ความเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์ “มาสด้า” ในตลาดเมืองไทย ถูกจับตามองเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
จนถึงวันนี้ มาสด้ายังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง พิสูจน์ได้จากยอดขายในรอบ 10 เดือนของปีนี้ มียอดสะสมสูงถึง 57,402 คัน เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน เฉพาะเดือนตุลาคมเติบโตถึง 63% ด้วยยอดขาย 5,647 คัน แม้ว่าจะเป็นปีที่ไม่ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ชื่อของมาสด้าก็ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม่เหล็กสำคัญที่ดึงผู้บริโภคให้เข้าหามาสด้า คือ การนำเทคโนโลยี “สกายแอคทีฟ” (SKYACTIV TECHNOLOGY) มาใส่ไว้ในรถยนต์ทุกรุ่นในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ควบคู่ไปกับการนำแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “โคโดะ ดีไซน์” (KODO Design) มาใช้ตั้งแต่ปี 2556 จนทำให้รถยนต์ของมาสด้าได้รับเสียงตอบรับในทิศทางที่ดี และทำให้มาสด้าสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์เมืองไทย และอาเซียนได้อย่างน่าสนใจ
โดยเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ มีทั้งเครื่องยนต์ SKYACTIV-D และ SKYACTIV-G ขณะที่โคโดะ ดีไซน์ ที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น (Japanese Aesthetics) ก็ได้ทำให้รูปลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าในเจนเนอเรชั่นที่ 6 ดูทรงพลัง มีความโดดเด่น มีชีวิตชีวา และหรูหราในสไตล์สปอร์ต
ภาพลักษณ์นี้ ได้สะท้อนผ่าน มาสด้า CX-5 ที่เป็นตัวแทนรุ่นแรกของพี่น้อง Gen 6 ที่ได้เปิดตัวสู่ตลาดโลกครั้งแรกในปี 2555 และเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2556 ก่อนที่รุ่นอื่นๆ จะทยอยตามออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าในประเทศไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด จนสามารถขยับขึ้นครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งได้อย่างถาวร อีกทั้งยังสามารถก้าวสู่ No.1 ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ขณะเดียวกันก็สามารถกวาดยอดขายในตลาดรถอเนกประสงค์ได้อย่างต่อเนื่องในฐานะผู้เล่นหลักของตลาด
โดยมี “สกายแอคทีฟ” และ “โคโดะ ดีไซน์” เป็นเฟืองจักรสำคัญในการผลักดันสู่ความสำเร็จครั้งนี้
ปัจจุบันบนถนนของเมืองไทย มีรถยนต์มาสด้าที่เกิดขึ้นภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และจากคอนเซ็ปต์การดีไซน์แบบ KODO Design โลดแล่นอยู่บนถนนกว่า 180,000 คัน ในชั่วระยะเวลาเพียง 5 ปี โดยเฉพาะมาสด้า 2 มียอดขายรวมสูงกว่า 110,000 คัน ตามมาด้วย มาสด้า 3 จำนวนกว่า 30,000 คัน รถอเนกประสงค์มาสด้า CX-5 จำนวน 25,000 คัน และ CX-3 อีกจำนวน 15,000 คัน