คาสิโอแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี ที่ผ่านมาคาสิโอใช้กลยุทธ์ Collaboration ในการขยายการเติบเติบโตของสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
การทำ Collaboration ของคาสิโอ นับว่าเป็นความร่วมมือหรือการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจของแบรนด์ ซึ่งอาจจะเป็นธุรกิจในสายอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือข้ามไปจับมือกับต่างธุรกิจต่างอุตสาหกรรมก็เกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน
นับเป็นการผนวกจุดแข็งของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแปลกใหม่ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ได้มากขึ้น และมีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สร้างความสำเร็จในแง่ของการเติบโตให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างกับการทำ Collaboration ของคาสิโอในช่วงที่ผ่านมาคือ G-Shock x Carnival เป็นการผนึกกับ Carnival ในการนำเสนอสินค้าตัวใหม่ ร้าน Carnival เป็นตัวเเทนจัดจำหน่ายรองเท้าและเสื้อผ้าหลากหลายแบรนด์ที่รู้จักกันดีในหมู่ของผู้ชื่นชอบสนีกเกอร์ จนวันนี้ Carnival มีฐานลูกค้าในระดับหนึ่ง จนทำให้คาสิโอสนใจที่จะขยายฐานลูกค้าออกไป ผลก็คือนาฬิการุ่นนี้มีเพียง 300 เรือนและสามารถขายหมดได้ภายในหนึ่งวัน
คาสิโอเล็งเห็นถึงผลลัพท์ว่าการทำ Collaboration สามารถทำให้กลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อหรือสนใจที่จะซื้อนาฬิกาของคาสิโอเป็นทุนเดิม แต่หากเกิดการร่วมมือกัน ก็ทำให้ได้ฐานลูกค้าใหม่เข้ามาได้ ในการทำตลาดแบบนี้ ได้ผลประโยชน์ถึง 2 เด้ง คือ ได้ฐานกลุ่มลูกค้าใหม่จากแบรนด์ที่ตนไปร่วมมือ และทำให้ชื่อของแบรนด์คาสิโอเป็นที่รู้จักในมุมมองใหม่ ที่มีความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง มีสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้รับรู้ตลอดเวลา
ในครั้งนี้ทาง คาสิโอได้ Collaboration ข้ามสายแฟชั่นมาสู่อุตสาหกรรมกีฬา โดยได้ร่วมมือกับทีมนักแข่งรถทีม Tom’s สร้างเป็นนาฬิการุ่น เอดิฟิส ลิมิเต็ดอิดิชั่น EDIFICE EQS-900TMS ที่ผลิตเพียง 2,800 เรือนทั่วโลก และมีเพียง 400 เรือนในประเทศไทย