ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมาตลาดหูฟังในบ้านเรามีตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างมหาศาลอยู่ 2 ปัจจัย คือ
1. การเปลี่ยนเทคโนโลยีจากหูฟังมีสายมาเป็น True Wireless ที่มีทั้งแบบ In-Ear และ Earbuds ซึ่งทำให้แบรนด์หูฟังใหม่ๆ แจ้งเกิดขึ้นมามากมาย
2. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเข้าสู่ยุค Active Lifestyle อย่างเต็มตัว เพราะคนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพและออกกำลังกายมากขึ้น
แน่นอนว่าช่วงที่คนทั่วโลกต้องอยู่ห่างกันกีฬาที่กลายมาเป็นดาวเด่นคงหนีไม่พ้น “วิ่ง” เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้คนเดียว
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การแจ้งเกิดของ Active Lifestyle นี้เองที่ทำให้ตลาดหูฟัง Open-Ear ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสามารถแก้ Pain Point ของหูฟัง In-Ear และ Earbuds ได้เป็นอย่างดี
สำหรับคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งบ่อยๆ จะรู้ดีว่าปัญหาของการใส่หูฟังตอนทำกิจกรรมก็คือ เหงื่อ และหูฟังชอบหลุด

กันย์สินี ศุภภัทรกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ SHOKZ กล่าวว่า หูฟัง Open-Ear สามารถตอบโจทย์ที่หูฟังแบบ In-Ear หรือหูฟังทั่วไปทำไม่ได้ โดยมี Core Value 4 ด้านคือ
1. Awareness ผู้ใช้ยังคงได้ยินเสียงรอบข้างขณะฟังเพลง ซึ่งสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยในการวิ่งหรือปั่นจักรยานบนท้องถนน
2. Comfort หูฟัง Open-Ear ออกแบบมาให้สวมใส่สบาย ไม่ต้องเข้าไปในรูหู ทำให้ไม่เจ็บและไม่รู้สึกอึดอัดแม้ใส่ตลอดทั้งวัน,
3. Connection ผู้ใช้สามารถฟังเพลงไปพร้อมกับการพูดคุยสื่อสารกับคนรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง
4. Innovation การใช้เทคโนโลยีอย่าง Bone Conduction หรือระบบไฮบริดในรุ่น OpenRun Pro 2 ช่วยให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีในขณะที่ยังเป็นแบบเปิดหู
“SHOKZ พัฒนาเทคโนโลยี Open-Ear อย่างต่อเนื่อง จนเป็นเจ้าของสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีการฟังมากกว่า 5,800 รายการ การพัฒนาทั้งหมดก็เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่สวมใส่สบาย ปลอดภัย และยังรับรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การทำงาน การเดินทาง หรือกิจกรรมในแต่ละวัน”
เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ในปีที่ผ่านมา SHOKZ มียอดขายเติบโตกว่า 100%
ปัจจุบัน SHOKZ มียอดขายในประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มหูฟัง Open-Ear อยู่ที่ประมาณ 30-40%
สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ SHOKZ มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์จากสินค้าเฉพาะกลุ่มไปสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์มากขึ้น

ล่าสุด SHOKZ มีการเปิดตัว “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
ลักษณ์วัตร์ เหรียญเจริญสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคแอน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ SHOKZ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งแรกในประเทศไทยครั้งนี้ ต้องการสะท้อนถึงความตั้งใจในการเติบโตและสร้างความสัมพันธ์กับคนไทยอย่างจริงจัง
“เราเลือกคุณนาย-ณภัทร เพราะเขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ มีวินัย รักการออกกำลังกาย และมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟอย่างแท้จริง อีกทั้งยังใช้งานผลิตภัณฑ์จริงในชีวิตประจำวันและการวิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ”
ลักษณ์วัตร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยอดขายสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ในไทยพุ่งสูงถึง 50% เพราะสินค้ากลุ่มนี้ของ SHOKZ สามารถใส่ออกกำลังกายได้ตามปกติ เพียงแต่จะมีดีไซน์ที่ทันสมัยที่ดู Lifestyle และ Casual มากขึ้น จนบางคนนำไปใส่เป็นเครื่องประดับแฟชั่น โดยเฉพาะรุ่น OpenDots ONE ที่เป็นสไตล์คลิปออน (Clip-on) เพื่อตอบโจทย์สายแฟชั่นโดยเฉพาะ
ปัจจุบันยอดขายหูฟังของ SHOKZ มาจาก 3 กลุ่มหลัก คือ
- กลุ่ม Lifestyle ประมาณ 50%
- กลุ่ม Sport ประมาณ 45%
- กลุ่ม Communication (B2B) ประมาณ 5%

โดยสินค้าไฮไลต์ของ SHOKZ ในตลาด Open-Ear ปีนี้มี 3 รุ่น คือ
1. OpenRun Pro 2 หูฟังรุ่นเด่นสำหรับสายออกกำลังกาย ที่พิเศษด้วยเทคโนโลยี DualPitch™ ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับสายวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง
2. OpenFit Pro รุ่นพรีเมียมสำหรับคนเมืองที่ต้องการหูฟังคู่ใจตลอดวัน มาพร้อมเทคโนโลยี Shokz SuperBoost™ รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos อีกทั้งยังเป็นหูฟัง Open-Ear รุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Open-Ear Noise Reduction เหมาะสำหรับวันทำงาน คาเฟ่ ฟิตเนส หรือการเดินทางตลอดทั้งวัน
3. OpenDots ONE หูฟังสไตล์คลิปออน (Clip-on) รุ่นแรกของ SHOKZ ที่เปลี่ยนภาพจำของหูฟังให้กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มสุดทันสมัย เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหูฟังสำหรับวันสบายๆ หรือการออกกำลังกายเบาๆ งานอดิเรก คาเฟ่ หรือกิจกรรมที่ต้องการทั้งเสียงเพลงและสไตล์ในเวลาเดียวกัน
สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ SHOKZ ยังคงตั้งเป้าตัวเลขการเติบโตไว้ที่ 100% เหมือนเช่นเคย