BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
8,161
VIEWS

Unilever ยืนหยัดต่อสู้กับ Fake Followers ของสื่อดิจิทัลกระทบ Influencer Marketing

มิ.ย. 19, 2561 P.Patikom

ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เคยมีข่าวออกมาว่า ผู้บริหารยักษ์ใหญ่สินค้าคอนซูเมอร์ของโลก ทั้งของ P&G และ Unilever ต่างออกมาประกาศเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสในสื่อดิจิทัล ถึงขนาดมีการดึงงบโฆษณาออกจากสื่อดิจิทัลยักษ์ใหญ่ 

มาปีนี้ ปัญหาเรื่องการสร้างความโปร่งใสในสื่อดิจิทัลยังไม่จบ ล่าสุดคือรายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่เพิ่งออกมาเมื่อเช้ามืดของวันนี้ (18 มิถุนายน) ตามเวลาในไทย พาดหัวว่า "Unilever takes stand against digital media's fake followers takes stand against digital media's fake followers" ข่าวนี้น่าจะส่งผลให้ปัญหาความโปร่งใสของสื่อดิจิทัล กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

เนื้อข่าวของรอยเตอร์สระบุว่า Unilever ซึ่งเป็นผู้ลงโฆษณารายใหญ่อันดับ 2 ของโลก กำลังตัดความ สัมพันธ์กับสื่อดิจิทัล "Influencers (ผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์)" ในสื่อดิจิทัล ที่ซื้อผู้ติดตาม (Followers) จำนวนมาก  โดย Unilever พูดถึงเหตุผลว่า "ต้องการช่วยให้การโฆษณามีความโปร่งใสมากขึ้น"

ด้วยการที่แบรนด์ใหญ่จำนวนมาก ที่กำลังโฆษณาในไซต์ของ Social Media (สื่อสังคมออนไลน์) อย่างเช่น Instagram และ Facebook ที่อุตสาหกรรมของ “Influencers” มีการเติบโตขึ้น ซึ่งบรรดาเซเลบ(Celebrities) จำนวนมาก และบรรดาบุคคลอื่นๆ ที่เป็นที่ชื่นชอบได้รับความนิยมจากผู้คนในสังคมออนไลน์ ได้รับเงินจากการที่พวกเขาโพสต์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แต่ตัวเลขจำนวนผู้ชมของพวกเขา ซึ่งมักจะถูกนำมาใช้กำหนดเป็นค่าโฆษณา สามารถทำให้มากขึ้นได้โดยการซื้อผู้ติดตาม (Followers)

ในทางปฏิบัติ การซื้อผู้ติดตาม (Followers) ทำให้เกิดความเสี่ยงที่กัดเซาะความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้บริโภค จึงเป็นอันตรายต่อการเติบโตของการโฆษณาในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งนี้ ซึ่งมีมูลค่าตลาดนับเป็นพันล้านดอลลาร์ต่อปี ที่รู้จักกันในชื่อ "Influencer Marketing" และ Unilever กล่าวว่าต้องการหยุดยั้งอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นนี้

Keith Weed ผู้บริหารด้านการตลาด (CMO - Chief Marketing Officer ) ของ Unilever ให้คำมั่นสัญญาในวันจันทร์ว่า "ผู้ผลิตสบู่ Dove และมายองเนส Hellmann’s (คือ Unilever) จะไม่ซื้อ ผู้ติดตาม (Followers) หรือทำงานร่วมกับ Influencers ที่ซื้อผู้ติดตาม (Followers) นอกจากนี้ยังจะจัดลำดับความสำคัญของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อันเป็นการดำเนินการเพื่อยับยั้งการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใส

"ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์นั้นๆ กว่าจะได้มาเหมือนการเดินมา และความเชื่อมั่นจะจากออกไปอย่างรวดเร็วบนหลังม้า ซึ่งเราสามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าความเชื่อถือทั้งหมดที่มีต่อแบรนด์ที่เกิดจากคำแนะนำของ Influencer ถูกทำลายลง (ถ้าเขาไม่เชื่อมั่นเพราะได้จำนวนผู้ติดตาม (Followers) จำนวนมากจากการซื้อ)" Weed กล่าว "มี Influencer ที่ดีมากมายที่นั่น แต่การที่ในลังที่มีแอปเปิ้ลเน่าเพียงไม่กี่ลูก กลับทำให้แอปเปิ้ลดีอื่นๆ พลอยเน่าไปด้วยทั้งลัง และปัญหา คือ ผู้บริโภคทุกคนจากไปทันทีที่เสียความไว้วางใจในแบรนด์"

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อน ภายหลังจากที่ Weed สร้างคลื่นกระแทกให้เกิดขึ้นในวงการสื่อดิจิทัล โดยขู่ว่าจะดึงงบโฆษณาจากแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัล เช่น Facebook และ Google หากพวกเขาไม่ได้ทำตามขั้นตอน เพื่อปรับปรุงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และขจัดเนื้อหาออนไลน์ที่ "เป็นพิษ"

บริษัท Procter & Gamble คู่แข่งของ Unilever ก็ทำในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน มีการตรวจสอบการใช้จ่ายด้านการโฆษณาและความสัมพันธ์กับเอเยนซี ในความพยายามในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเติบโตของยอดขายสินค้าคอนซูเมอร์ของ P&G ช้าลง พวกเขาทำงานร่วมกับเอเยนซีทั้งหลายน้อยลง สร้างโฆษณาน้อยลง และใช้อินเฮ้าส์ (In-house) ในการทำงานด้านการตลาดบางอย่าง

