BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
19,937
VIEWS

“เจษฎากร โคชส์” ความท้าทายครั้งใหม่ของชาเขียวโออิชิ ทำอย่างไรให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง

ก.ค. 25, 2561 J.Wara

ด้วยบทบาทของการเป็นผู้นำตลาดชาเขียวของบ้านเรา ทำให้โออิชิต้องเล่นบทผู้นำในการเข้ามาทำหน้าที่ขยายตลาดให้ยังคงมีการเติบโตในภาวะที่ตลาดได้รับผลกระทบจากทั้งเรื่องของกำลังซื้อที่หดหายไป และผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต

การทำตลาดในช่วงถัดจากนี้ไป จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่ใช่น้อย เพราะไหนจะต้องสร้างการเติบโตของยอดขายให้ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ไหนจะต้องช่วยเขย่าให้ตลาดชาเขียวของบ้านเรากลับมาคึกคัก และสามารถเติบโตได้เหมือนเดิม

บทสัมภาษณ์ในบรรทัดต่อจากนี้ไป คือการเปิดเผยจากปากของ เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แม่ทัพหญิงคนเก่งของโออิชิ ที่จะมาให้รายละเอียดถึงแผนงานทั้งหมด

Q: การทำตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?

เจษฏากร: สำหรับโออิชิยอดขายในประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคมที่ผ่านมา ตลาดชาได้รับผลกระทบจากภาษีสรรพสามิต ไม่ใช่จากภาษีน้ำตาล ซึ่งกระทบบ้างแต่น้อยมาก เพราะว่าภาษีน้ำตาลเราเสียจากปริมาณที่เราขายส่วนภาษีสรรพสามิต เขาคิดเราจากราคาขาย 10% เหมือนกับ Category เหล้า เบียร์ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นผลกระทบที่ทางโออิชิเองก็ทราบดี เราจึงมีการเตรียมการมาอย่างน้อย 2-3 ปี พอมันเกิดขึ้นจริงเราก็มีแผนการชัดเจนที่จะดีลกับคู่ค้า

1 ในมาตรการหลักที่เราทำก็คือ เราต้องขึ้นราคาสินค้า พอขึ้นราคาสินค้าได้รับผลกระทบแน่นอน และสิ่งที่กระทบมาถึงปัจจุบันนี้จะเห็นว่าตลาดชา Value ตกลงเช่นเดียวกับ Volume ถ้าดู Value ตอนนี้ตลาดตกไปประมาณ 15-16% แต่ว่าเราทำได้ดีกว่านั้นเราทำได้ 6 % ทำได้ดีกว่าคู่แข่งและตกน้อยกว่าตลาด

Q: เทรนด์เรื่องสุขภาพกระทบกับตลาดอย่างไรบ้าง?

เจษฏากร: จริงๆ เทรนด์จะช่วยให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความใส่ใจ ผลักดันให้เกิดสินค้าใหม่ที่เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ เรามองว่าเทรนด์สุขภาพมีมานานเป็น 10 ปีแล้ว ถ้าดูจาก Global Trend แต่สิ่งที่เราเห็นว่าทำไมเทรนด์สุขภาพยังอิมแพ็คกับคนไทยอยู่เพราะว่าจริงๆ แล้วคนไทยเวลาจะดื่มหรือบริโภคอะไรก็ตาม ความอร่อยกับรสชาติที่คุ้นเคยยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคต้องการอยู่ เพราะฉะนั้นเวลาจะออกผลิตภัณฑ์ที่มาทดแทนหรือมาไดรฟ์ตลาด รสชาติต้องเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคยอมรับเป็นอันดับแรก

คำว่าเทรนด์สุขภาพมีได้หลายแบบ เช่นเรื่องของการลดน้ำตาล แต่ในกลุ่มของเครื่องดื่มเทรนด์สุขภาพที่เข้ามาผู้ประกอบการต้องยอมรับเทรนด์นี้อยู่แล้วเพราะมันเป็นอนาคตที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่าง Sustain เพียงแต่ว่าอยู่ดีๆ มันจะ Shift ทั้งหมดไปแล้วบอกว่านี่คือเทรนด์สุขภาพมันไม่ใช่ เราต้องมาตีโจทย์กันก่อนว่าคำว่า “สุขภาพ” คืออะไร อย่างเราเองก็มีมีเครื่องดื่ม 100 plus ออกมาสำหรับคนที่รักสุขภาพ ต้องการแอ็กทีฟ แบบนี้เหมือนกัน

 

Q: ถ้าอย่างนั้นมองเทรนด์สุขภาพในแต่ละกลุ่มคนอย่างไร?

เจษฏากร: อยู่ที่แต่ละตลาด อย่างตลาดที่คนไทยคุ้นชินและเป็นตลาดใหญ่อย่างตลาดน้ำอัดลม ตอนนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือเขาดื่มน้อยลงแล้วก็หันไปทางน้ำเปล่าหรือน้ำดื่มอื่นๆ แทน ไม่ใช่ว่าพอไม่ดื่มน้ำอัดลมแล้วไปดื่มกลุ่มไดเอทแทน แต่มันกลายเป็นว่ามี Segment ใหม่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพมากกว่า สิ่งที่พยายามจะบอกคืออะไรที่ทำให้เทรนด์สุขภาพมันไปได้ เรื่องของ Tasty Refreshing ก็ยังสำคัญ เทรนด์สุขภาพไม่ได้มาพร้อมกับการที่ฉันต้องยอมลดความอร่อยการมาของน้ำตาลหญ้าหวาน การมาของ Aspartame (น้ำตาลเทียม) มันทำให้รสชาติเดิมเปลี่ยนไป พอรสชาติเดิมเปลี่ยนทำให้การบริโภคอะไรต่างๆ มันไม่ได้เกิดจากการ Switching เพราะฉะนั้นคนทำการตลาดในเมืองไทยต้องบาลานซ์ให้ได้

Q: มีส่วนไหมที่ Core Target ของตลาดชาพร้อมดื่มเป็นกลุ่มวัยรุ่นซึ่งต้องเลือกความอร่อย ความสนุกไว้ก่อน ถึงทำให้การเปลี่ยนแปลงของตลาดชาหญ้าหวานค่อยเป็นค่อยไป?

เจษฏากร: จริงๆ แล้วมันเหมือน Centric เวลาที่เราใช้ Communication Message มันเป็น Value แต่เวลาคนที่ดื่มชาเขียวจริงๆ มันอยู่ที่อายุ 15-49 ปี เพราะฉะนั้นตรงนี้ต่างหากที่เราน่าจะนำเสนอรสชาติให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่า อย่างเช่น วันนี้ที่ทางเรามาเลือกจับกลุ่มชาผลไม้ ซึ่งชาผลไม้มียอดเติบโต 20% กว่า จากที่ชาผลไม้นิ่งมาโดยตลอด เพราะเรารู้สึกว่าอยู่ดีๆ จะมาสร้างการเข้าถึงผู้บริโภคใหม่โดยการใช้ชาอย่างเดียว คนไทยอาจจะไม่รู้สึกอิน เพราะเราไม่ได้เกิดมากับตลาดชาแบบคนจีนหรือว่าคนสิงคโปร์ แต่ว่าถ้าเราสามารถที่จะทำชาให้มีรสชาติที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้โดยไม่ได้ทำให้คุณสมบัติที่มีของชาหายไปน่าจะดีกว่า การใส่น้ำผลไม้เข้าไปในชาช่วยทำให้ง่ายขึ้นและสร้างการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ เป็นตัวสร้างยอดขายของเราต่อไปในอนาคต

Q: ปีนี้มองว่าตลาดชาจะกลับมาเติบโตหรือไม่ อย่างไร?

เจษฏากร: ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท ถ้าถามเรื่องของการเติบโตทั้งปีจะตอบไม่ได้ แต่เราพยายามอยู่แล้วที่จะไม่ทำให้มูลค่าตลาดรวมมันกลับไปเท่าเดิม อีกสิ่งที่เราทำ คือการกระจายสินค้าขยายฐานการขายออกไปครอบคลุมทางต่างประเทศมากขึ้น เรามีการปรับในเรื่องของทีมงานเพื่อรองรับจุดนี้ด้วย

 

Q: แผนขั้นต่อมาเป็นอย่างไรบ้าง มองแต่ละตลาดอย่างไร?

เจษฏากร: เราปรับ CommercialTeam ของเรา สิ่งแรกที่ทำ คือ เรื่องของการกระจายสินค้าอย่างมีระบบให้ครอบคลุม   เรามีกลยุทธ์ต่างๆ ในการที่เราจะไปเติบโตในแต่ละประเทศ มีการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างในกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศหลักที่มีศักยภาพ เป็นตลาดใหญ่ที่สุด สิ่งที่เราทำคือกลยุทธ์ในการสร้าง Brand Engagement โดยสื่อถึงคุณประโยชน์ของชา สร้างการรับรู้ให้คนเข้าใจประโยชน์ของชาเขียว

อีกกลยุทธ์ คือ เราเลือกสินค้าที่เหมาะกับความชอบของผู้บริโภคในแต่ละตลาดนั้นๆ เช่น จะมีสินค้าบางตัวที่เราLaunch ในกัมพูชาซึ่งไม่ได้มีในประเทศอื่น อย่างซากุระหรือทับทิม ซึ่งยอดขายดีมากขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจาก ชาเขียวเลมอนฮันนี่ ส่วนประเทศลาวเนื่องจากผู้บริโภครู้จักสินค้าเราเป็นอย่างดีแล้วเขามองว่าสินค้าจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สิ่งที่เราทำ คือ เราเน้นการกระจายสินค้าให้ครอบคลุม นอกจาก 2 ประเทศหลักแล้ว เรายังมีการกระจายสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ตอนนี้ก็ประมาณ 34 ประเทศ

เมื่อก่อนการขายในกัมพูชาจะกระจุกตัวอยู่ที่ พนมเปญ พระตะบอง โพสะ กำปงจา ตอนนี้เราต้องมานั่งแบ่งใหม่ทั้งหมด มีในเรื่องของการกระจายสินค้าเพราะเราเชื่อว่าสินค้าของเราเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว คนเชื่อในเรื่องของคุณภาพที่ดีของสินค้าไทยเราจึงเน้นการกระจายสินค้าและการทำการตลาดเฉพาะที่ อย่างกัมพูชาเราเสริมเรื่อง Music Marketing เข้าไปเพราะคนกัมพูชาชอบดนตรีมาก เราจึงมีการทำงานร่วมกับสถานีใหญ่ของทางกัมพูชาในการจัดคอนเสิร์ตทั่วกัมพูชา

Q: พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มของคนกัมพูชามีความแตกต่างจากคนไทยไหม?

เจษฏากร: ในแง่ของความชอบ สินค้าอาจจะต่างนิดหน่อย ถ้าสังเกตจากที่เราวิจัยเขาค่อนข้างชอบรสชาติที่เข้มข้น ไม่ชอบแบบครึ่งๆ กลางๆ ถ้าไม่มีน้ำตาลก็ไม่มีไปเลย เขาเป็นประเทศที่ค่อนข้างพูดตรงๆ เวลาพูดกับเขาไม่ต้องมา Emotional เขาจะไม่เข้าใจ อย่างคำว่า “มีโออิชิ ชีวิตโอจัง” เราต้องเปลี่ยนเป็น “มีโออิชิ ชีวิตดีจัง”

ตอนนี้สัดส่วนตลาดส่งออกทั้งหมดของเราทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 24% เพิ่มขึ้นจากปี2014 2% แนวโน้มที่จะถึง 30% มีโอกาสที่จะถึงแน่ๆ เราก็คาดหวังให้มันโต ตอนนี้เรามีหลายกลยุทธ์ที่จะใช้ในอนาคต อย่างกลยุทธ์ในไทยก็คือเรื่องของการมี Pack Size ที่ถูกต้องกับผู้บริโภค ซึ่งต่างกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่เราแก้เกม วันนี้เราโดนในเรื่องของภาษีที่เข้ามา เราเห็นเทรนด์สุขภาพที่มามากขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วย

 

Q: ตัวใหม่ที่ออกมาเป็นแบบน้ำตาลน้อย คาบูเซชะ มันเด่นอยู่แล้วเรื่องไม่มีน้ำตาล เป็นรสชาติที่คุ้นเคย?

เจษฏากร : อันนี้ก็คือตามเทรนด์ตลาด เราต้องสังเกตว่าอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดชา มันต้องมีในกลยุทธ์อยู่แล้ว ซึ่งในไทยจะเป็นตัวหลักของตรงนี้ แต่อย่างของกัมพูชาเลือกที่จะออกทับทิมซึ่งก็ขายดีเป็นอันดับ 2 ถ้าเรายังไปเกาะกับ   ออริจินัล ตลาดมันก็จะไม่แตกต่าง ในไทยตัวที่ออกมาสร้างสีสันช่วงนึง คือ แตงโม และมัน Sustain ได้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ยกเลิกการทำ Promotion แต่ต้องโฟกัสมากขึ้น

Q: เวลาที่ตลาดมันไม่โต โอกาสที่เราจะเติบโตก็คือการต้องไปดึงยอดจากคู่แข่ง?

เจษฏากร: ตลาดชาช่วงนี้มันเป็นช่วงปรับตัว ตอนนี้เราไม่ได้ดูคู่แข่งเลย ดูตัวเราอย่างเดียวเหมือนย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 2014 ว่าเมื่อ Competitive Environment มันเปลี่ยนโดยเป็นปัจจัยภายนอก ที่เป็นในเรื่องของกฎหมาย กฎระเบียบอะไรต่างๆ คือตอนนี้มันเลยต้องมาแต่งตัวจัดกลยุทธ์ใหม่ในบ้านว่าเราจะสู้อย่างไรมากกว่า

Q: สู้ด้วยโปรโมชั่น 5 โปรโมชั่นที่เคยพูดไปออกไปแล้วใช่ไหม?

เจษฏากร: อันนั้นมากไปหน่อยแต่อย่างไรเงินตรงนี้เราน้อยลงอยู่แล้ว เราพยายามที่จะใช้เงินไปกับ New Product Development และตลาดส่งออก เงินถูกแบ่งออกไปอยู่แล้ว การบริหารเงินบริหารต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก ตอนนี้กลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่การเอาชนะด้วยโปรโมชั่น แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีโปรโมชั่นเพื่อให้ตลาดและร้านค้าจัดการ โปรโมชั่นมันก็มีหน้าที่ของมัน มันถึงจำเป็นแต่ไม่ได้จำเป็น 365 วัน

Q: กลับมาที่ต่างประเทศ ถัดจากลาวและกัมพูชา ในเวียดนามเรามองตลาดนี้อย่างไร เริ่มขยับไปหรือยัง?

เจษฏากร: ตลาดใหญ่ อยู่ใน Long Term Plan เพราะเวลาที่ยิ่งมีศักยภาพเยอะ การจะเคลื่อนไหวคงต้องเป็น Direction มาจากข้างบนด้วย ถึงเวียดนามจะเป็นประเทศใหญ่ แต่ความต่างกันในประเทศก็มี เพราะฉะนั้นความพร้อมของเราคงต้องเป็นที่ผู้บริหารระดับสูงเขา Direction มา

Q: แสดงว่า 2 ประเทศหลักคือ ลาวกับกัมพูชา?

เจษฏากร: ตอนนี้แบ่งการส่งออกเป็นประเทศที่เป็น Strategies Area คือการเข้าไปสร้างแบรนด์ การเข้าไปทำกิจกรรมเพื่อหาจุดยืนของเรา ซึ่งตรงนี้เราก็ส่งคนที่มีประสบการณ์เครื่องดื่มจากเมืองไทยไปไดรฟ์ตลาดในประเทศเขา เพื่อให้เห็นการเติบโต เพื่อเคลื่อนไหวให้ดีขึ้น ส่วนอีกกลุ่มเราจะเรียกว่ากลุ่ม Trading คือประเทศที่เราแค่ซื้อขายส่งออกอย่างที่ทำในยุโรปค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เราเริ่มเข้าทางเมืองจีน แต่เราไม่อยากเข้าไปถึงแล้วตั้งออฟฟิศ เพราะว่าในแต่ละประเทศสิ่งที่เราเจอมันไม่เหมือนกันอย่างเช่น กัมพูชากับลาว ก็ต่างกันมาก

Q: เขาต่างกันอย่างไรบ้างระหว่ากัมพูชากับลาว?

เจษฏากร: ต่างทั้งในเรื่องของความชอบ ไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม ซึ่งกัมพูชาจะเหมือนรถแข่ง แต่ลาวเหมือนรถหวานเย็นที่มันต่างกันเพราะว่า History Background ต่างกัน อย่างไทยเราก็ต่างจากกัมพูชาและลาว เวลาไปกัมพูชาจะรู้สึกว่า 24 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก แต่พอของลาวกลับรู้สึกว่าช้ามาก ในส่วนของลาวจะเน้นเรื่องของการสร้างแบรนด์ ต้องสร้างให้เขาเข้าใจผ่านผู้จัดจำหน่ายชื่อสวรรค์วารี แต่ของกัมพูชานี่ใช้ทุกกลยุทธ์เลย

Q: วิธีการสร้างแบรนด์ในลาวเราใช้อะไรไปบ้างแล้ว?

เจษฏากร: หลักๆ เน้นการกระจายสินค้าเป็นอันดับ 1 แล้วนำสินค้าใหม่ๆ เข้าไปเพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค สร้างการรับรู้ประโยชน์ของชาว่าดีต่อสุขภาพยังไง  ลาวเป็นประเทศที่ค่อนข้างมี Young Population และข้อดีลาวเขารับข่าว สารจากช่องทีวีเมืองไทยได้ด้วย เวลาเรามีโปรดักต์อะไรใหม่ๆ ลาวเขาก็จะรับรู้ หรืออย่างความชอบดาราก็จะคล้ายๆ คนไทย

Q: สัดส่วนปีที่ผ่านมาตลาดส่งออกโตกี่เปอร์เซ็นต์?

เจษฏากร:การส่งออกทั้งหมดโตประมาณ 57 % กัมพูชาอย่างเดียวโตเป็น100% กัมพูชาคนมีรายได้และพร้อมจะจ่าย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เป็นอินไซด์ที่เราทำวิจัยมา

เราคุยแบบกลุ่มหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เขาจะมองเราในภาพบวก ส่วนหนึ่งเพราะเขามองแบรนด์สินค้าไทยมีความ Premium อยู่แล้วด้วย ถ้าพูดถึงโออิชิเขาก็รู้จักและชอบ ภาพลักษณ์แบรนด์เราเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพ เขารู้สึกว่าแบรนด์เราเป็นชาแท้เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆที่มีในตลาดบวกกับเรามีภาพลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่น เขาเลยเชื่อในเรื่องของความเป็นญี่ปุ่น ส่วนลาวเขารู้สึกว่าแบรนด์เราหวือหวา มีคุณภาพที่ดี อย่างที่เราไปทำกิจกรรมมาคือทำ Movie Day เพราะการจัดกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับโรงหนังค่อนข้างที่จะได้รับความสนใจการคนลาว

Q:ทำการตลาดที่เขมรกับที่ลาวที่ไหนยากกว่ากัน?

เจษฏากร:ยากคนละแบบ กัมพูชาจะไม่ต่างจากที่ทำในเมืองไทยเท่าไหร่ Modern Trade ไม่ถึง 5% ธุรกิจในเมืองเขาโตเร็วจนเมืองเขาโตตามไม่ทัน จะเห็นว่ามีบ้านคนจำนวนมากที่รวย บางหลังเปิดเป็นออฟฟิศและยังเป็นแวร์เฮ้าส์อีกด้วย ซึ่งตลาดของไทย Complicated ไม่เท่าของกัมพูชา เพราะของไทยน้ำบางตัวมีหน้าที่ของมันอยู่แล้วว่าเรากินอันนี้เมื่อไหร่ ต่างจากที่กัมพูชาที่เขากินทั้งวัน คนไทยกินชาเฉลี่ยประมาณ 2 ลิตรต่อคนต่อปี ถือว่าต่ำเพราะว่าตลาดเราแค่ 10,000 กว่าล้าน กลายเป็นว่าเราต้องเน้นเรื่องของสร้างการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ให้เยอะขึ้น มีช่วงหนึ่งที่เสียไปในเรื่องของโปรโมชั่น มันก็เลยได้คนกลุ่มนึงที่จะมาตามโปรโมชั่นแล้วไปตามโปรโมชั่น  ตอนนี้ก็เหมือนมานับหนึ่งในเรื่องของการสร้างตลาดแต่ก็มาเจอเรื่องของ Excise Tax อีก มีสะดุดนิดหน่อยแต่ตอนนี้ถ้าถามว่าอะไรสำคัญสุดก็คือการจัดทัพในบ้านเพื่อที่จะออกไปลุยสำคัญที่สุด

 

“ไททัน แคปปิตอล” รุกตลาดชาเขียว ทุ่มงบ 30 ล้าน ดัน “Tenji” โกยยอดขาย

“ชิซึโอกะ กรีนที x จิบิ มารูโกะจัง” ปล่อย 13 ฉลากใหม่จาก 5 รสชาติพร้อมกัน

จับตาเกมใหม่ “ชาเขียว” โออิชิ กรีนที เพิ่มช่องทางขายผ่านร้านเคเอฟซี

กรณีศึกษา “โออิชิ” ทำอย่างไรถึงขับเคลื่อนให้ตลาดชาพร้อมดื่มโต 13%

“โออิชิ กรีนที” จับมือ “ดาบพิฆาตอสูร” ต่อยอดความสำเร็จ เปิดตัวแพคเกจจิ้งใหม่รับซัมเมอร์

“โออิชิ กรีนที” จับมือ “ดาบพิฆาตอสูร” อนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ส่งขวดดีไซน์ใหม่สุดลิมิเต็ด

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact