พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าเพื่อครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ ระดับราคาตั้งแต่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทไปจนถึง 7 ล้านบาท ผ่าน 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ บ้านพฤกษา พฤกษาวิลล์ เดอะคอนเน็ค และพาทิโอ ซึ่งจะเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ธีรเดช เปิดเผยถึงการขยายตลาดและฐานลูกค้าของพฤกษาครั้งนี้ ว่า พฤกษาทำตลาดผ่าน Key success “Everywhere for Every time” พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความ “ใส่ใจ” โดยใช้ 4 กลยุทธ์สำคัญด้วยกัน
1. ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้านการออกแบบ มีดีไซน์หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์
2. ใส่ใจนวัตกรรมการก่อสร้าง โดยใช้ระบบ “Fully Precast” ระบบแผ่นสำเร็จรูปเทคโนโลยีมาตรฐานจากประเทศเยอรมัน ทำให้การก่อสร้างทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีคุณสมบัติกันเสียงได้ถึง 33% และรับแรงแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์
3. ใส่ใจในคุณภาพการบริการ ทั้งก่อนการขายและหลังการขาย ด้วยระบบคลอเซ็นเตอร์ และหน่วยงานซ่อมหลังการขายที่มีใช้ระบบ SLA (Service Level Agreement) การการันตีระยะเวลาซ่อม ให้กับลูกค้า
4. ใส่ใจสร้างสรรค์คนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เช่น ระบบระบายอากาศ ที่ช่วยลดอุณหภูมิ และหมุนเวียนอากาศในบ้าน หลังคาสกายไลท์ ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงาน หลอดไฟ LED การตอกเสาร์เข็มเพื่อรองรับการต่อเติมพื้นที่หน้าบ้านและหลังบ้านล่วงหน้า ระบบกล้องอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัย เป็นต้น
พร้อมกันนี้ ตั้งเป้ายอดขายปี 2561 จากกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์อยู่ที่ 22,710 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายต่างจังหวัด 3,000 ล้านบาท กรุงเทพและปริมณฑล 9,710 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 22% จากมูลค่าตลาดรวม
จากเทรนด์ต่างๆ ที่พฤกษาเริ่มนำมาใช้กับการออกแบบและก่อสร้าง ผนวกเข้ากับกลยุทธ์การทำตลาดดังกล่าว อาจทำให้เราได้เห็นโครงการทาวน์เฮ้าส์สุดไฮเทคจากพฤกษาในอีกไม่นานนี้ก็เป็นได้