วันนี้ Pet Economy ทั่วโลก ถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง จากเดิมที่สัตว์เลี้ยงเคยเป็นเพียง “เพื่อนแก้เหงา” แต่วันนี้ความสัมพันธ์ถูกยกระดับเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว ขณะเดียวกัน Pet Owner ได้เปลี่ยนบทบาทไปสู่ Pet Parent ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงแค่เรื่องอาหาร สุขภาพดี หรือโภชนาการ แต่กำลังขยายไปสู่ “Emotional Economy” ที่กำลังมีอิทธิพลต่อเหล่า Pet Parent ที่พร้อมเปย์ให้กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสัตว์เลี้ยงในทุกๆ เรื่อง
สิ่งที่ตามมา คือการเกิดพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจาก “ความรู้สึกและคุณค่าทางอารมณ์” มากกว่าประโยชน์ใช้สอยเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์สัตว์เลี้ยงยุคใหม่เริ่มแข่งขันกันที่ “ความเข้าใจ” และ Emotional Connection มากขึ้น ไม่ต่างจากตลาด Beauty, Wellness หรือ Parenting
ภายใต้เทรนด์ Pet Humanization ที่เติบโตต่อเนื่อง Pet Economy จึงเป็นพื้นที่ใหม่ที่หลายธุรกิจกำลังจับตามอง โดยเฉพาะกลุ่ม FMCG ที่กำลังมองหา New Growth Engine และเห็นว่า Pet Business อาจไม่ใช่แค่ธุรกิจเสริม แต่คือ Growth Market ระยะยาว ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Business) ด้วยการเปิดตัว “The Goody” แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “The Goody: Let Them Be Their Best Self” เป็นครั้งแรก ภายในงาน Pet Expo Thailand 2026 ครั้งล่าสุด
โดยเล็งเห็นว่า “สัตว์เลี้ยง” คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมตอบรับเทรนด์ Pet Humanization ที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็น “สมาชิกครอบครัว” และเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อน FMCG Ecosystem ให้กับธุรกิจโดยภาพรวม

Emotional Economy ขับเคลื่อนตลาดสัตว์เลี้ยง
SWC คือบริษัทในกลุ่ม FMCG และสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสี TOA มีความเชี่ยวชาญดั้งเดิมในเรื่องน้ำยาทำความสะอาด ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่คนรู้จัก คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสุนัขและแมว “เชนการ์ด” (Chain-Guard) และมีธุรกิจอาหารอื่นๆ เช่น เครื่องดื่ม และสแนคภายใต้แบรนด์ “มารูโจ้” ดังนั้นการขยายพอร์ตธุรกิจมาสู่กลุ่มสัตว์เลี้ยงจึงเป็นการต่อยอดจากพื้นฐานที่มีอยู่เดิม โดยขยับเข้าสู่ Consumer Lifestyle มากขึ้น เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว
สำหรับ The Goody เป็นแบรนด์แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสุนัขและแมวระดับ Premium Accessible (ความพรีเมียมที่เข้าถึงได้) เป็นชื่อที่ถูกตั้งตามชื่อสุนัขสายพันธุ์ปอมเรเนียน ดีกรีแชมป์โลกจากการประกวดของ ชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ จากจุดเริ่มต้นของความผูกพันและการเรียนรู้และเข้าใจตัวตนของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง โดยใช้ประสบการณ์กว่า 29 ปี ในวงการเพาะพันธุ์สุนัขระดับนานาชาติ และความรู้จากการอยู่เบื้องหลังสุนัขแชมป์ระดับโลกจำนวนมาก มาเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
โดยแนวทางการทำตลาดของ The Goody จึงไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการเป็น “ผู้ผลิตอาหารสัตว์” แต่อยู่บนแนวคิดเรื่อง “ความสัมพันธ์” ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และการทำความเข้าใจใน Insight ของ Pet Parent มากขึ้น ผ่านแนวคิด The Ultimate Choice From Pet Parent to Pet Parent
ชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ และผู้บริหารของ SWC กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพของสินค้า แต่คือ “ความเข้าใจสัตว์เลี้ยง” อย่างลึกซึ้ง The Goody จึงเริ่มต้นจากคำถามว่า อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว และออกแบบโภชนาการให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยง
สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ The Goody อยู่บนเฟรมเวิร์คของเรื่อง “Vitality Nutrition + Champion Formula” โดยแบ่งโภชนาการเป็น 3 ระยะ ระยะแรก คือการกินแล้วต้องย่อยง่าย ระบบขับถ่ายดี ระยะกลาง คือ หลังทานไป 2-3 เดือน ต้องเห็นผลลัพธ์ภายนอกชัดเจน เช่น ขนสวยเงางาม น้ำหนักได้เกณฑ์ ร่าเริง และไม่มีคราบน้ำตา และ ระยะยาว คือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ หรือ Healthy Aging ในทุกช่วงวัย