ผู้ติดตามจอมปลอม (Fake Followers) มักเป็นโปรไฟล์ที่สร้างขึ้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม "Bots" หรือซอฟต์แวร์ที่เลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ พวกมันสามารถกด “Like” หรือแสดงความคิดเห็นในโพสต์ ทำให้ผู้รับสื่อรู้สึกประทับใจในความนิยมชื่นชอบ หรือการมีส่วนร่วม

ยากที่จะระบุได้ว่า มีวิธีการมากมายในทางปฏิบัติในการซื้อผู้ติดตาม (Follower) จำนวนมากอย่างไร แต่ Weed กล่าวว่า "เขาเคยได้ยินการประมาณการว่า มีมากถึง 40% ของ Influencers ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในบางจุด ในบางส่วนโดยไม่ตั้งใจ"

 

Peter Stork ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรด้าน Influencer Marketing Measurement ชื่อ Points North Group กล่าวว่า บริษัท ทั้งหมดที่เขาวิเคราะห์ได้ตกเป็นเหยื่อรวมถึง Unilever

นอกจากผู้บริโภคจะถูกหลอกลวงแล้ว Stork ยังกล่าวอีกด้วยว่า Bots ทำให้สูญเสียเงิน ตั้งแต่แบรนด์ต่างๆมากมาย ใช้จ่ายเงินเพื่อเข้าถึงการประจัญหน้ากับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ทำให้การวัดผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณาในสื่อดิจิทัลทำได้ยากขึ้น

"พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ และพวกเขาใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อได้รับความประทับใจที่เกิดจาก Bots" เขากล่าว

การศึกษาเมื่อปีที่แล้วโดย Rakuten Marketing กล่าวว่า นักการตลาดในอังกฤษบางคนยินดีที่จะจ่ายเงินให้กับ Influencer หลายคนที่เป็นเซเลบ (Celebrity) มากกว่า 75,000 ปอนด์ (100,000 ดอลลาร์) สำหรับการโพสต์ครั้งเดียวบน Facebook ส่วนระดับ "Micro-Influencer" ที่มีผู้ติดตาม (Follower) ไม่ถึง 10,000 คน อาจได้รับเงินมากถึง 1,500 ปอนด์  เขากล่าว

Weed ปฏิเสธที่จะบอกว่า Unilever จ่ายเงินให้ Influencers มากแค่ไหน เขากล่าวว่า ตอนนี้บริษัทยังไม่มี "ประเด็นสำคัญ" ที่จะทำอะไรกับเรื่องของกลุ่มผู้ติดตามปลอม (Fake Follower) เนื่องจากได้เคลียร์เรื่องนี้ให้สะอาดชัดเจนกับพันธมิตรของตนไว้แล้ว

Unilever ใช้เงิน 7.7 พันล้านยูโร (8.9 พันล้านดอลลาร์) ในการทำการตลาดเมื่อปีที่แล้ว และมีเพียง "หลายสิบของหลายล้าน" เท่านั้นที่ทำในเรื่อง Influencer Marketing แต่ Weed คาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้น

Cr : REUTERS

 

จีนเพิ่มความคึกคักให้กับเศรษฐกิจโลก

ไลอ้อน ส่ง “เจลอาบน้ำโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น ซีรีส์” บุกตลาดพรีเมียม ชูแบรนด์แรกในไทยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมพรีไบโอติกและสารสกัดจากกัญชง

จอห์นสัน เบบี้ ร่วมเชิดชูเกียรติคุณแม่ ผ่านแคมเปญ “Heart of a Mom ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่

ปี 2023 Johnson & Johnson จะหยุดขายแป้งเด็กมีส่วนผสม Talcum ทั่วโลก

LION-SCGC นำโซลูชั่น 3 ด้าน เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ภายในปี 2050

ไอ.พี. วัน ประกาศความสำเร็จ 50 ปี บริษัทคนไทยผู้นำตลาด FMCG

ฟังเสียงใจตัวเองให้เป็นแล้วจะเห็นความสำเร็จ กว่าจะเป็น L&E Beyond ด้วยหัวใจที่ Alive ของ “แอมป์ อโรชา”

Passion - Patience - People กุญแจ 3 ดอกสู่ความสำเร็จของแบรนด์พันล้านอย่าง GENTLEWOMAN

CEO as Brand สูตรพลิกโฉม “นมตรามะลิ” จากแบรนด์ 60 ปี สู่ไวรัลหลักล้านบน TikTok

Pramy จากศูนย์สู่ 2 พันล้านด้วยอินไซต์คนรักแมว ถอดบทเรียน Outlier สายดาต้า “คริส-ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี”

Read More Stories  

Research

เมื่อ T-Beauty หยุดวิ่งตาม และเริ่มสร้างทางของตัวเอง พร้อมอัปเดต 5 เทรนด์ที่จะกำหนดทิศทาง T-Beauty

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Read More Stories  

Digest

คังเซน-เคนโกฯ เปิดตัว 6 ไอเทมใหม่

“รักษ์โลกกับลามิน่า” ปลูกป่าเพื่อการวิจัย

พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดแคมเปญ “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” ชวนสังคมทบทวนความมั่นคงด้านสุขภาพในวันที่ความเสี่ยงรอบตัวไม่เลือกใคร

Unboxing Ideas

‘ChopValue’ บริษัทที่ชุบชีวิตตะเกียบใช้แล้ว กว่า 283 ล้านแท่งให้กลายเป็นของใช้สไตล์มินิมอล ไอเดียดีจนญี่ปุ่นเลิกมองตะเกียบเป็นขยะ!

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact