BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
815
VIEWS

มีปั๊ม มีคาเฟ่ มีคนเดินอยู่แล้ว แต้มต่อ Ecosystem ของ OR ที่ปั้น found & found ให้พร้อมวิ่งสู่ 450 สาขาภายในปี 2573

พ.ค. 08, 2569 N.Rotchana
เมื่อพูดถึง OR ภาพจำของหลายคนอาจยังเป็น “ปั๊มน้ำมัน” หรือ “คาเฟ่อเมซอน” แต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา OR กำลังทดลองสร้างธุรกิจใหม่ที่ไกลจากน้ำมันหรือพลังงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
หนึ่งในนั้นคือ “found & found” ภายใต้บริษัท OR Health and Wellness (ORHW) แบรนด์ร้านค้าปลีกความงามที่รวมสินค้าญี่ปุ่น เกาหลี และแบรนด์ไทยไว้ในร้านเดียว 
 
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ OR ไม่ได้มอง found & found เป็นแค่ร้านขายสกินแคร์เพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองมันเป็นอีก New Business ที่อาจต่อยอดไปสู่ Health & Wellness Ecosystem ในอนาคต
 
ประเด็นสำคัญคือ OR เข้ามาเล่นในตลาดนี้ช้ากว่าผู้เล่นรายอื่น เพราะตลาด Health & Beauty ในไทยมีผู้เล่นที่อยู่มานานกว่า 20 ปีเต็ม คำถามจึงอยู่ที่ว่า found & found จะเติบโตอย่างไร ในวันที่ตลาดมีเจ้าตลาดอยู่ก่อนแล้ว
 
สิ่งแรกที่ ORHW เลือกทำจึงเป็นเรื่องของการทดลองโมเดล
 
ปีที่ผ่านมา found & found เปิดไปทั้งหมด 12 สาขา เพื่อศึกษาว่าลูกค้าซื้อสินค้าแบบไหน ทำเลใดเวิร์ก ร้านขนาดเท่าไรจึงเหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมของลูกค้าในปั๊มน้ำมันแตกต่างจากลูกค้าใน Office Building จริงหรือไม่ จนสุดท้ายแบรนด์พบว่า “ไม่มีโมเดลตายตัว”
ณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด กล่าวว่า “หลายโมเดลที่ทดลองมาถามว่าโมเดลไหนต่อยอดได้มากที่สุด ถ้าพูดตรง ๆ คือทุกโมเดลต่อยอดได้หมด เพราะธุรกิจยุคนี้ไม่สามารถใช้แนวคิดว่า ‘ฉันจะขายสิ่งนี้’ อย่างเดียวได้แล้ว แต่ต้องดูว่า Customer Need ของแต่ละพื้นที่คืออะไร ลูกค้าใน Community Mall ต่างจาก Office Building และต่างจากลูกค้าในสถานี PTT Station เพราะแต่ละพื้นที่มี Character และ Purpose ต่างกัน found & found จึงต้องปรับตัวตามโลเคชัน สินค้าหลักอาจเหมือนกันประมาณ 70-80% แต่สินค้าบางส่วนต้องแตกต่างกันในแต่ละสาขา เพื่อให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่นั้น”
 
ณัฐพล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สาขาในวังมะนาวหรือวังน้อย สินค้ากลุ่ม Travel Set จะขายดี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทาง ถ้าหากอยู่ใน Community Area สินค้ากลุ่ม Household หรือ Personal Care จะได้รับความนิยมมากกว่า ขณะที่ Office Building จะมียอดขายกลุ่ม Cosmetic สูงกว่าอย่างชัดเจน
 
“เรามองว่าความยืดหยุ่นในการปรับสินค้าให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ คือสิ่งสำคัญของธุรกิจปัจจุบัน เพราะถ้าไม่ Listen to Customer Need จะทำธุรกิจยากมาก วันนี้ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อเพียง 6-7 วินาทีเท่านั้นว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ และกว่า 90% ของยอดขายในกลุ่มนี้ยังเกิดขึ้นที่หน้าร้าน เพราะลูกค้าต้องการทดลองสี ทดลองเนื้อสัมผัส ดูว่าแพ้หรือไม่แพ้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ส่วนอีกประมาณ 10% ถึงจะซื้อออนไลน์”
 
จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน found & found มีทั้งหมด 4 โมเดลหลัก ได้แก่ Office Building, Community Mall, ศูนย์การค้า และสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมถึงโมเดล Shelf-in-shop ที่กำลังทดลองเพิ่มเติม
อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ Positioning ของแบรนด์ found & found เลือกวางตัวเองเป็น JK Beauty หรือ Japanese + Korean Beautyเพราะมองว่าผู้บริโภคไทยเปิดรับสินค้าเกาหลีและญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในช่วงราคาเข้าถึงง่าย ทดลองได้ และเปลี่ยนแบรนด์ได้ตลอดเวลา 
 
ณัฐพล เสริมว่า เรื่อง Product Differentiation เราเน้นสินค้าญี่ปุ่นและเกาหลีเพื่อสร้าง Character ของร้าน เพราะเราศึกษาแล้วว่าตลาด Health & Beauty ของไทยยังมีช่องว่างในการเติบโตสูงมาก โดยมูลค่าตลาดค้าปลีกความงามในไทยอยู่ที่ประมาณ 400,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้ง Personal Care, Skincare, Cosmetic และ Supplement แม้ตลาดจะใหญ่ แต่ Market Share ของผู้เล่นรายใหญ่ก็ยังไม่ได้สูงมาก ขณะเดียวกัน OR เองก็มี Ecosystem ที่แข็งแรง ทั้งปั๊มน้ำมันและ Café Amazon จึงมีศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจกลุ่ม Health & Beauty ได้
 
“สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ธุรกิจนี้ขายได้จริง เราจึงมองว่า Product Differentiation ต้องมี ต้องแก้ Pain Point ของลูกค้าให้ได้ ทั้งเรื่องสินค้าญี่ปุ่นเกาหลีที่กำลังเป็นเทรนด์ ราคาเข้าถึงได้ ไม่ต้องบินไปหิ้วเอง และสำคัญที่สุดคือการการันตีว่าเป็นของแท้”
สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากพร้อมเปิดใจลองสินค้าใหม่ หากราคาไม่สูงจนเกินไป และนั่นทำให้ตลาดนี้เติบโตเฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี
 
หากดูภายในร้าน found & found จะพบว่ามีสินค้ารวมกว่า 5,000 SKU แต่ไม่ใช่ทุกสาขาที่มีสินค้าครบทุกรายการ เพราะแบรนด์เลือกใช้แนวคิด “คัดสินค้า” เพื่อเลือกเฉพาะสินค้าที่ตรงกับ Need ของลูกค้าในพื้นที่นั้นจริง ๆ สินค้าที่ขายไม่ดีภายในระยะเวลา 5-6 เดือนจะถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว ขณะที่สินค้าที่ทำยอดขายได้ดีจะถูกขยายไปยังสาขาอื่นทันที
 
ณัฐพล เผยว่าที่เราไม่ได้เอาสินค้าทุกอย่างเข้าร้านจน Mass เกินไป เพราะถ้าสินค้าเป็น Mass มาก ๆ ผู้บริโภคก็รู้สึกว่าซื้อที่ไหนก็ได้ สิ่งที่เราอยากเป็น คือ Curator หรือทีมที่คัดสรรสินค้าให้ตรงกับความต้องการของ Consumer มากกว่า
 
จำนวน SKU ของแต่ละสาขาจะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ เช่น ร้านขนาด 40 ตารางเมตรจะมีสินค้าประมาณ 1,000 SKU ส่วนร้านขนาด 100 ตารางเมตรจะมีสินค้าราว 3,500-4,000 SKU ขณะที่สาขาที่ใหญ่ที่สุดปัจจุบันคือ PTT Station บรมราชชนนี 97 ซึ่งใช้พื้นที่ประมาณ 150 ตารางเมตร และมีสินค้ากว่า 5,000 SKU
 
อีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญ คือการทำ Synergy ร่วมกับธุรกิจในเครือ OR ผ่านโมเดล Shelf-in-shop ที่เชื่อมร้าน found & found เข้ากับ Café Amazon โดยเริ่มทดลองแล้วที่วังน้อยและรามคำแหง 129 โมเดลนี้ช่วยเปลี่ยนเวลารอเครื่องดื่มให้กลายเป็นเวลาแห่งการช้อปปิ้ง ลูกค้าสามารถเดินเลือกเทสต์ลิปสติกหรือทดลองครีมกันแดดระหว่างรอรับกาแฟได้ทันที
 
และหากมองในภาพใหญ่ จะยิ่งเห็นศักยภาพของ Ecosystem นี้ชัดขึ้น เพราะปัจจุบัน PTT Station มีอยู่กว่า 2,200 สาขา ขณะที่ Café Amazon มีมากถึงประมาณ 4,600 สาขา
อีกจุดที่แบรนด์ให้ความสำคัญ คือ “พนักงานหน้าร้าน” เพราะ Pain Point สำคัญของร้าน Beauty หลายแห่ง คือพนักงานมักขายได้เฉพาะแบรนด์ของตัวเอง found & found จึงแก้เกมด้วยการสร้าง “Smart BA” ที่ได้รับการเทรนนิ่งให้ทำหน้าที่เสมือน Personal Shopper สามารถวิเคราะห์และแนะนำสินค้าแบบ Multi-brand ให้ตรงกับสภาพผิวของลูกค้าได้จริง แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่กลับเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาที
 
ปัจจุบัน found & found อยู่ในช่วง “Validation Phase” หรือช่วงพิสูจน์ว่า Business Model ทั้งหมดสามารถทำได้จริง ปีนี้แบรนด์ตั้งเป้าเปิด 45 สาขา และ 54 Point of Sale พร้อมตั้งเป้าการเติบโตในปี 2570 ไว้ราว 200% รวมถึงก้าวสู่ Top 5 ของตลาด ก่อนเดินหน้าไปสู่เป้าหมายระยะยาวที่ 450-500 สาขาภายในปี 2573 และแน่นอนว่าเป้าหมายสุดท้ายคือการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาด Health & Beauty Retail ในไทย
Inclusive Growth จิ๊กซอว์สเกลอัปสู่ร้อยสาขา
 
เมื่อพูดถึงการขยายธุรกิจค้าปลีกภายใต้ร่มเงาของ OR คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะนึกถึงโมเดลแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นแกนหลักของแนวคิด Inclusive Growth Model ทั้ง PTT Station และ Café Amazon ที่ OR จะถือครองสาขาเองประมาณ 20% ส่วนอีก 80% เป็นของดีลเลอร์หรือแฟรนไชส์ และในสมรภูมิ Health & Beauty ครั้งนี้ found & found ก็ถูกวางหมากให้เดินตาม DNA เดียวกัน
 
แม้ปัจจุบันซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ปีที่ 2 บริษัทจะยังลงทุนเปิดสาขาเองทั้งหมด 100% เพื่อทดลองโมเดลและสร้างระบบหลังบ้านให้แข็งแรง แต่ถ้ามองในระยะยาว การจะเติบโตสู่หลักร้อยสาขาหรือมากกว่านั้น “แฟรนไชส์” คือจิ๊กซอว์สำคัญที่รอเวลาเปิดเกม
 
อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของธุรกิจค้าปลีกความงามแตกต่างจากร้านกาแฟอย่างชัดเจน ทั้งการบริหารสต๊อกสินค้าหลักพัน SKU, Margin ของสินค้าแต่ละประเภท ไปจนถึง Shelf Life ของสินค้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ found & found ยังไม่เร่งเปิดแฟรนไชส์ตั้งแต่วันแรก
 
ณัฐพล เปิดเผยว่า สำหรับ found & found ในช่วงแรก OR จะเป็นผู้ลงทุนและบริหารเองทั้งหมด 100% เพื่อทดสอบและหา Business Model ที่ลงตัวที่สุด เราจะยังไม่ปล่อยแฟรนไชส์จนกว่าแบรนด์จะแข็งแกร่งและมีระบบเน็ตเวิร์กการขนส่งที่คุ้มค่า เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงหรือภาวะขาดทุน แต่ต้องการให้ได้ผลตอบแทนที่ดีตั้งแต่วันแรก
 
วิธีคิดนี้สะท้อนว่า OR เลือกแบกรับความเสี่ยงเองในช่วงเริ่มต้น เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ Scalable มากพอและหากวันหนึ่งระบบทั้งหมดนิ่งเมื่อไร วันที่ found & found เปิดแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ เราอาจได้เห็นการขยายสาขาแบบปูพรม จนคู่แข่งในตลาด Health & Beauty ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดแน่นอน

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “D Health Lite” พร้อม รพ.ในเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ตอบโจทย์โดนใจ คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ

CIMB THAI อ่านอินไซต์ Wealth ยุคใหม่ ผ่านกลยุทธ์ ‘Wealth Your World’ จากผลตอบแทนสูงสุด สู่ 'ความมั่งคั่งเฉพาะบุคคล'

Yell Worldwide เดินหน้าสร้างเครือข่ายธุรกิจไทย–จีน ผ่านเวที “Exploring the ASEAN Advantage” ปีที่ 4 เปิดมุมมองใหม่สู่โอกาสการเติบโตในตลาดจีนตอนใต้

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

"เมื่อ Luxury Resale ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองอีกต่อไป” เจาะกลยุทธ์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กับการสร้าง Luxury Ecosystem รูปแบบใหม่

คราฟท์เวิร์ค เปิดตัว REKHA Pattaya – Motorway บ้านเดี่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 40 หลัง รับดีมานด์ล้นของกลุ่มนักธุรกิจระดับสูงในพัทยา

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact