เกิดอะไรขึ้น
เมื่อแดรี่ควีนไม่ได้ขายแค่ไอศกรีม
ด้วยจำนวนสาขาที่ผ่านหลัก 500 สาขาไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา อนุมานได้ว่า แดรี่ควีน เป็น 1 ในผู้นำของตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟในบ้านเรา แต่การบุกภายใต้กลยุทธ์ใหม่ ในปีนี้ แดรี่ควีน จะเน้นให้ความสำคัญกับการขายสินค้าตัวอื่นๆ มากขึ้น โดยปัจจุบัน แดรี่ควีนมีสินค้าที่ขายอยู่ 4 กลุ่มหลักๆ คือ ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ไอศกรีมเค้ก/ไอศกรีมแซนด์วิช ฮอทดอก และเครื่องดื่ม
การก้าวข้ามจากแค่ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ นั้น นครินทร์ ธรรมหทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด บริษัทในเครือไมเนอร์กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีม บอกว่า แดรี่ควีน มองแบรนด์ตัวเองเป็น Treat หรือของทานเล่น มาโดยตลอด เป็นสินค้ากลุ่มขนมที่ผู้บริโภคเลือกทานตามโอกาส ไม่ได้ทานเพราะอยากทาน หรือทานเพราะหิว
การมองแบรนด์ตัวเองเป็นแบบนั้น ทำให้แดรี่ควีนมีโอกาสในการขายเพิ่มมากขึ้น เพราะสินค้าทั้งหมดที่ขายนั้นถือเป็น Impluse คือไม่ได้วางแผนมาตั้งแต่บ้านว่าจะกิน แต่เป็นการกินเพราะเกิดแรงกระตุ้น การวางตัวเองเป็น Treat นั้นจะสอดรับกับกลยุทธ์ในเรื่องของการขยายสาขาที่แดรีควีน มีการเลือก Strategic Location ในจุดที่คนเห็นได้ง่ายหรือมีคนเดินผ่านเยอะในห้างหรือศูนย์การค้า เช่นเดียวกับสาขาที่อยู่ในอาคารสำนักงานที่อยู่ในจุดที่มองเห็นง่าย
อย่างไรก็ตาม มุมมองของคนทำแบรนด์ที่มองแบรนด์ตัวเองกับการมองของลูกค้ามันอาจจะแตกต่างกันออกไป เพราะคนทำแบรนด์ก็ต้องการให้แบรนด์ไปถึงจุดที่ตัวเองอยากให้เป็น แต่ผู้บริโภคอาจจะเห็นแตกต่างกันออกไปก็ได้ ซึ่งภาพของการเป็นร้านไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่มีไอศกรีมบลิซซาร์ด เป็นจุดจดจำหลักยังคงฝังเข้าไปในการรับรู้ของคนไทยแบบแยกไม่ออก
แต่เมื่อมีเป้าหมายที่ต้องเติบโตให้ได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 23% จากที่ในปีที่แล้วเติบโต 4 – 5% จึงต้องมีการทลายกรอบพร้อมกับเพิ่มการขายสินค้าใหม่ๆ เข้าไป เพื่อรองรับการการซื้อที่จะมีมากขึ้น ซึ่งการเติบโตในปีนี้แดรี่ควีนมีการใช้งบขยายสาขา 100 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่อย่างน้อยๆ 40 สาขา เป็นรูปแบบแฟรนไชส์ 50%
ส่วนเป้าหมายในระยะยาวนั้น แดรี่ควีน มองถึงการมีสาขาครบ 1,000 สาขา ภายใน 3 – 5 ปี ซึ่งจะทำให้ยอดขายสามารถดับเบิ้ลขึ้นอีกเท่าตัวจากปีที่แล้วที่มียอดขายรวม 2,440 ล้านบาท
จะเห็นได้ชัดเจนว่า การเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมาจาก
1.การเติบโตจากสาขาใหม่ที่แดรี่ควีน มีการลงทุนขายสาขาปีละ 20 – 60 สาขา ซึ่งยังเหลืออีก 2 จังหวัดที่แดรีควีนยังขยายสาขาไปไม่ถึง คืออุทัยธานีกับนราธิวาส คาดว่าภายในไม่เกินปีนี้น่าจะขยายได้ครบทุกจังหวัด แดรี่ควีนเองไม่ได้มองการขยายสาขาตามเดโมหรือจีโอกราฟิก แต่มองถึงการขยายสาขาตามโอกาสในการขายที่หากที่ใดมีดีมานด์อยู่ก็พร้อมจะขยายสาขาเข้าไป
2.การเติบโตจากช่องทางขายใหม่ๆ อาทิ การนำรถฟู้ดทรัคเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเข้าถึงลูกค้า โดยปัจจุบันมีรถฟู้ดทรัคอยู่ 5 คัน พร้อมที่จะเพิ่มหากมองเห็นโอกาส การขยายช่องทางใหม่ๆ นี้ยังรวมถึงการทำตลาดดิลิเวอรี่อีกด้วย
3.การเติบโตจากสาขาเดิม ที่จะมีการเพิ่มเมนูใหม่ๆ เข้าไปโดยปีนี้มองที่ 5 – 6 เมนู ซึ่งเป็นการทลายกรอบเดิมๆ ที่ถูกมองว่าขายแต่ไอศกรีม ซึ่งว่าไปแล้ว คนไทยกับการบริโภคไอศกรีมนั้นยังมีไม่มาก แต่ต้องอาศัยการกระตุ้นที่ดี เพื่อดึงให้พวกเขาเข้ามาบริโภคเพิ่มขึ้น.....