เส้นทางเดินของแบรนด์ที่เป็นผู้เล่นรายไม่ใหญ่นักในตลาดนมข้นหวานอย่าง “พาเลซ” ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะหลังจากก้าวข้ามจากแค่การเป็นผู้ผลิตป้อนสินค้าให้กับห้างค้าปลีกเพื่อไปติดแบรนด์ตัวเองมาสร้างแบรนด์พาเลซ เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา นมขนหวานแบรนด์นี้ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการสร้างแบรนด์อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไรนัก
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดนมข้นหวาน และนมข้นจืดที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 10,000 ล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และด้วยความที่เป็นแบรนด์ไม่ใหญ่นักในตลาด ทำให้มีความคล่องตัวค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับการทำตลาดในช่องทางขาย จึงเข้ามาช่วยเป็นแรงส่งให้แบรนด์นี้สามารถเติบโตจนติดอันดับ 3 ของตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 16% ในปีที่ผ่านมา
การเติบโตนับจากนี้ไปจึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะพาเลซมีการหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์จากที่ถูกมองว่าเป็น “สตรีทแบรนด์” ของกลุ่มผู้บริโภคระดับรากหญ้าในต่างจังหวัด มาสู่การเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่
จากรอบนอกมุ่งสู่คนเมือง
เส้นทางเดินใหม่ของพาเลซ
“ก่อนหน้านั้น ผู้บริโภคจะมีความคลุมเครือเมื่อนึกถึงแบรนด์พาเลซ ขณะที่ส่วนใหญ่ยังมองเราว่ามีภาพลักษณ์ของการเป็น สตรีท โปรดักท์สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟข้างทาง โดยเราคาดหวังว่า หลังจากการออกมาปรับภาพลักษณ์ใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้แบรนด์ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหมาๆ ได้มากขึ้น”
นั่นคือคำกล่าวของ อิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวานภายใต้แบรนด์พาเลซที่บอกถึงเป้าหมายของการออกมาปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี
ในครั้งนี้ จะมีการทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับแผนยุทธศาสตร์ทางการตลาด พร้อมปรับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์นมข้นหวานภายใต้แบรนด์พาเลซ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ“4R”เพื่อมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ประกอบไปด้วย
“รีเฟรช” (Refresh) เพื่อการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ พาเลซ จากเดิมที่ผู้บริโภคหลายคนมองว่าเป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเพิ่มความสนุก และความสดใสให้กับแบรนด์ ด้วยการดึงนักร้องหนุ่ม“โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” มาร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงคอนเซ็ปต์ “เติมรสชาติใหม่ๆ ให้ชีวิต” เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เกิดความสนใจและเกิดการรับรู้ในแบรนด์พาเลซ
การรีโพสิชั่นนิ่ง (Re-Positioning) ที่นำจุดเด่นของแบรนด์ในเรื่องของความหอม หวาน คงรสชาติความอร่อยให้กับเครื่องดื่ม และเรื่องสุขภาพ มาสร้างเป็นตำแหน่งทางการตลาดใหม่ของแบรนด์ หลังจากที่ผ่านมา Positioning ของแบรนด์ไม่ค่อยจะชัดเจนเท่าไรนัก
รีลอนช์ (Re-Launch) หรือการออกสินค้าใหม่ที่เข้ามาช่วยยกระดับภาพลักษณ์ ภายหลังจากที่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ครีมเทียมข้นหวานในรูปแบบหลอดบีบลงแข่งขันทำตลาดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจและมียอดจำหน่ายทะลุเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง6 ล้านหลอด จึงทำให้พาเลซมีการเดินหน้าพัฒนารสชาติใหม่อีก 3 รสชาติ ที่ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ได้แก่ พาเลซดิป รสช็อกโกแลต จับกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิตที่ชื่นชอบความสดชื่นในเวลาเช้า จากความเข้มข้นของช็อกโกแลตอย่างแท้จริง พาเลซดิป รสสตรอเบอร์รี่ เอาใจสาวกสตรอเบอร์รี่กับความสดที่ให้รสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน และ พาเลซดิป รสงาดำ ฉีกกฎนมข้นหวานเพื่อคนรักสุขภาพกับประโยชน์ของงาดำ
กลยุทธ์สุดท้ายคือ รีมายด์ (Re-Mind) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ตัวสำคัญที่นำมาใช้ให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆแบ่งออกเป็นการทำโฆษณาผ่านสื่อหลัก (Above The Line)ที่ให้น้ำหนักสูงถึง 40%เนื่องจากเป็นการปรับภาพลักษณ์และการทำการตลาดครั้งใหญ่ของบริษัทฯ จึงต้องการสร้างการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้างผ่านการโฆษณาทางโทรทัศน์ จอแอลอีดี สื่อเคลื่อนที่ และการสนับสนุนรายการโทรทัศน์ต่างๆ เป็นต้น และกระตุ้นการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ (Online)อีก 30% พร้อมทั้งตอกย้ำการรับรู้ด้วยกิจกรรมทางการตลาด (Below The Line) อีก 30% ได้แก่ การจัดคาราวาน โรดโชว์ ไปตามออฟฟิตใจกลางเมือง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เกิดการทดลองชิมผลิตภัณฑ์