Millennials เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สำคัญ
ประชากรผู้บริโภคกลุ่ม Millennials เป็นกลุ่มคนที่รักเทคโนโลยี, มีความสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้ดี, ไลฟ์สไตล์อยู่กับโลกออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง, มองโลกในแง่ดี, รักความเป็นอิสระและพึ่งตนเองได้, มีความรู้สูง และทุ่มเทเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ เกิดในช่วงทศวรรษที่ 1980 ถึงทศวรรษที่ 2000
บริษัทเอเจนซี่โฆษณา Moosylvania ได้มีการวิจัยสอบถามชาว Millennials มากกว่า 1,500 คน ในข่วงอายุ 16 ถึง 36 ปี เกี่ยวกับ 100 แบรนด์ที่พวกเขาชื่นชอบ ในที่นี้ขอคัดมาเฉพาะ Top 20 Brands ที่ชาว Millennials ชื่นชอบ โดยจะเรียงลำดับจากอันดับ 20 ไปถึงอันดับที่ 1
20. Old Navy
สำนักงานใหญ่อยู่ในเมือง ซานฟรานซิสโก Old Navy เป็นแบรนด์เสื้อผ้าดังแบรนด์หนึ่งในสหรัฐ มีทั้งเสื้อผ้าผู้ใหญ่และเด็ก ทั้งหญิงชาย ความสำเร็จสำคัญมาจาก ความเข้าใจวิธีการทำตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่ม Millennials
19 Disney
สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง เบอร์แบงค์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาว Millennials หลงใหลกับเจ้าหญิงดิสนีย์ ด้วยเหตุผลมากมาย เหตุผลหนึ่ง คือ เจ้าหญิงดิสนีย์ทำให้เกิดความทรงจำบางอย่าง เป็นเรื่องของ Nostalgic ความหวนคิดถึงความประทับใจเก่าๆ นอกจากนี้ Disney ยังช่วยให้แบรนด์ใช้สื่อโซเชียลเพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมาย
18. Adidas
สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Herzogenaurach เยอรมนี Adidas ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากรองเท้า Sneakers ของ Stan Smith ที่ได้รับความชื่นชอบจากชาว Millennials รวมทั้งการเป็น Partnership กับ Kanye West เรียกว่ารุ่น Adidas + Kanye West
17. Nintendo
สำนักงานใหญ่อยู่กรุงเกียวโต ญี่ปุ่น ชาว Millennials ยังคิดถึง Nintendo
เพราะพวกเขาชื่นชอบการเล่นเกม Nintendo มาตั้งแต่เด็ก สิ่งนี้นำไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์ในวัยผู้ใหญ่ Nintendo เติบโตขึ้นพร้อมกับผู้บริโภค และยังทำให้พวกเขาดูดีขึ้นกับชุดหูฟังของ Microsoft
16. American Eagle
สำนักงานใหญ่ เมืองพิทสเบอร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐ American Eagle มีการจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่คู่แข่งจำนวนมากต้องพบเจออยู่ โดยไม่ตกเป็นเหยื่อการขายราคาต่ำในสงตรามราคา สิ่งสำคัญที่สุดคือ American Eagle ชนะหัวใจหญิงชาว Millennials ด้วยชุดชั้นในในตระกูล Aerie ทำโฆษณาในรูปแบบ Photoshop-free Ads ยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
15. Ford
สำนักงานใหญ่ เมืองเดียร์บอน รัฐมิชิแกน แม่ชาว Millennials ที่ย้ายจากในเมืองไปอาศัยชานเมือง มีลูกและกำลังมองหารถ และ Ford คือรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของพวกเธอ นี่ทำให้ Ford ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย
14. Pepsi
สำนักงานใหญ่ เมืองเพอร์เชส นิวยอร์ค PepsiCo พยายามเชื่อมต่อ Brand กับชาว Millennials ให้แนบแน่น Pepsi ยังให้ความสำคัญในการสื่อสารกับชาว Millennials ด้วยภาษา emojis ภาษาที่ ชาว Millennials พูด บนขวด Pepsi
13. Express
สำนักงานใหญ่ เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ Express มอบรางวัลให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่เพียงแค่ใช้บัตรเครดิตของร้านค้าเท่านั้น แต่ยังให้ลูกค้าสร้างสัมพันธ์กับ Express ในรูปแบบอื่น เช่น retweeting กับ tweets ของ Express และร้องเพลงตามข้อความแจ้งเตือน ทุก 2,500 คะแนนผู้ซื้อจะได้รับ 10 ดอลลาร์ เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ Express มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะมี Loyalty ใน Brand
12. Starbucks
สำนักงานใหญ่ เมืองซีแอตเติล วอชิงตัน Starbucks ได้เพิ่มเมนู Frappuccinos ใหม่ เป็นเครื่องดื่มแฟนซี Espresso-based และมีเมนูอาหารมากขึ้น เช่น แซนด์วิช และสลัด นอกจากนี้ยังได้เพิ่มจำนวนร้านที่มีจุด Drive-thrus อีกหลายร้าน สามารถขับรถเข้าไปที่จุดซื้อกาแฟและอาหารได้
11. Google
สำนักงานใหญ่ เมนโลปาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย แอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนของ Google เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาว Millennials โปรแกรม Gmail ได้รับความนิยมอย่างมาก Google ยังคงหาวิธีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้
10. Victoria's Secret
สำนักงานใหญ่ เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ Victoria's Secret เป็นผู้นำตลาดชุดชั้นในโดยไม่มีใครโต้แย้ง ครองส่วนแบ่งการตลาด 61.8% (ตามข้อมูลของ IBIS World) กลยุทธ์การตลาดของบริษัท ซึ่งรวมถึงเหล่า Angels ที่มีชื่อเสียงคือตัวช่วยที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Victoria's Secret ในกลุ่มผู้บริโภคชาว Millennials
9. Microsoft
สำนักงานใหญ่ เมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน Microsoft กำลังพยายามดึงผู้บริโภคจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ iPad Pro ของ Apple ให้มาใช้ Surface ของ Microsoft มันทำให้เกิดความสนุกในการแข่งขันทางการตลาด
8. Amazon
สำนักงานใหญ่ เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน Amazon เสนอบริการการจัดส่งสินค้าภายในหนึ่งชั่วโมง สำหรับสมาชิกที่ใช้บริการ Prime และขยายธุรกิจจัดส่งสินค้าไปยัง New York City นอกจากนี้ บริษัท ยังได้ประกาศเปิดตัว Gadget ใหม่ชื่อว่า Dash Button ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อของใช้ในครัวเรือน เช่น ผงซักฟอก ฯลฯ
7. Wal-Mart
สำนักงานใหญ่ เมืองเบนตันวิลล์ รัฐอาร์คันซอ Wal-Mart ให้กับพนักงานเพิ่มขึ้น และได้ให้คำมั่นในการขายเนื้อสัตว์ที่รับรองมาตรฐานสูง นอกจากนี้ยังเปิดร้านค้าขนาดเล็กที่ตรงกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของชาว Millennials ด้วยแนวคิด "ร้านขายของชำที่เป็นเพื่อนบ้านคุณ" และอาจเป็นคู่แข่งกับร้านค้าที่ขายอาหารประเภท Whole Foods และมีแอพที่ช่วยให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าในร้านได้ในราคาประหยัด
6. Samsung
สำนักงานใหญ่ เมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตของ Samsung เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มชาว Millennials สมาร์ทโฟน รุ่น Galaxy S6 ของ Samsung ได้รับการวิจารณ์จาก Steve Kovach ของ Tech Insider ว่าการออกแบบของ Samsung บดบังรัศมีของคู่แข่ง
5. Coca-Cola
สำนักงานใหญ่ เมืองแอตแลนต้า จอร์เจีย Coca-Cola ยังคงเป็นผู้นำที่ชัดเจนในตลาดน้ำอัดลม แบรนด์นี้ยังได้คะแนนสูงสำหรับแคมเปญ "Share a Coke" ซึ่งเป็นชื่อสามัญของน้ำอัดลมโค้ก แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้บริษัทตัดสินใจนำมันกลับมา
4. Sony
สำนักงานใหญ่ มินาโตะ โตเกียว โซนี่พร้อมแล้วสำหรับนวัตกรรม จากหุ่นยนต์ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้ จนถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลยอดนิยม PlayStation
3. Nike
สำนักงานใหญ่ เมืองบีเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน เมื่อพูดถึงเสื้อผ้าสำหรับชาว Millennials ที่มีพฤติกรรมแอคทีฟชื่นชอบ Nike เป็นแบรนด์ยอดนิยม Nike มุ่งเน้นการผสมผสานเทคโนโลยีชั้นยอดเข้ากับเสื้อผ้า ช่วยให้ร้านค้าปลีกจำนวนมาก มีรายได้รวมที่ 32.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
2. Target
สำนักงานใหญ่ มินเนอาโปลิส รัฐมินนิโซต้า Target เป็นเจ้าของจุดตัดของสไตล์และความสามารถในการจ่ายเงินได้ของลูกค้าเป้าหมาย Target ได้ทำให้ธุรกิจเสื้อผ้าสำหรับเด็กมีสไตล์มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังจำหน่ายชุดตกแต่งห้องวำหรับผู้บริโภคกลุ่ม Gender-Neutral และเลิกติดป้ายของเล่นที่ระบุเพศ
1. Apple
สำนักงานใหญ่ เมืองคูเปอร์ติโน่ (Cupertino) รัฐแคลิฟอร์เนีย Apple เป็นแบรนด์ที่เป็นที่คลั่งไคล้ของชาว Millennials จำนวนมาก iPhones, iPads, Macbooks และ Apple Watch ของ Apple เป็นที่นิยมอย่างมาก
Cr : BUSINESS INSIDER