สุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ ไทยนครพัฒนา ผู้ผลิตยาแบรนด์ดังที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ทั้งซาร่า ทิฟฟี่ แอนตาซิล เป็นผู้บุกเบิกตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV มานานกว่า 30 ปี รวมถึงยังขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น โรงแรม สื่อ สนามกอล์ฟ ฯลฯ นอกจากมิติทางธุรกิจยังเลื่อมใสพระพุทธศาสนาแรงกล้า เน้นการเผยแผ่ และสร้างความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ล่าสุด ทั้งในฐานะส่วนตัว และองค์กรได้รับรางวัลผู้ทำคุณ ประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน การศึกษา สังคม และประเทศ จากสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมย้ำความ ตั้งใจเผยแพร่ธรรมะที่ถูกต้องผ่านสื่อ เป็นกลไกสำคัญแก้ไขปัญหาทั้งดินแดนลุ่มน้ำโขงและทั่วโลก
สุภชัย วีระภุชงค์ นักธุรกิจและพุทธศาสนิกชนคนสำคัญของไทย ทายาทรุ่น 2 ของไทยนครพัฒนา สำเร็จ ปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท MBA จาก Southeastern University สหรัฐ อเมริกา เป็นผู้เผยแพร่ปรัชญาคุณธรรมนำธุรกิจ คือให้ความสำคัญกับธรรมะกำกับทุกการตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวเลขกำไร อย่างเดียว มองว่าธุรกิจจะยั่งยืนก็ต่อเมื่อยืนอยู่บนความถูกต้อง ไม่เบียดเบียน เป็นประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้าง
ในโอกาสที่ได้รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน การศึกษา สังคม และประเทศ จากสมาคม หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สุภชัยให้ความเห็นเรื่องความแตกต่างของสื่อในอดีตและปัจจุบันว่าต่างกันมาก ประเด็น ที่ควรพิจารณาและนำไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย
ในอดีต สื่อมีระบบ กฎกติกา นักข่าวอยู่ในกรอบ ปัจจุบัน ประชาชนแทบทุกคนเหมือนเป็นสื่อ การแยกแยะ หลายเรื่องทำได้ค่อนข้างยาก เช่น
หนึ่ง การแยกข่าวจริง-ข่าวปลอม
สอง ความซับซ้อนของการเข้าใจสื่อ เพราะวัตถุประสงค์การให้ข่าวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
“การนำข่าวในสื่อมาพินิจพิเคราะห์ การตัดสินใจแต่ละอย่างลำบากขึ้น นี่คือจุดอ่อนของโลกปัจจุบัน”
จุดดีของสิ่งที่เกิดขึ้น คือเรื่องความน่าเชื่อถือของข่าว ในอดีต การันตีจากการอ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี ฟังวิทยุ ปัจจุบัน โทรศัพท์เข้าถึงหมด สังคมเข้าใจได้ง่ายกว่า
“สังคมคนไทยเป็นสังคมชาวพุทธ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ประเทศใน CLMV ก็สนับสนุน เข้าใจ หรือยอมรับ ถ้ารู้จักใช้สื่อในทางที่ถูกต้อง โอกาสเปลี่ยนความคิดมิจฉาทิฐิให้เป็นสัมมาทิฏฐิมีสูง โอกาสเปลี่ยนจากอกุศลเป็นกุศลจิต สูงมาก”
ดร.สุภชัย เพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะสังคมขาดผู้นำทางความคิดทุกมิติ แต่ก็สามารถใช้ธรรมะ เป็นเครื่องมือแก้ไข จุดสำคัญคือคนไทยควรเข้าใจเรื่องการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ตายเท่ากับศูนย์ สิ่งที่ติดตัวไปได้คือ คุณงามความดี บุญกุศล
“ต้องยอมรับว่า สังคมหลงเงินและอำนาจตามกระแสโลกาภิวัฒน์ค่อนข้างหนัก เป็นอย่างนี้มานาน ระเบียบโลก ใหม่เป็นเหมือน 100 กว่าปีที่แล้ว คือใครมีอำนาจเงินอำนาจปืนก็ไปปล้นสะดมเขา
วันนี้เป็นโอกาสที่จะประกาศให้โลกรู้ว่า สังคมไทยและสยามจะต่อเทียนแห่งธรรมให้สว่างไสวทั่วดินแดนพุทธ ลุ่มน้ำโขงและทั่วโลก เชื่อว่าคนไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้แน่นอน แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วม แรงร่วมใจ และเกิดผู้นำทุกมิติ”
การรับรางวัลดังกล่าวมาจากงาน “เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์” ครั้งที่ 3 เชิดชูเกียรตินักหนังสือพิมพ์อาวุโสของ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยคณะกรรมการได้เชิญอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เป็นประธานมอบรางวัลและปาฐกถาพิเศษ
งานมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก กทม. มีนคร วีระประวัติ นายกสมาคมฯ เป็นประธาน
ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ ประจำปี 2569 มี 3 คน คือ ระวิ โหลทอง ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามกีฬา สมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ “ชัย ราชวัตร” การ์ตูนนิสต์การเมือง ผลงานเป็นเอกลักษณ์คือตัวการ์ตูนผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน และ ผุสดี คีตวรนาฏ บรรณาธิการหญิงคนแรกของซิงจงเอี๋ยน หนังสือพิมพ์ภาษาจีนในไทย
รางวัลระดับองค์กร 3 รางวัล ได้แก่ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 องค์กรส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนาทุกมิติ สร้างความเข้าใจหลักปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง โครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม รายการเรียลลิตี้ธรรมะภาคฤดูร้อน แล กลุ่ม ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน อาสาสมัครภาคประชาชนก่อตั้งโดยศิลปิน “ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร”
รางวัลระดับบุคคล 3 รางวัล ได้แก่ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุช ชลบุรี และ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ผู้อุทิศตนให้ความรู้ความเข้าใจการใช้กฎหมายแก่ประชาชน
ในฐานะผู้ก่อตั้งสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ซึ่งรวบรวมผู้บวชถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษาเมื่อปี 2550 ได้รับเกียรติจากสมาคมหนังสือพิมพ์ มอบรางวัล ให้ทั้งในนามสถาบัน และส่วนตัว ดร.สุภชัย ย้ำว่า เป็นความภูมิใจ ยึดมั่นความไว้วางใจที่ได้รับ
“รางวัลที่ได้รับทำให้ผมคิดว่า เกิดมาเป็นมนุษย์ชาตินี้คุ้มค่า อยากทำงาน ถวายให้แผ่นดินสยาม ชาติ ศาสนา พระมหา กษัตริย์จวบจนลมหายใจสุดท้าย มุ่งมั่นมาก อยากทำให้ลูกหลานเห็นว่าแผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ มั่นใจกับแผ่นดินนี้มาก”
“อยากบอกพวกเราชาวสยามและคนไทยทุกคนว่า เกิดในแผ่นดินนี้ก็เหมือนเกิดอยู่ในสวรรค์ เป็นแผ่นดินสงบ มีพระมหา กษัตริย์ต่อเนื่องมาถึง 800 ปี ทรงเป็นศาสนูปถัมภกกับพุทธศาสนาตลอดมาจนถึงรัชกาลที่ 10
“ผมมั่นใจแผ่นดินนี้ และจะมุ่งมั่นทำงานต่อไปให้สมกับที่สมาคมให้เกียรติ”