ในอนาคต กทพ. มีการเสนอโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายใหม่เพิ่มเติม เพื่อสร้างความครอบคลุมของโครงข่ายคมนาคมให้มากขึ้น โดยมีโครงการในแผนงานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2560-2569 ดังนี้
- ทางเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ไปยังทางพิเศษศรีรัชด้านทิศเหนือ
- โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก
- โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ
- โครงข่ายทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ
- โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี
- โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา
- โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
นอกจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และความสะดวกสบายในการเดินทางที่จะได้รับการยกระดับแล้ว การระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายคมนาคมยังส่งผลดีต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ให้บริการขนส่งสินค้า เนื่องจากในเชิงยุทธศาสตร์ ทำเลที่ตั้งประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน สามารถใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อกระจายสินค้าไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งถ้าหากรัฐบาลสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการระดมทุนดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวนได้ที่เว็บไซต์ https://market.sec.or.th/public/mrap/MRAPView.aspx?FTYPE=I&PID=0659&PYR=2559
หมายเหตุ: บทความนี้ห้ามเผยแพร่ในประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, และญี่ปุ่น