Facebook กำลังสร้างศูนย์ประสาทวิทยา (Neuroscience Center) ของตนเองเพื่อศึกษาด้านการตลาด เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค (Users) ห้องปฏิบัติการชอง Facebook จะทำงานร่วมกับเอเจนซี่, แบรนด์, และ บริษัทผู้ผลิตสื่อ
การสร้าง Neuroscience Center นี้คือความพยายามทางการตลาดครั้งต่อไปของ Facebook ซึ่งศูนย์ดังกล่าวอยู่ในแมนฮัตตันตอนล่าง
Facebook วางแผนที่จะเปิดในเดือนถัดไป มีชื่อเป็นทางการว่า ศูนย์นวัตกรรมการตลาด (Center for Marketing Science Innovation) ซึ่งจะเป็นสถานที่สำหรับทำการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมทางประสาทวิทยา (Neuroscience) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณา, ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์, แบรนด์สินค้า และ บริษัทเทคโนโลยี เข้าใจพฤติกรรมของ Users ที่มีต่อประเภทต่างๆของเนื้อหาที่สะท้อนจากแพลตฟอร์ม และ Device ต่างๆ Lab จะศึกษา Users ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อจำลอง Content ที่ Users ดูในการตั้งค่าที่หลากหลาย ซึ่งรวมทั้งบนคอมพิวเตอร์ เดสก์ท็อป, โทรศัพท์มือถือ, หรือโทรทัศน์จอใหญ่
ห้องปฏิบัติการวิจัยนี้ Facebook กล่าวว่าจะได้รับการจัดการโดยบริษัทของบุคคลที่สาม จะมีห้องหลายห้อง เช่น ห้องรับแขกในขณะที่ห้องอื่น ๆ เป็นเหมือนศูนย์ทดสอบมาตรฐาน, ห้องประชุม ฯลฯ
"เรารู้ว่า Users ใช้เวลามากแค่ไหนบนแพลตฟอร์ม งานวิจัยนี้จะให้ความจริงเกี่ยวกับวิธีการที่เขาใช้เวลาว่าเขาใช้เวลากับอะไร" Daniel Slotwiner ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการโฆษณา, Facebook กล่าว "ห้องปฏิบัติการจะตรวจสอบและวัดข้อมูล Biometric ของ Users ผ่านการใช้สายตาของเขา, การตอบสนองทางผิวหนัง, อัตราการเต้นของหัวใจ และการแสดงออกทางสีหน้า ขณะที่พวกเขา (Users) เลื่อนดูฟีดข่าว หรือขณะดูรายการ 20 หรือ 30 นาที" เขากล่าว "Facebook ต้องการเข้าใจสัญญาณเหล่านี้ให้ได้ดีขึ้น และเข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของ Users อย่างไร"
"มีการแสดงออกของ Users อีกมากที่เราไม่เข้าใจ คือ การใช้ดวงตามองดู Content ต่างๆบนแพลตฟอร์ม" เขากล่าว "เรารู้ว่าคนใช้เวลามากแค่ไหนบนแพลตฟอร์ม ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ Content ใดบ้างที่พวกเขาใช้เวลาดังกล่าว และ Features ใดในผลิตภัณฑ์ของเรา ที่พวกเขากำลังมองหาอยู่"
เป็นครั้งแรกที่ Facebook จะมีห้องปฏิบัติการของตัวเอง แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทำทดสอบผู้บริโภค (Users) ด้วยวิทยาการด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) เพื่อให้เข้าใจว่า Users ดูและคิดอย่างไรเกี่ยวกับ Content ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนที่แล้ว บริษัท ได้เผยแพร่ Podcast ตอนหนึ่ง เกี่ยวกับ Facebook IQ ที่ค้นหาความเกี่ยวข้อง ที่ตาของ Users ใช้ใน Instagram ผลการวิจัยพบว่า Users ให้ความสำคัญกับส่วนของโฆษณาที่มีภาพ มากกว่าข้อความในโฆษณา
Slotwiner กล่าวว่า "เทคโนโลยีในการวัดด้าน Neuroscience ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมืออื่น ๆ รวมทั้งความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality) จะถูกเพิ่มเข้ามาในอนาคต"
"ประโยชน์ที่สำคัญของวิทยาการการวิจัยด้าน Neuroscience ก็คือ เมื่อใช้วิธีการแบบเดิม ๆ เช่น การสำรวจความคิดเห็นด้วยตนเอง และการทำ Focus Group มีอคติจำนวนมากในข้อมูลที่ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับประสบการณ์ของมนุษย์" Spencer Gerrol, ผูุ้ก่อตั้งและ CEO ของ Spark Neuro กล่าว
การวิจัยโดยการใช้วิทยาการด้าน Neuroscience จะทำให้เข้าใจพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภคมากขึ้น เพราะความอคติของมนุษย์ และความไม่สามารถที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองจริงๆได้ต่อเนื่องก็จะหายไปมาก
นี่จะทำให้การวิจัยด้าน Neuroscience เป็นที่นิยมและมีการใช้แพร่หลายในวงกว้างมากขึ้น
Cr : ADWEEK