ถ้าค่อยๆ วิเคราะห์ถึงวิธีคิดของการสร้างแบรนด์ผ่านแคมเปญนี้เราจะเห็นได้ว่าแคมเปญนี้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีโดยมีเป้าหมายหลักคือการเสริมภาพลักษณ์ของ โครงการ THE FORESTIAS คือ 50 Shades of Nature ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติระบบนิเวศขนาดใหญ่
โดยเริ่มตั้งแต่การสร้าง Awareness ให้คนรู้จักแคมเปญนี้ ซึ่งทั้งกลุ่มเป้าหมายและ Content ต่างๆ ถูกดีไซน์ให้เป็น Social Media แคมเปญ ทำให้ค่อยๆ เกิดกระแสการบอกต่อ มีการทำจริง ช่วยจริง และถูกสร้างเป็น Content ออกมาในการช่วยเหลือแต่ละครั้ง ทำให้เกิดเป็น Community ของกลุ่มคนที่มีความเชื่อในลักษณะเดียวกันกับแบรนด์
ถึงตรงนี้เรายังไม่เห็นเลยว่าแบรนด์ THE FORESTIAS กำลังขายโครงการ
“เราไม่ได้บอกว่าผู้บริโภคว่าเราขายบ้าน ขายคอนโด ให้คนมามี Engagement กับแบรนด์เพื่อที่จะขายของ แต่เรากำลังจะทำให้คนเข้าใจว่าแบรนด์เชื่อในเรื่องอะไร มี Purpose อะไร เป็นวิธีการที่มองมุมกลับ” ภาคย์ อธิบาย
แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นตอนของการขายสินค้า แต่วันนี้แบรนด์มีเรื่องเล่ามากมายในตัวเอง อีกทั้งน้ำหนักของความเป็นป่าก็สะท้อนออกมาผ่านการทำจริงในการช่วยเหลือต้นไม้ นับว่าการวาง Journey ทั้งหมดของแคมเปญมีความรัดกลุมจนคำว่า Brand Love ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
วัสนัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายในปีนี้แคมเปญนี้จะช่วยต้นไม้ได้อีกหลายนับร้อยชีวิต ความคาดหวังสูงสุดของเรา คือ ต้องการเป็นกระบอกเสียงจุดประเด็นทางสังคมเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างไปยังทุกคนในสังคมว่าต้นไม้มีชีวิต “รักษาชีวิตต้นไม้ เท่ากับ รักษาชีวิตเรา” เพราะเราเห็นความสำคัญของระบบนิเวศ การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ การเพิ่มออกซิเจนให้กับสังคมเมือง โดยแคมเปญ Forest Rescue ยึดมั่นที่จะเป็นกระบอกเสียง และสร้างสรรค์แคมเปญเพื่อสังคมในอนาคตต่อไป”
แคมเปญนี้เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองจริงๆ เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ลองกลับมุมความคิดในการสร้างแบรนด์กันดูนะครับ