Wildkaffee แบรนด์กาแฟจากยุโรป เดินหน้าขยายสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “Wildkaffee Thailand” โดยความร่วมมือระหว่าง Leonhard Wild, Martin Woelfl และ พัทธดนย์ (อิ๊งค์) สุจริตตานนท์ รองแชมป์ Thailand Brewer Cup 2026
Wildkaffee Thailand ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ถูกออกแบบให้เป็น Coffee Lab Showroom และ Tasting Room ที่เปิดให้ทุกคนเดินเข้ามาได้โดยไม่ต้องนัดล่วงหน้า เพื่อลองชิมกาแฟก่อนตัดสินใจซื้อ ผ่านการคัดสรรและการคั่วในสไตล์ยุโรป โดยเน้นเมล็ดจากฟาร์มชั้นนำทั่วโลก รวมถึงกาแฟไทยคุณภาพสูงแนวคิดหลักของแบรนด์คือ “ทำให้กาแฟระดับแชมป์โลก เข้าถึงได้ในประเทศไทย” ที่ Wildkaffee Thailand ทุกๆคนสามารถทดลองชิมกาแฟผ่านระบบ 2-Way Cups เพื่อเปรียบเทียบรสชาติและโปรไฟล์กาแฟก่อนเลือกซื้อ พร้อมรับคำแนะนำจากทีมงานที่มีประสบการณ์จากเวทีการแข่งขันระดับโลก
สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะและความรู้เพิ่มเติม Wildkaffee Thailand ยังจัดโปรแกรมหลากหลาย ได้แก่ คลาส Drip Workshop นำโดย พัทธดนย์ (อิ๊งค์) สุจริตตานนท์ อันดับ 3 Thailand Brewers Cup, คัปปิ้งเซสชัน, การชิมกาแฟแบบมีไกด์ และอีเวนต์พิเศษตลอดทั้งปี รวมถึงการฝึกอบรมสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหารที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการนำเสนอกาแฟ

พัทธดนย์ (อิ๊งค์) สุจริตตานนท์ กล่าวว่า “เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสกาแฟในแบบเดียวกับเวทีแข่งขันระดับโลก ไม่ใช่แค่ดื่ม แต่เข้าใจและเข้าถึงรสชาติจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ คอกาแฟ หรือมืออาชีพ”
ขณะที่ Martin Woelfl กล่าวเสริมว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพด้านกาแฟสูงมาก Wildkaffee ต้องการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตกาแฟระดับโลกกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย”
จุดเด่นสำคัญ
• Coffee Lab & Tasting Room — เดินเข้ามาได้เลย ไม่ต้องนัดล่วงหน้า
• ระบบ 2-Way Cups — ลองชิมและเปรียบเทียบโปรไฟล์กาแฟก่อนซื้อ
• คลาส Drip Workshop โดย พัทธดนย์ (อิ๊งค์) สุจริตตานนท์ อันดับ 3 Thailand Brewers Cup
• คัปปิ้งเซสชันและการชิมกาแฟแบบมีไกด์
• อีเวนต์พิเศษตลอดทั้งปี
• การฝึกอบรมสำหรับองค์กร (B2B) — ร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหาร
• เมล็ดกาแฟแบบคัดสรรและ Limited Drop ทั้งนำเข้าและกาแฟไทยคุณภาพสูง
• ความร่วมมือระหว่างแชมป์โลกและรองแชมป์ประเทศไทย
วันเปิดตัว
6 พฤษภาคม 2569
ย่านสามย่าน กรุงเทพฯ
เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมได้ — ไม่ต้องนัดล่วงหน้า