Q: ตัวใหม่ที่ออกมาเป็นแบบน้ำตาลน้อย คาบูเซชะ มันเด่นอยู่แล้วเรื่องไม่มีน้ำตาล เป็นรสชาติที่คุ้นเคย?
เจษฏากร : อันนี้ก็คือตามเทรนด์ตลาด เราต้องสังเกตว่าอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดชา มันต้องมีในกลยุทธ์อยู่แล้ว ซึ่งในไทยจะเป็นตัวหลักของตรงนี้ แต่อย่างของกัมพูชาเลือกที่จะออกทับทิมซึ่งก็ขายดีเป็นอันดับ 2 ถ้าเรายังไปเกาะกับ ออริจินัล ตลาดมันก็จะไม่แตกต่าง ในไทยตัวที่ออกมาสร้างสีสันช่วงนึง คือ แตงโม และมัน Sustain ได้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ยกเลิกการทำ Promotion แต่ต้องโฟกัสมากขึ้น
Q: เวลาที่ตลาดมันไม่โต โอกาสที่เราจะเติบโตก็คือการต้องไปดึงยอดจากคู่แข่ง?
เจษฏากร: ตลาดชาช่วงนี้มันเป็นช่วงปรับตัว ตอนนี้เราไม่ได้ดูคู่แข่งเลย ดูตัวเราอย่างเดียวเหมือนย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 2014 ว่าเมื่อ Competitive Environment มันเปลี่ยนโดยเป็นปัจจัยภายนอก ที่เป็นในเรื่องของกฎหมาย กฎระเบียบอะไรต่างๆ คือตอนนี้มันเลยต้องมาแต่งตัวจัดกลยุทธ์ใหม่ในบ้านว่าเราจะสู้อย่างไรมากกว่า
Q: สู้ด้วยโปรโมชั่น 5 โปรโมชั่นที่เคยพูดไปออกไปแล้วใช่ไหม?
เจษฏากร: อันนั้นมากไปหน่อยแต่อย่างไรเงินตรงนี้เราน้อยลงอยู่แล้ว เราพยายามที่จะใช้เงินไปกับ New Product Development และตลาดส่งออก เงินถูกแบ่งออกไปอยู่แล้ว การบริหารเงินบริหารต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก ตอนนี้กลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่การเอาชนะด้วยโปรโมชั่น แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีโปรโมชั่นเพื่อให้ตลาดและร้านค้าจัดการ โปรโมชั่นมันก็มีหน้าที่ของมัน มันถึงจำเป็นแต่ไม่ได้จำเป็น 365 วัน
Q: กลับมาที่ต่างประเทศ ถัดจากลาวและกัมพูชา ในเวียดนามเรามองตลาดนี้อย่างไร เริ่มขยับไปหรือยัง?
เจษฏากร: ตลาดใหญ่ อยู่ใน Long Term Plan เพราะเวลาที่ยิ่งมีศักยภาพเยอะ การจะเคลื่อนไหวคงต้องเป็น Direction มาจากข้างบนด้วย ถึงเวียดนามจะเป็นประเทศใหญ่ แต่ความต่างกันในประเทศก็มี เพราะฉะนั้นความพร้อมของเราคงต้องเป็นที่ผู้บริหารระดับสูงเขา Direction มา
Q: แสดงว่า 2 ประเทศหลักคือ ลาวกับกัมพูชา?
เจษฏากร: ตอนนี้แบ่งการส่งออกเป็นประเทศที่เป็น Strategies Area คือการเข้าไปสร้างแบรนด์ การเข้าไปทำกิจกรรมเพื่อหาจุดยืนของเรา ซึ่งตรงนี้เราก็ส่งคนที่มีประสบการณ์เครื่องดื่มจากเมืองไทยไปไดรฟ์ตลาดในประเทศเขา เพื่อให้เห็นการเติบโต เพื่อเคลื่อนไหวให้ดีขึ้น ส่วนอีกกลุ่มเราจะเรียกว่ากลุ่ม Trading คือประเทศที่เราแค่ซื้อขายส่งออกอย่างที่ทำในยุโรปค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เราเริ่มเข้าทางเมืองจีน แต่เราไม่อยากเข้าไปถึงแล้วตั้งออฟฟิศ เพราะว่าในแต่ละประเทศสิ่งที่เราเจอมันไม่เหมือนกันอย่างเช่น กัมพูชากับลาว ก็ต่างกันมาก
Q: เขาต่างกันอย่างไรบ้างระหว่ากัมพูชากับลาว?
เจษฏากร: ต่างทั้งในเรื่องของความชอบ ไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม ซึ่งกัมพูชาจะเหมือนรถแข่ง แต่ลาวเหมือนรถหวานเย็นที่มันต่างกันเพราะว่า History Background ต่างกัน อย่างไทยเราก็ต่างจากกัมพูชาและลาว เวลาไปกัมพูชาจะรู้สึกว่า 24 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก แต่พอของลาวกลับรู้สึกว่าช้ามาก ในส่วนของลาวจะเน้นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ต้องสร้างให้เขาเข้าใจผ่านผู้จัดจำหน่ายชื่อสวรรค์วารี แต่ของกัมพูชานี่ใช้ทุกกลยุทธ์เลย