“ถามว่าเราสร้าง Brand Experience ไหม ก็คือไม่ แต่เราพยายามทำให้ละครมีความหลากหลายและปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ๆ ได้ ซึ่งก็มีละครที่ตอบสนองความต้องการของคนได้ทุกเพศและทุกวัย”
การต่อยอดในเชิงธุรกิจของคณะเกศทิพย์ คือการพยายามที่จะนำละครวิทยุขยายเข้าไปในช่องทางใหม่ๆ เช่น เว็บไซต์ และ Youtube ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีสปอนเซอร์และยังถือว่าไม่มีรายได้เพียงแต่เป็นการขยายฐานผู้ฟังออกไปให้กว้างขึ้น
ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงทดลองว่าเมื่อออกอากาศฟรีในช่องทางออนไลน์แล้ว มีคนฟังมากพอไหม มี Feedback อย่างไร ตอนนี้มันอยู่ในช่วงที่เราทดลองกลุ่มเป้าหมายและลองตลาด ซึ่งยังไม่ลงตัว เพราะกลุ่มผู้บริโภคยังมีจำนวนน้อยเกินไปในการที่เราจะไปซื้อเวิร์ฟเวอร์หรือเช่าพื้นที่ Cloud เป็นของเราเอง ในการที่เราจะเก็บละครของเราเพื่อที่ให้พวกเค้าได้เลือกฟัง
“ถ้าถามว่า ละครวิทยุที่เป็น New Experience สามารถไดรฟ์ตลาดสื่อวิทยุได้ไหม ก็คงไม่ คือไม่ได้เติบโตขึ้นและไม่ได้แคบลง เพราะกลุ่มคนฟังก็ยังมีจำนวนเท่าเดิม คือมันจะเป็นแค่กลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่ยังฟังอยู่ นั่นก็คือกลุ่มแฟนวิทยุ ซึ่งกลุ่มคนกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยจะมีอายุตั้งแต่ 30-80 ปี แต่ถามว่ามีกลุ่มเด็กฟังละครวิทยุไหม ก็ยังมีอยู่ เพราะว่าผู้ที่มาแสดงละครวิทยุที่เด็กที่สุดตอนนี้กำลังเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 6 สาเหตุที่เค้าได้ฟังละครวิทยุก็มาจากที่พ่อแม่ฟังและเค้าก็ซึมซับและชอบละครวิทยุในที่สุด” คุณวิษณุกร พูดเสริม
“ละครวิทยุคณะเราจะต้องอยู่ให้ได้ ไม่ว่าสื่อจะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นอะไรก็ตาม ยุคดิจิทัลที่กำลังจะกลายเป็นยุคของ AR และ VR ในอนาคตอันใกล้นี้ การอยู่รอดของเราคือต้องปรับตัวตามให้ทัน การเตรียมพร้อมคือการรับบุคคลที่มีความสามารถและชำนาญในการใช้เทคโนโลยีนั้นมาทำงานให้เรา แต่ปัญหามีอยู่เรื่องเดียวคือ ‘กลุ่มผู้บริโภค’ ดังนั้น ความท้าทาย คือจะทำอย่างไรที่จำให้มีคนฟัง ส่วนการสืบทอดละครวิทยุคณะเกศทิพย์นั้น เราอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะ เพราะคุณกัลยา ทิณพงษ์ หัวหน้าละครวิทยุคณะเกศทิพย์ เพราะท่านสั่งสมคอนเนคชั่นและสืบสานเอกลักษณ์ของละครวิทยุมาถึง 3 รุ่น และมีวัตถุประสงค์ที่จะทำนุบำรุงเสน่ห์ของละครวิทยุให้อยู่คู่กับสังคมไทยให้ได้นานที่สุดเท่าที่กำลังของท่านและชาวคณะจะทำได้”