การมียอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ใช่แค่เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นในตลาดภายในประเทศ แต่เป็นการฉีกหนีการทำตลาดจากเมืองไทยไปสู่ต่างประเทศ กับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในตะวันออกกลางที่พฤติกรรมของคนของที่นั่น จะไม่นิยมการแต่งหน้าแบบฉูดฉาดแต่จะใช้วิธีการรองพื้นแบบเรียบๆ แทน
แฮปปี้ มองเห็นแนวโน้มตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ว่าการทำตลาดในเมืองไทยจะต้องเจอกับการแข่งขันจากยักษ์ใหญ่ที่มีความได้เปรียบในเรื่องของกำลังทุนที่สามารถจะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สินค้าของคนไทยได้ รวมถึงการที่ร้านค้าปลีกจะเข้ามามีอิทธิพลมากกว่าผู้ผลิต ทำให้ต้องใช้ต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น ซึ่งนั่นจะไม่เป็นผลดีกับผู้ประกอบการรายเล็กๆ ทำให้แฮปปี้หันไปเน้นที่การทำตลาดส่งออกเป็นหลัก
ยอดขายมากกว่า 55% จะมาจากการส่งออก ซึ่งแฮปปี้จับเทรนด์ได้จากการที่ยอดขายของจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยเข้าไปศึกษา และพบว่า สินค้าได้ถูกส่งข้ามแดนโดยพ่อค้าในพื้นที่ จึงหันมาทำตลาดส่งออกอย่างจริงจัง และนั่นคือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมแป้งน้ำแฮปปี้ ถึงมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี
ปัจจุบัน แป้งน้ำแฮปปี้ ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงประเทศในตะวันออกกลางที่มียอดการสั่งซื้อเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยจะมีการตั้งดิสทริบิวเตอร์ในการทำหน้าที่ส่งออกไปทำตลาดโดยเฉพาะขึ้นมาในแต่ละโซน
สำหรับในประเทศไทยนั้น ยอดขายของแป้งน้ำแฮปปี้จะไปได้ดีในเขตภาคใต้ และภาคกลาง การทำตลาดจะใช้วิธีการ Push ผ่านยี่ปั๊วพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีขายในช่องทางโมเดิร์นเทรด และอีคอมเมิร์ซชื่อดัง โดยจะมีสินค้าที่เป็นสูตรน้ำ สูตรรองพื้น และตัวที่เป็นสกินโลชั่น