BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
13,347
VIEWS

Powerful of KODO Design พลังสู่ความสำเร็จของมาสด้า

พ.ย. 19, 2561 P.Narata

ความเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์ “มาสด้า” ในตลาดเมืองไทย ถูกจับตามองเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

จนถึงวันนี้ มาสด้ายังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง พิสูจน์ได้จากยอดขายในรอบ 10 เดือนของปีนี้ มียอดสะสมสูงถึง 57,402 คัน เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน เฉพาะเดือนตุลาคมเติบโตถึง 63% ด้วยยอดขาย 5,647 คัน แม้ว่าจะเป็นปีที่ไม่ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ชื่อของมาสด้าก็ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม่เหล็กสำคัญที่ดึงผู้บริโภคให้เข้าหามาสด้า คือ การนำเทคโนโลยี “สกายแอคทีฟ” (SKYACTIV TECHNOLOGY) มาใส่ไว้ในรถยนต์ทุกรุ่นในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ควบคู่ไปกับการนำแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) มาใช้ตั้งแต่ปี 2556 จนทำให้รถยนต์ของมาสด้าได้รับเสียงตอบรับในทิศทางที่ดี และทำให้มาสด้าสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทย และอาเซียนได้อย่างน่าสนใจ

โดยเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ มีทั้งเครื่องยนต์ SKYACTIV-D และ SKYACTIV-G ขณะที่โคโดะ ดีไซน์ ที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น (Japanese Aesthetics) ก็ได้ทำให้รูปลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ดูทรงพลัง มีความโดดเด่น มีชีวิตชีวา และหรูหราในสไตล์สปอร์ต

ภาพลักษณ์นี้ ได้สะท้อนผ่าน มาสด้า CX-5 ที่เป็นตัวแทนรุ่นแรกของพี่น้อง Gen 6 ที่ได้เปิดตัวสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 2555 และเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2556 ก่อนที่รุ่นอื่นๆ จะทยอยตามออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าในประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด จนสามารถขยับขึ้นครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งได้อย่างถาวร อีกทั้งยังสามารถก้าวสู่ No.1 ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ขณะเดียวกันก็สามารถกวาดยอดขายในตลาดรถอเนกประสงค์ได้อย่างต่อเนื่องในฐานะผู้เล่นหลักของตลาด

โดยมี “สกายแอคทีฟ” และ “โคโดะ ดีไซน์” เป็นเฟืองจักรสำคัญในการผลักดันสู่ความสำเร็จครั้งนี้

ปัจจุบันบนถนนของเมืองไทย มีรถยนต์มาสด้าที่เกิดขึ้นภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และจากคอนเซ็ปต์การดีไซน์แบบ KODO Design  โลดแล่นอยู่บนถนนกว่า 180,000 คัน ในชั่วระยะเวลาเพียง 5 ปี โดยเฉพาะมาสด้า 2 มียอดขายรวมสูงกว่า 110,000 คัน ตามมาด้วย มาสด้า 3 จำนวนกว่า 30,000 คัน รถอเนกประสงค์มาสด้า CX-5 จำนวน 25,000 คัน และ CX-3 อีกจำนวน 15,000 คัน

 

โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่นใหม่

ล่าสุด มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการจัดงาน MAZDA ASEAN DESIGN FORUM 2018 ขึ้นในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกในอาเซียน ภายใต้ธีม CAR AS ART เพื่อถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่นใหม่ ผ่านรถต้นแบบ 2 รุ่น คือ MAZDA RX-VISION และ VISION COUPE ที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์การออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่นาน

นี่คือการส่งสัญญาณเตรียมพร้อม ในการก้าวสู่รถยนต์รุ่นใหม่ในเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของมาสด้า โดยเฉพาะรูปลักษณ์การออกแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรูดูสง่างาม ในสไตล์ MAZDA ELEGANCE ที่สะท้อนผ่านคาแร็กเตอร์ของรถต้นแบบทั้ง 2 รุ่น  

 

ยาสึชิ นากามูตะ ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานการออกแบบ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เดินทางมาร่วมถ่ายทอดความงดงามของการออกแบบรถยนต์มาสด้าให้ชาวอาเซียนได้สัมผัสในครั้งนี้ด้วย โดยกล่าวว่า เป้าหมายการออกแบบในครั้งนี้ คือ การนำเอาเอกลักษณ์สไตล์เลิศหรูอันสง่างาม ซึ่งเป็นธีมเกี่ยวกับการออกแบบใหม่ของมาสด้าสำหรับรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นใหม่ หรือ 7th Generation ผนวกเข้ากับสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น

“ผลลัพธ์ที่ได้คือความสมดุลอย่างลงตัวและความสวยงามแบบไร้ขีดจำกัดที่ไม่มีสิ่งอื่นใดมากจนเกินไป โดยมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่นที่มีแนวคิดอันเกิดจากความเรียบง่ายอย่าง Less is more ที่มีใจความสำคัญในการลดทอน หรือนำองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อจะสร้างสรรค์ความสมบูรณ์บนพื้นที่อันว่างเปล่า”

ปี 2553 คือ ช่วงเวลาสำคัญที่มาสด้าได้แนะนำการออกแบบใหม่ภายใต้ปรัชญา KODO Design (Soul of Motion) หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม ออกมาให้ชาวโลกได้รู้จัก สำหรับชาวมาสด้าจะมองว่า รถยนต์เป็นมากกว่า “ยานพาหนะ” และไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนของเหล็กกล้าที่เคลื่อนที่ได้เท่านั้น

แต่ชาวมาสด้ามองว่า รถยนต์ คือสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะ หรือตัวตนของบุคคลนั้นๆ  

นี่คือเหตุผลสำคัญที่มาสด้ากล้าที่จะนำเอา โคโดะ ดีไซน์ มาเป็นปรัชญาในการออกแบบ เพื่อรวมทุกลมหายใจของสรรพสิ่งที่มีชีวิต นำมาก่อร่างสร้างเป็นรูปแบบของรถยนต์มาสด้าในวันนี้

“มาสด้าได้ดึงเอาพลังที่ค้นพบแบบเฟรมต่อเฟรม มาหลอมรวมเข้ากับแนวความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหว และซึมซับพลัง และจังหวะเพื่อผนวกรวมเป็นยานพาหนะ การสร้างสรรค์รถยนต์โดยอาศัยพลังของความมีชีวิตชีวาทำให้รถยนต์นั้นมีชีวิตอย่างแท้จริง นี่คือปรัชญาของเราที่ได้รวมวิสัยทัศน์และความตั้งใจที่จะพัฒนายานยนต์ไปสู่อนาคต ด้วยวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อๆ กันมา”

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการออกแบบภายใต้ปรัชญา โคโดะ ดีไซน์ จะมีการสร้างโมเดลรถยนต์จาก CLAY หรือดินเหนียวชนิดหนึ่งที่มีความแข็งแรงผ่านช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญในการขึ้นรูปที่เรียกกันว่า Modeler ซึ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ขึ้นโครงร่างโมเดลของรถยนต์ที่ผ่านการออกแบบมาแล้วจากดีไซเนอร์

 

ความว่างเปล่าที่ทรงพลัง

สำหรับธีมการออกแบบของมาสด้าในปีนี้ คือ การสร้างเอกลักษณ์แบบเรียบหรูสง่างาม (MAZDA ELEGANCE) เพื่อแสดงถึงคุณค่าแห่งสุนทรียศาสตร์คลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่น หรือความงดงามที่บอบบางละเอียดอ่อน หรูหรา และมีความอุดมสมบูรณ์ และตัดทอนองค์ประกอบที่มากเกินไปคงเหลือไว้แต่สิ่งที่สำคัญ ตามคอนเซ็ปต์ Less is more ซึ่งเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมประเพณีของญี่ปุ่น เพื่อแสดงออกถึงความสง่าผ่าเผย แต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ และจะกลายเป็นภาพลักษณ์สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ของมาสด้า

ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นของการออกแบบ “อันสง่างามสไตล์มาสด้า” มีให้เห็นมาตั้งแต่ปี 2503 ในรถสปอร์ตมาสด้า R360 และปี 2512 กับมาสด้า Luce เครื่องยนต์โรตารี่ แบบคูเป้ ซึ่งเป็นยุคที่ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องของสมรรถนะ แต่มาสด้าให้ความสำคัญกับเรื่องของการดีไซน์ และในท้ายที่สุดสไตล์การออกแบบนี้ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความสง่างามสไตล์มาสด้า” ในวันนี้

โดยมุมมองของมาสด้าที่มีต่อรถต้นแบบ MAZDA VISION COUPE จะเป็นการออกแบบโมเดลสำหรับรถยุคถัดไปที่แสดงให้เห็นถึง “ความสง่างามรูปแบบใหม่” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยนำเอาประวัติศาสตร์การออกแบบของมาสด้า ซึ่งชื่อของรถ “คูเป้” มีนัยสำคัญและถือเป็นต้นแบบของ “ความสง่างามสไตล์มาสด้า” โดยการออกแบบภายในห้องโดยสารไปจนถึงด้านหลังจะมีความเรียบง่ายเป็นเส้นเดียว โดยยึด “Golden Ratio” จากสัดส่วนของตัวรถคูเป้ที่มีความคลาสสิกอยู่ในตัว ขณะที่ลีลาและการเคลื่อนไหวได้ปรับเปลี่ยนไปสู่ความเรียบง่ายแบบสามมิติ  ที่รวบรวมสุนทรียศาสตร์แห่ง “Less is more” หรือ “เรียบง่าย แต่ดูดี” เข้าไว้ด้วยกัน

ภายใต้นิยามใหม่ของ “ความมีชีวิตชีวา” มาสด้าได้นำเอาเรื่องศิลปะของแสง (The Artistry of Light) มาเป็นแกนหลักในคอนเซ็ปต์การออกแบบของ โคโดะ ดีไซน์ โดยเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาที่สามารถทำให้สัมฤทธิผลผ่านทางตัวเลขในรูปแบบที่หลากหลาย หรือการนำเอาปรากฏการณ์ความสวยงามตามธรรมชาติผ่านความวิจิตรงดงาม รูปแบบของไฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นสุนทรียศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ของศิลปะญี่ปุ่น การมีปฏิกิริยาร่วมกันของแสงไฟและร่มเงา

รวมถึงความเชื่อในเรื่อง “ความสวยงามที่ว่างเปล่า” (The Beauty of Empty Space) ก็ได้ถูกผนวกรวมอยู่บริเวณด้านข้างของโมเดลนี้ เป็นไฮไลท์ส่วนที่เป็นความกว้างของตัวถังที่แสดงถึงความแข็งแรง และความเฉียบคม ตอกย้ำถึงความทรงพลังของรูปร่าง ในขณะที่ตัวรถให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลแต่สง่างามด้วยรูปแบบของไฟที่มีความแวววาว ทำให้รถดูมีพื้นที่ว่างที่ใหญ่ขึ้น

โดยการรวมตัวกันของไฟที่มีความแตกต่างได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าที่มีต่อรถเก๋งคูเป้ แสงไฟที่เต้นระบำไปตามแนวของตัวรถได้มอบความสมบูรณ์แบบที่ช่างฝีมือได้ทำการประดิษฐ์ด้วยมือเป็นเวลา 2 ปี ถือเป็นการพัฒนาสู่อีกขั้นของงานศิลปะ

 

สำหรับการออกแบบภายใต้ปรัชญา โคโดะ ดีไซน์ นอกจากจะนำมาใช้กับรถยนต์แล้ว ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญยังนำเอาปรัชญานี้มาประยุกต์ใช้สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะชิ้นต่างๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่งในงาน MAZDA ASEAN DESIGN FORUM 2018 ครั้งนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปะที่ประยุกต์จากไอเดียดังกล่าว อาทิ จักรยาน โซฟา เครื่องทองแดงซุยกิ น้ำหอม Soul of Motion และศิลปะจากเปลือกไข่ 

อีกทั้งยังมีรางวัลต่างๆ มากมาย ที่มาสด้าได้รับในเรื่องการออกแบบจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 26 รางวัล การันตีได้ถึงความสำเร็จของมาสด้าในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านการออกแบบรถยนต์ควบคู่กับงานด้านศิลปะ

ทั้งหมดนี้ คือ ความมุ่งมั่นที่มีต่อแนวคิดในการพัฒนารถยนต์ และเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นกับแบรนด์มาสด้า โดยเฉพาะการสื่อสารเรื่องแนวคิดการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ ที่วันนี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญด้านบทบาทของมาสด้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทยอย่างมากมาย

 

ค่ายรถยนต์ใน US เดือด เพราะค่าปรับ 14,000 ล้านดอลลาร์จากกฎที่เป็นไปไม่ได้ของ Biden เรื่องเชื้อเพลิง

นิสสันยกขบวนรถยอดนิยมบุกงาน BIG Motor Sale 2022 นำ “อัลเมร่า สปอร์ตเทค-เอ็กซ์” โชว์ตัวครั้งแรก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวแบรนด์ในมาเลเซีย สานต่อกลยุทธ์ 4+4 เดินหน้ารุกตลาดอาเซียนเต็มรูปแบบ

มาสด้าอัดโปรแรงดอกเบี้ยต่ำสุด 1.33% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีบัตรเติมน้ำมัน ฟรีค่าบำรุงรักษา

ขนาดค่ายรถยนต์ยังต้องปรับตัว HONDA เร่ง Reskill พนักงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

Geely ล้ำหน้าค่ายรถยนต์ตะวันตก ปล่อยดาวเทียม 9 ดวงแรก สำหรับรถยนต์อัตโนมัติ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact