เมื่อภาพจำของการทำธุรกิจแฟชั่น มักถูกผูกติดอยู่กับไม้บรรทัด หรือสายวัดตัว ซึ่งวันนี้ยุคที่ทุกแบรนด์ต่างแข่งขันกันแย่งชิงพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าของผู้บริโภค ความคิดสร้างสรรค์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่จิ๊กซอว์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ บทความนี้จะพาไปดูหลังม่านที่หน้าฉากคือแบรนด์หลักพันล้าน กับ Session ‘รู้จริง หลังบ้านธุรกิจแฟชั่นที่ไม่เกี่ยวกับแฟชั่น’ บนเวทีงาน AIS PRESENTS WTF Festival into the world of outliers ไปดูเบื้องหลังเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ที่ปล่อยออกมามัดใจลูกค้าได้ในทุก ๆ สัปดาห์นั้น แท้จริงแล้วถูกขับเคลื่อนด้วยระบบ ดาต้า การวางแผน และการบริหารจัดการ โดยคุณแพง รยา วรรณภิญโญ Co-founder ของแบรนด์ GENTLEWOMAN
คุณแพง เล่าว่าตนเองเรียนจบบัญชีและไม่มีพื้นฐานด้านแฟชั่นมาก่อนเลย ธุรกิจนี้จึงเริ่มต้นจากการทำร้านมัลติแบรนด์ร่วมกับหุ้นส่วนอีก 3 คน จากการตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากหางานที่สามารถทำไปได้ตลอดชีวิต จากวันนั้นถึงวันนี้แบรนด์เดินทางมาถึงวาระครบรอบ 8 ปีพอดี
ด้านการนำเสนอสินค้า คุณแพงเล่าว่าสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่มคือความอยากนำเสนอความหลากหลาย ผ่านการลองผิดลองถูกมาเรื่อย ๆ เพื่อหาคำตอบว่าควรจะออกคอลเลกชันใหม่บ่อยแค่ไหน จนในที่สุดก็พบแนวทางที่เหมาะสมกับแบรนด์ นั่นคือการตั้งใจนำเสนอคอลเลกชันใหม่ให้ลูกค้าทุกอาทิตย์
โดยสินค้าคอลเลกชันใหม่ของ GENTLEWOMAN จะถูกปล่อยออกมาให้ช้อปปิ้งกันในทุกวันศุกร์ ทั้งช่องทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ ซึ่งแบรนด์จะเน้นนำเสนอความหลากหลาย และใช้วิธีเข้าไปควบคุมปริมาณการผลิตแทน เพื่อทำให้สินค้าทุกชิ้นออกมาในรูปแบบ Limited
เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายในการออกคอลเลกชันใหม่ในทุก ๆ สัปดาห์ คุณแพงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเบื้องหลังการทำงานนั้นก็มีความยากอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถขับเคลื่อนและออกสินค้าใหม่ได้ทันตามกำหนดคือการวางแผน (Planning) ที่มีการจัดการไว้เป็นอย่างดี
คุณแพงอธิบายภาพรวมให้ฟังว่า เบื้องหลังของบริษัทแฟชั่นนั้น ทุกคนจะนึกถึงภาพของดีไซเนอร์เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรประกอบไปด้วยหลากหลายฟังก์ชันมากกว่านั้น โดยมีทั้ง Merchandiserทีมดูแลการผลิต ระบบ และแอดมิน ซึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้ทุกส่วนขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้คือการมีPlanner ซึ่งแพลนเนอร์จะทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดโจทย์และวางไทม์ไลน์ที่ชัดเจนว่าในแต่ละฟังก์ชันจะต้องทำอะไรและเมื่อไหร่ เพื่อให้การทำงานของทุกแผนกสอดคล้องกัน
ด้านการบริหารจัดการและการแบ่งบทบาทหน้าที่ คุณแพงและผู้ร่วมก่อตั้งจะรับหน้าที่ดูแลจัดการระบบหลังบ้านเป็นหลัก ส่วนงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จะถูกมอบหมายให้เป็นพื้นที่ของทีมดีไซเนอร์อย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าความสำเร็จต้องมาจากทั้งความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นผู้นำ และระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน
[ ปรากฏการณ์กระเป๋า Tote Bag ]
ถ้าย้อนกลับไปในช่วงปีที่ 2 ถึงปีที่ 3 ของการทำธุรกิจ ถือเป็น Turning point ครั้งสำคัญที่ทำให้ชื่อของ GENTLEWOMAN กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้นจากการเปิดตัวไอเทมยอดฮิตอย่างกระเป๋า Tote Bag ที่มีโลโก้ GENTLEWOMAN ขนาดใหญ่ ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่โดดเด่นสะดุดตานี้ได้กลายเป็น Iconic item ที่ทำให้ผู้คนจดจำภาพลักษณ์และชื่อของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อแบรนด์เริ่มมีพื้นที่ในใจลูกค้า กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ให้ความสำคัญและทำได้ดีคือการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่ง แบรนด์เน้นการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับอินฟลูเอนเซอร์ เลือกที่จะสนับสนุนและเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น โดยดูแลเอาใจใส่กันเหมือนคนในครอบครัวหรือพี่น้อง ซึ่งความผูกพันนี้เองทำให้อินฟลูเอนเซอร์สื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ออกมาจากความรู้สึกชื่นชอบจริง ๆ
เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งคือความเชื่อมั่นในสไตล์ที่แตกต่างกัน แบรนด์เปิดโอกาสและมอบอิสระอย่างเต็มที่ให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถนำไอเทมต่าง ๆ ไป Mix & Match ในแบบฉบับของตัวเองได้เลย โดยไม่มีการตีกรอบหรือบังคับทิศทาง ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพลักษณ์ของเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันและดูเป็นธรรมชาติ
[ การเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศ ]
ปีนี้แบรนด์ได้มีการขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยเปิดสาขาแล้วที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งการตัดสินใจก้าวออกจากตลาดในประเทศครั้งนี้คุณแพงเล่าว่าได้มีการเก็บข้อมูล (Data) และวิเคราะห์พฤติกรรมการจับจ่ายของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่เดินทางมายังประเทศไทย โดยแบรนด์มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการชูภาพลักษณ์ Modern Bangkok Femininity หรือความเฟมินีนยุคใหม่ในสไตล์สาวกรุงเทพฯ ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
ไม่เพียงเท่านั้น GENTLEWOMAN ยังขยายจักรวาลสินค้าให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้น หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว GENTLEWOMAN ได้เปิดตัว GENTLE LITTLEWOMAN เป็นไลน์เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ซึ่งจุดเริ่มต้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกสาววัย 6 ขวบของคุณแพงนั่นเอง
นอกจากนี้ เพื่อตอบรับกับเทรนด์รักสุขภาพที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแส และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน แบรนด์ยังได้นำคอลเลกชันชุดออกกำลังกายกลับมาพัฒนาใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ผู้หญิงสามารถหยิบไอเทมของ GENTLEWOMAN ไปสวมใส่ได้ในทุก ๆ กิจกรรม
ล่าสุดได้มีการจัดกิจกรรมอีเวนต์ GENTLEWOMAN DANCE CLUB พร้อม preview Activewear Collection ใหม่ “Girls Own The Lane” ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคุณแพงมองว่าการจัดอีเวนต์ไม่ใช่แค่การโปรโมตคอลเลกชันใหม่เท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่ให้เป็นจุดศูนย์รวมผู้ที่รักในแบรนด์ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสังสรรค์กันอีกด้วย
[ 3 กุญแจสำคัญสู่การสร้างธุรกิจให้สำเร็จ ]
1. Passion (ความหลงใหล) เป็นเสมือนพลังงานตั้งต้นที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะความรักในสิ่งที่ทำจะทำให้เราสามารถตื่นขึ้นมาและอยู่กับธุรกิจของเราได้ในทุก ๆ วัน
2. Patience (ความอดทน) เมื่อมีความหลงใหลแล้ว สิ่งที่ต้องยืนหยัดคือความมุ่งมั่น อดทน และให้เวลา ทุกความสำเร็จล้วนต้องผ่านการบ่มเพาะ ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จในชั่วข้ามคืน
3. People (ผู้คน) พลังของคนรอบข้างมีความสำคัญมาก การมีหุ้นส่วนและมีทีมงานที่เก่ง จะเป็นแบ็คอัพสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้นำกล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน และพาองค์กรเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง