที่รวมศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานเข้าไว้ด้วยกัน
เบื้องหลังเกมนี้คือความพยายามเปลี่ยน “บทบาทของย่าน” จากพื้นที่ซื้อขายสินค้า ไปสู่พื้นที่ใช้ชีวิตของคนเมืองและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ทำไมต้องขยับครั้งนี้
เพราะสนามแข่งขันของย่านนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ฝั่งราชประสงค์วันนี้เต็มไปด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่และแบรนด์ระดับโลก ขณะที่ประตูน้ำยังมีจุดแข็งเรื่องทราฟฟิกและค้าส่งอยู่ แต่ภาพจำของพื้นที่ยังผูกกับการซื้อขายแบบเดิมค่อนข้างมาก การจะสู้ในศึกรีเทลยุคใหม่จึงต้องใช้มากกว่าราคาและจำนวนร้านค้า
The Platinum Group จึงยกระดับย่านแทนการพัฒนาแบบแยกชิ้น โดยใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วทั้งศูนย์การค้า 3 แห่ง โรงแรม 3 แห่ง และอาคารสำนักงาน 1 แห่ง มาร้อยเข้าหากันให้ รวมพื้นที่กว่า 345,475 ตารางเมตร และห้องพักมากกว่า 1,300 ห้อง
นี่คือจุดที่เกมเริ่มเปลี่ยน จากการบริหารอสังหาริมทรัพย์รายโครงการ ไปสู่การสร้าง ecosystem ของย่าน
หมากแรก เปลี่ยน The Market Bangkok เป็น Platinum POP
หมากที่เห็นชัดที่สุดคือการรีแบรนด์ THE MARKET BANGKOK เป็น “PLATINUM POP” พร้อมวางตัวเองเป็น “The Center of Bangkok’s Pop Life” หรือศูนย์กลางความป๊อปของกรุงเทพฯ ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่คน “อยากมา” มากกว่าการ “แวะมา” เพราะรีเทลยุคใหม่ต้องแข่งกันที่ความถี่ในการกลับมาใช้บริการ และความสามารถในการสร้างประสบการณ์ให้คนรู้สึกว่าพื้นที่นี้มีเหตุผลให้กลับมาอีก
เฟสแรกของ Platinum POP บริษัทเริ่มวาง tenant mix ใหม่ที่ชัดเจนขึ้น ทั้งอาหาร ความงาม และไลฟ์สไตล์ โดยมีไฮไลต์อย่าง Lai Jie ฮับอาหารนานาชาติขนาด 8,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท รวมร้านดังจากเยาวราชและร้านไวรัลต่าง ๆ เตรียมเปิดในเดือนมิถุนายน 2569
การดึงแบรนด์ที่ช่วยสร้าง traffic ได้จริงเข้ามาเสริม เช่น
- EVEANDBOY Cafe ซึ่งจะเป็นคาเฟ่ครั้งแรกของโลกของแบรนด์
- TOFU Skincare Megamart ศูนย์กลางความงามแบรนด์ไทยอันดับ 1 บนพื้นที่กว่า 7,200 ตร.ม. รวมสินค้าและนวัตกรรมความงามครบครัน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งช้อปปิ้ง แต่คือ Beauty Experience Destination ที่เปลี่ยนทุกการเลือกซื้อให้กลายเป็น Beauty Journey มอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าทั้งชาวไทย นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจากทั่วโลก เปิดให้บริการภายใน ก.ค. 2569
- House of LittleBunnyในรูปแบบ Mega Flagship Store เตรียมเปิด Mega Flagship Store ก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยสู่การเติบโตในระดับภูมิภาคเอเชีย มอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าจากทั่วทุกภูมิภาค อย่างเป็นทางการ บริเวณชั้น 1 ภายใน ส.ค. 2569
นอกจากนี้ยังมีร้านค้ายอดนิยมที่ปัจจุบันเปิดให้บริการ ได้แก่ ชั้น G ร้าน STARBUCKS ชั้น 3 ร้าน MOMO PARADISE, ร้านพระราม9 ไก่ย่างและ ชั้น 4 ร้าน Let's Relax Spa , 786 SALON , MOS Dental Clinic

หมากที่สอง ใช้ DNA เดิมของ Platinum มาสร้างโมเดลใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือ The Platinum Group เลือกหยิบจุดแข็งมาขยายผลต่อ โดยบริษัทถอดความสำเร็จของ Platinum Fashion Mall ที่เป็นผู้นำศูนย์การค้าค้าส่งแฟชั่นมาอย่างยาวนาน เป็น PLATINUM DNA ที่ประกอบด้วย 3V ได้แก่ Variety, Value และ Volume แล้วนำแนวคิดนี้ไปใช้ขับเคลื่อนธุรกิจศูนย์การค้าในยุคใหม่
นี่เป็นจุดต่างสำคัญ เพราะแทนที่จะพยายามลบภาพค้าส่งเดิม บริษัทกลับใช้มันเป็นฐาน แล้วต่อยอดไปสู่รีเทลที่หลากหลายขึ้น ราคาจับต้องได้มากขึ้น และรองรับทั้งนักช้อปชาวไทย นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการรายย่อย
หมากที่สาม ปั้น Platinum PALAIS
อีกแกนหนึ่งของแผนนี้คือการเปลี่ยน THE PLATINUM SQUARE ให้เป็น “PLATINUM PALAIS” โครงการมูลค่ากว่า 7,800 ล้านบาท ที่วางตัวเป็น Fashion Ecosystem ระดับภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “Spectrum of Fashion”
โครงการนี้มีทั้งศูนย์การค้าและโรงแรม Mama Shelter Bangkok Platinum ตัวอาคารมีทั้งหมด 48 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้า 4 ชั้น และโรงแรมมาม่า เชลเตอร์ แบงคอก แพลทินัม ซึ่งบริหารงานโดย เอนนิสมอร์ บริษัทร่วมทุนของแอคคอร์ จำนวนห้องพักกว่า 500 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 100,000ตร.ม. ตั้งบนพื้นที่ 7 ไร่ บริเวณสี่แยกประตูน้ำ ส่วนศูนย์การค้า คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการได้ในปี 2571ส่วนโรงแรมเปิดให้บริการในปี 2572

หมากที่สี่ ทำให้โรงแรมเป็นตัวขับเคลื่อนทราฟฟิกของย่าน
นอกจากรีเทลแล้ว Platinum Group ยังเดินหน้าปรับปรุงโรงแรมในเครือเพื่อเสริม ecosystem ของย่านด้วย
Novotel Bangkok Platinum Pratunam จะมีการปรับปรุงห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง และห้องอาหาร ยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของลูกค้าให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคตมากยิ่งขึ้น โดยทยอยดำเนินการทีละเฟสควบคู่ไปกับการเปิดให้บริการตามปกติใช้งบประมาณ 227 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ในไตรมาส 2 ปี2569
โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ จำนวนห้องพัก 504 ห้อง ที่ตั้งอยู่บนโครงการ PLATINUM POP บริหารงานโดยเครือ แมริออท อินเตอร์เนชันแนล ได้เพิ่ม Rooftop Bar ใหม่ภายใต้ชื่อ Sato San เพื่อเสริมประสบการณ์การเข้าพักและไลฟ์สไตล์ของพื้นที่ สะท้อนว่าบริษัทมองธุรกิจโรงแรมเป็นตัวสร้างการใช้เวลาในย่าน และช่วยดึงคนให้หมุนเวียนกลับเข้ามาในโครงการอื่น ๆ ของตัวเองด้วย
เกมใหญ่ของ Platinum Group
เมื่อมองรวมกันทั้งหมด สิ่งที่ The Platinum Group ทำจึงไม่ใช่แค่การปรับโฉมโครงการเดิมหรือเติมร้านใหม่เข้าไปในศูนย์การค้า สิ่งที่บริษัทกำลังทำคือการย้ายตัวเองจากเจ้าของ “พื้นที่ค้าส่ง” ไปสู่ผู้สร้าง “ย่าน” ที่มีทั้งรีเทล โรงแรม ไลฟ์สไตล์ และแฟชั่นอยู่ใน ecosystem เดียวกัน
สนามแข่งขันของราชประสงค์ซึ่งเต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่และแรงกดดันด้านประสบการณ์ลูกค้า เกมนี้จึงต้องมาดูว่าใครจะสามารถสร้างเหตุผลให้คนมาใช้ชีวิตในย่านของตัวเองได้มากกว่า
และนั่นคือสิ่งที่ Platinum Group กำลังพยายามทำอยู่ในตอนนี้