“เราใช้องค์ความรู้ด้านโภชนาการกับประสบการณ์จริงจากวงการสุนัขประกวด พร้อมออกแบบสูตรอาหารแบบ Signature ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการเลือกซื้อ รวมถึงพัฒนาอาหารแมวแบบ Pocket Kibble เพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมเลือกกินของแมวโดยเฉพาะ รวมถึงการขยายจากอาหารสัตว์ไปสู่กลุ่ม Grooming ผ่านการนำเทคโนโลยี Nano Encapsulation จากอุตสาหกรรมความงามของคนมาใช้ในแชมพูและครีมนวด เพื่อยกระดับการดูแลสัตว์เลี้ยงให้ใกล้เคียงกับ Personal Care มากขึ้น และครอบคลุมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน โครงสร้างร่างกาย ระบบย่อยอาหาร รวมถึงสุขภาพผิวหนังและเส้นขน”
โดยอาหารสูตร Signature จะรวมคุณประโยชน์หลัก 4 ด้านที่เรียกว่า Vitality Coil ได้แก่ การดูแลลำไส้ การบำรุงขนและผิวหนังด้วย Salmon Oil และ Evening Primrose Oil การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการดูแลข้อต่อด้วยคอนดรอยตินและกลูโคซามีน โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ตามช่วงวัย คือ สูตร Puppy, Adult และมีรสชาติย่อยลงไป สำหรับอาหารแมวจะเน้นโปรตีนสูงกว่า 30% และต้องมีส่วนผสมที่ช่วยขับก้อนขน
ในส่วนของผลิตภัณฑ์แชมพูและครีมนวด จะแยกทำตลาดอย่างชัดเจนกับแบรนด์ Chain-Guard ที่เน้นการทำตลาดในกลุ่มสแตนดาร์ดและอีโคโนมี ส่วน The Goody จะโฟกัสตลาดในระดับ Premium เป็นหลัก

New Growth Engine ของ SWC
เมื่อมองลึกลงไป การเข้าสู่ตลาด Pet Business ของ SWC ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ แต่คือการ Diversification ไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Premium Pet Market ที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม Pet Parent ระดับกลาง-บน ที่พร้อมใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น วันนี้จึงมองเห็นทิศทางของตลาดสัตว์เลี้ยง ที่กำลังขยับจาก “Pet Food Market” ไปสู่ “Pet Lifestyle Market” อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมียม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกลุ่ม Pet Parent ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและมีความเฉพาะทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยแนวทางการทำตลาดของ The Goody ปีนี้ตั้งเป้าการใช้งบการตลาดประมาณ 20% จากรายได้ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมต่างๆ และช่องทางออนไลน์ โดยกลยุทธ์ของแบรนด์ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาด Pet Economy ยุคใหม่ ผ่านการทำ Experience-driven Marketing ที่เน้นสร้าง Emotional Connection กับผู้บริโภค ผ่านงาน Pet Expo Thailand 2026 การใช้ Influencer และ KOL/KOC รวมถึงการทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของกลุ่ม Pet Parent ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop รวมถึง Tops (150 สาขา) และร้าน Pet Shop ระดับพรีเมียม เพื่อสร้างการเติบโตแบบ Omni-channel
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทในการขยายสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว โดยชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ให้ความสำคัญด้านราคา สู่การเลือกสินค้าจากคุณภาพและความเข้าใจในชีวิตจริงของทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยง “The Goody ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง แต่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากความเข้าใจอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขในระยะยาว
ชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิตอาหารสัตว์สำคัญของโลก โดยเฉพาะอาหารทะเลและอาหารเปียกที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ จึงมั่นใจว่า Pet Business สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจระยะยาวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ The Goody จะเป็นหนึ่งใน New Growth Engine สำคัญขององค์กร
“ปีนี้เราตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 100 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดใน 8 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ในปีถัดไปตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 600 ล้านบาท และขยับขึ้นสู่ 1,700 ล้านบาท ภายใน 3 ปี จากโปรดักต์ไลน์อัพที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าสัดส่วนรายได้ 70% มาจากตลาดในประเทศ และ 30% จากตลาดต่างประเทศ โดยมีแผนเริ่มขยายตลาดส่งออกในปี 2027 ครอบคลุมทั้งกลุ่ม CLMV และภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา” ชัยวัฒน์ กล่าว
การขับเคลื่อนธุรกิจของ SWC และแบรนด์ The Goody สะท้อนภาพตลาดสัตว์เลี้ยงในวันนี้ ไม่ได้แข่งขันกันเพียง “สินค้า” อีกต่อไป แต่แข่งกันที่ความพยายามในการทำความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “สัตว์เลี้ยง” ที่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาด Pet Economy ในอนาคต และเป็น New Growth Engine ของธุรกิจ FMCG ยุคต่อไป
