BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
903
VIEWS

จาก Dino ถึง Warabi Mochi วิธีที่ “Kamu” พยายามอยู่ในบทสนทนาของผู้บริโภคมาตลอด 15 ปี

พ.ค. 11, 2569 N.Rotchana
ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเรียกว่ามีวัฏจักรความนิยมหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอยู่เสมอ เรามักจะเห็นเทรนด์ของชา กาแฟ และเบเกอรี่ สลับกันครองพื้นที่สื่อ มีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาในสมรภูมินี้แทบทุกวัน นอกจากจะมีผู้เล่นในไทยกันเองแล้ว เรายังเห็นแบรนด์ต่างชาติพาเหรดเข้ามาขยายสาขาในไทยอย่างคึกคัก
 
ทำให้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีทางเลือกมหาศาล แบรนด์ต่างๆ จึงต้องประลองกำลังกันว่า ใครจะสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในบทสนทนาของผู้คนได้ก่อน ใครจะสร้างความรู้สึกอยากลอง และใครจะมัดใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ต่อเนื่อง การจะยืนหยัดให้รอดในตลาดนี้ถือเป็นบททดสอบสุดหินของทุกธุรกิจ
 
ย้อนกลับมามองที่แบรนด์สัญชาติไทยอย่าง Kamu Kamu (คามุ คามุ) การเดินทางตลอด 15 ปี จุดเริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ขนาดเพียง 4 ตารางเมตรที่คนเดินผ่านไปมาเคยมองป้ายแล้วสับสนจนเอ่ยปากถามว่าขาย “ขาหมู” หรือเปล่า 
มุมมองของทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัดการรับมือกับคู่แข่งต่างชาติรวมถึงแบรนด์ใหม่ๆ ที่ถาโถมเข้ามา ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว กลับมองว่าคู่แข่งเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทาง 
 
“เราแทบจะไม่ได้มองคู่แข่งเป็นคู่แข่งเลย เรามองว่าคู่แข่งคือผู้ร่วมเดินทาง ผู้ที่ผลักดันให้ตลาดในแต่ละส่วนมันเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เชื่อว่าถ้าไม่มีคู่แข่ง ตลาดชาจะลำบากเพราะจะขาดการรับรู้จากผู้บริโภค การมีคู่แข่งที่เข้ามาและออกไปตลอด 15 ปีถือเป็นเรื่องปกติ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การแข่งขัน Kamu เลือกที่จะโฟกัสที่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดต่างและมอบคุณค่าสูงสุดให้กับผู้บริโภค”
 
ทินกฤต ระบุอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่จะทำให้แบรนด์หลายแบรนด์อยู่ได้คือการเป็น trend setter นั่นเอง เขาเชื่อว่าในตลาดที่มีคู่แข่งจำนวนมาก การหยุดพัฒนาเท่ากับการถอยหลัง ดังนั้นแบรนด์จึงต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ หรือนวัตกรรม ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์มีความสดใหม่และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ
 
การเป็นผู้นำเทรนด์ของ Kamu เชื่อมโยงกับ Dynamic มีการเฝ้าสังเกตพฤติกรรม พร้อมศึกษาเทรนด์จากโซเชียลมีเดียและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ เช่น เทรนด์การรักสุขภาพที่ทำให้คนหันมาดื่มมัทฉะหรือชาไทยแบบไม่ใส่สีมากขึ้น
 
รวมถึงต้องนำหน้าตลาด นั่นคือแบรนด์มักจะนำเทรนด์จากต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอดก่อนคนอื่น เช่น การนำ Cheese Tea เข้ามาในช่วงแรกๆ หรือการเป็นแบรนด์แรกๆ ที่มีตัวเลือกนมทางเลือก เช่น Oat, Pistachio, Soy milk ให้ลูกค้าเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว
 
ทำให้ Kamu ประสบความสำเร็จในการสร้างเมนูที่เป็นกระแส ยกตัวอย่างเครื่องดื่มซีรีส์ไมโล Kamuเริ่มต้นจากการนำความทรงจำวัยเด็กของคนไทยมาพัฒนาเป็นเมนู “Dino” พร้อมแก้วลายไดโนเสาร์สีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ ที่นอกจากคนจะเสพรสชาติแล้วยังเสพประสบการณ์ผ่านบรรจุภัณฑ์อีกด้วย จนทำให้เกิดกระแสการตามล่าหาแก้วรุ่นนี้ ซึ่งทินกฤตเผยว่ายอดสั่งซื้อพุ่งสูงจนผลิตไม่ทันความต้องการ ซึ่งตอนช่วงนั้นผลิตหลักล้านใบ ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างความจดจำ
 
เมื่อกระแสของ Dino เริ่มติดลมบน แบรนด์เลือกขยาย Product Line ด้วยการส่งเมนู Raptor เข้ามาเสริมทัพอีกด้วย ซึ่งเมนู Raptor และ Dino เป็นเมนูยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของกลุ่ม Gen Z นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากกลุ่ม Baby Boomer ที่สั่งเมนูนี้เพราะทำให้รู้สึกย้อนวัยและมีชีวิตชีวา
 
ปัจจุบัน Raptor ยังคงเป็นหนึ่งในเมนูที่ขายดีที่สุดของร้าน โดยมักจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มยอดนิยมรองลงมาจากชาลนมไข่มุกและมัทฉะ และยังมีการต่อยอดรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ไปเป็นไอศกรีมรส Dino ที่สาขาแฟลกชิปอีกด้วย รวมถึงอินไซต์ลูกค้าของ KAMU KAMU มีความถี่ในการบริโภคเฉลี่ย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย 80 บาท 
 
นอกเหนือจากซีรีส์ไมโล Kamu ยังนำเสนอเมนูที่เป็นกระแสอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการบุกเบิกตลาดชาผลไม้ครีมชีส (Cheese Tea) รวมไปถึงเมนูในกลุ่ม Warabi Mochi (วาราบิโมจิ) ที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านแก้ว และถูกจัดเป็น Hero Product สำคัญในช่วงการรีแบรนด์ ช่วยขับเคลื่อนยอดขายในหมวดชาให้เติบโตขึ้นถึง 40% ในไตรมาสแรก ถือเป็นส่วนสำคัญของ Game Changer ที่ทำให้ยอดขายของสาขาเดิมเติบโตขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
การไม่ปล่อยให้แบรนด์ดูนิ่ง
 
การรักษาพื้นที่ในใจผู้บริโภคยุคใหม่มีความท้าทายสำคัญซ่อนอยู่ นั่นคือความรวดเร็วในการเปลี่ยนความสนใจของผู้คน กฎข้อสำคัญที่ Kamu ยึดถือมาตลอดการทำธุรกิจคือการไม่ปล่อยให้แบรนด์ดูนิ่ง เพราะธรรมชาติของตลาดเครื่องดื่มนั้น อารมณ์และความรู้สึกมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสูงมาก เมื่อใดก็ตามที่แบรนด์หยุดความเคลื่อนไหวและนำเสนอเพียงสิ่งเดิม ๆ ผู้บริโภคจะเริ่มสัมผัสได้ ท้ายที่สุดลูกค้าก็พร้อมจะเดินออกจากร้านเพื่อไปหาทางเลือกใหม่ที่มอบความตื่นเต้นให้ได้มากกว่าในทันที
 
เพื่ออุดช่องโหว่และป้องกันสภาวะแบรนด์หยุดนิ่ง Kamu จึงเลือกใช้วิธีปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ มีการออกสินค้าใหม่ทุก 2 เดือน รวมถึงองค์ประกอบเล็ก ๆ ก็สามารถนำมาใช้พลิกแพลงได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการปรับลวดลายบนแพ็กเกจจิ้งตามเทศกาล การปรับเปลี่ยนป้ายโฆษณาและกิมมิกการตกแต่งหน้าร้าน ไปจนถึงการขยับตัวนำเสนอคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียในมุมมองใหม่ ๆ 
 
การเติมรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสลัดภาพความน่าเบื่อออกไป ช่วยเติมความรู้สึกของผู้บริโภคให้สัมผัสได้ถึงความสดใหม่และมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เดินเข้ามาสั่งเครื่องดื่มแก้วโปรด ลูกค้าจะยังคงรู้สึกถึง Dynamic ของแบรนด์ที่หมุนไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของพวกเขา
สำหรับก้าวต่อไป Kamu ได้วางโรดแมปเป้าหมายการเติบโตสู่ปี 2569 ด้วยการเตรียมเดินหน้ายกระดับแบรนด์สู่ความเป็น Tea Specialist อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาให้ครบ 300 สาขาภายใน 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบัน Kamu มีสาขาทั้งหมด 200 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทบริหารเอง 150สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 50 สาขา อยู่ในกรุงเทพฯ 80% และต่างจังหวัด 20% โดยแบรนด์เห็นโอกาสเติบโตในต่างจังหวัดอีกมาก จะมุ่งเน้นไปที่หัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี และพื้นที่ที่มีปริมาณคนหนาแน่น เช่น มหาวิทยาลัย
 
ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีสาขาที่ประเทศลาวและกัมพูชา โดยในอนาคตมองการเติบโตในกลุ่มประเทศ CLMV เป็นหลัก สัดส่วนประมาณ 80-90% และเปิดรับโอกาสในประเทศอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่ในแถบอเมริกาและออสเตรเลีย

จาก Dino ถึง Warabi Mochi วิธีที่ “Kamu” พยายามอยู่ในบทสนทนาของผู้บริโภคมาตลอด 15 ปี

ตลาดชานมโตหมื่นล้าน KAMU KAMU เห็นโอกาส รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เจาะ Gen Z - Gen Alpha

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact