BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
6,576
VIEWS

ปัจจัยบวกเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดีลอยท์ ประเทศไทย เติบโต 12%

ส.ค. 16, 2561 S.Vutikorn

ดีลอยท์ ประเทศไทย เผยตัวเลขผลประกอบการในปีที่ผ่านมา พบว่ามีปัจจัยบวกที่เป็นแรงสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจของไทยและเศรษฐกิจโลกหลายด้าน ทำให้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจถึง 12% และถือเป็นปีแรกของดีลอยท์ ประเทศไทยที่มีรายได้เกิน 2,000 ล้านบาท

สุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9% โดยภูมิภาคที่มีตัวเลขดีที่สุดคือ เอเชีย มีการเติบโตเฉลี่ยถึง 5.2% โดยในประเทศจีนมีการเติบโตสูงที่สุดคือ 6.6% สำหรับภูมิภาคอาเซียนพบว่าปีนี้มีการเติบโตเฉลี่ยที่ 5.2%

“ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในตอนนี้คือ ความกังวลด้านนโยบายการค้าและต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ที่สร้างความไม่แน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีผลกระทบบ้างกับบางประเทศ อาทิ จีน ยุโรป ตุรกี อินโดนีเซีย ส่วนในเอเชียภูมิภาคอาเซียนโดยรวมยังมีความหวังที่ดี ส่งออกเติบโต ผลผลิตทางเกษตรดี ภาพรวมในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีก่อน”

 

สุภศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นกับประเทศไทยมากขึ้น สาเหตุมาจากนโยบาย Thailand 4.0 และ EEC รวมถึงการลงทุนในการก่อสร้างระบบคมนาคมขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น

“การลงทุนในประเทศไทยที่เป็น High Technology และใช้ Skill มากขึ้นยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เหตุผลมาจากประเทศไทยมีการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่เรื่องการขนส่งและคมนาคม รวมถึงนโยบาย EEC ช่วยสนับสนุนการเติบโตของไทยในหลายด้าน อาทิ โรงงาน, พลังงาน, การเงิน จะได้ประโยชน์จากโครงสร้างของประเทศที่ดีขึ้น การปรับตัวครั้งนี้ทำให้ประเทศไทยเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่จะมาในอนาคต เช่น การสื่อสาร, การแพทย์, อี-คอมเมิร์ซ, ลอจิสติกส์, ปิโตรเคมี, คอสเมติก และสกินแคร์

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางบริษัทที่ต้องการแรงงานที่มีราคาถูก อาจจะมีการย้ายฐานการผลิตออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านบ้าง เพราะมีค่าแรงที่ถูกกว่า แต่โครงสร้างพื้นฐานระบบอาจจะไม่ดีเท่าเรา”

ดีลอยท์ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปีนี้จะมี 3 Megatrends ของโลกที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจของไทยคือ

มี 35 เมกะเทรนด์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

1. Technology หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อาทิ ระบบ AI จะเข้ามาช่วยเหลือในการทำงาน โดยเฉพาะกับงานที่ต้องทำเหมือนเดิมบ่อยๆ จะเป็นงานของ AI กับหุ่นยนต์ เข้ามาแทนที่อย่างชัดเจน เข้ามาช่วยคนเรา มาทำแทนมากขึ้น เป็นเสมือนอีกหนึ่งพัฒนาการ

หรือจะเป็นเทคโนโลยี AR ที่เข้ามาช่วยในการทำงาน เอามาเสริมในวิธีที่ทำให้คนงานใช้เทคโนโลยีได้ แล้วทำให้คนงานทำได้จากที่ทำไม่ได้ในอดีต เช่น ช่างซ่อมเครื่องใส่แว่นตาพิเศษ แล้วจะมองเห็นว่าต้องซ่อมอะไร ตรงจุดไหน โดยมีคำแนะนำมาจากคนที่คอนโทรลหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการเพิ่ม Skill ในการทำงานให้กับพนักงานซึ่งสมัยก่อนทำไม่ได้

 

2. People โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนแปลงของช่วงอายุคน โดยเฉพาะการเข้ามามีบทบาทของ Gen Y ซึ่งทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Demand for Customization ทำได้ตามใจ เพราะคนกลุ่มนี้อยากได้ของที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ แบบ Design it Myself 

“คน Gen Y มีความต้องการที่ไม่เหมือนเมื่อก่อน สมัยก่อนคนเราทำงาน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพราะต้องการความมั่นคง แต่ Gen Y ต้องการอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ต้องการความรู้ใหม่ๆ ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิตแบบ Life Long Learning เพราะฉะนั้นวิชาความรู้ในมหาวิทยาลัยตอนนี้ใช้ได้ 10 ปี เพราะว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว”

3. Society / Envelopment / Economy หรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวที่จะต้องมาตอบโจทย์ The Way We Life มากขึ้น

 ที่ผ่านมาทางดีลอยท์ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยในปีที่ผ่านมา มี 3 สิ่งพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม คือ

1. Digitalization & Analytics คือ การนำเอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการพัฒนาเครื่องมือมาคัดกรองว่าข้อมูลไหนสำคัญจริงๆ ซึ่งสมัยก่อนทำยาก ตอนนี้สามารถคัดกรองได้ดีมากกว่าเดิมมาก ว่าอะไรสำคัญ เพื่อช่วยร่นเวลาในการทำงานและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ หรือช่วยวิเคราะห์ว่าลงทุนในส่วนที่ถูกต้องหรือเปล่า

 

เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาตรวจจับ เช่น ระบบตรวจจับสายตา, สีหน้า, ชีพจร ซึ่งทำให้สามารถดีไซน์สินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น ส่งมอบประสบการณ์ได้มากขึ้น

 2. Decentralization & Transparency เรื่องของความโปร่งใสในการทำงาน ที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพไปตามเทคโนโลยี อาทิ Blockchain Service กระบวนการ Decentralization ดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงมาก สามาารถเข้ามาช่วยธุรกิจได้ ทำให้การ Audit ถูกต้อง และรวดเร็ว

3. People Empowerment หรือเรื่องของการพัฒนาบุคลากรที่ต้องทันกับการเปลี่ยนแปลง หรือ Future of Work เพราะปัจจุบัน คน Gen Y มองความก้าวหน้าในการทำงานสำคัญเท่ากับการใช้ชีวิต

 

‘TLH Global Citizen’ บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนใน ‘Golden Visa’ แจ้งเกิดในฐานะเพื่อนผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ Residence & Citizenship ตัวจริง

ดิ แอ๊ดเลอร์ บริษัทที่ปรึกษาผู้บริหารและโค้ชด้านการทำทรานส์ฟอร์มเมชั่น สนับสนุนให้ธุรกิจสร้างโอกาสใหม่ๆ

Bonas MacFarlane บริษัทที่ปรึกษาด้านการศึกษาอันดับ 1 จากประเทศอังกฤษ พร้อมบุกตลาดไทย

บลูบิค (BBIK) บุกตลาดยุโรป ดันรายได้ต่างประเทศปีนี้โตเข้าเป้า

เมตาเวิร์ส และมุมมองสู่บอร์ดบริหาร

รายงานดีลอยท์ การยอมรับ LGBT+ สร้างผลกระทบเชิงบวกในสถานที่ทำงาน แต่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact