Core Concept ของ ยูดีทาวน์ก็คือ Easy คือ ง่ายต่อการเข้าถึง ที่มาจากโลเกชั่นที่ครอบคลุมถนนสายหลักของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นถนนโพธิ์ศรี หรือ ถนนประจักษ์ ซึ่งเป็นถนน 2 สายหลักของจังหวัด การง่ายต่อการช้อปปิ้ง โดยเฉพาะการดีไซน์ที่เชื่อมโยงแต่ละโซนเข้าหากันด้วยการแบ่งเป็น Cluster แต่ละ Cluster อย่างชัดเจน โดยจะมีการเชื่อมต่อกันระหว่างในส่วนที่เป็นยูดี บาซาร์ ซึ่งเป็นร้านค้าท้องถิ่นในสไตล์ไนท์บาซาร์กับตัว ยูดีทาวน์ ที่เป็นศูนย์การค้าสมัยใหม่เข้าด้วยกัน
การเลือกที่จะโฟกัสมาที่จุดขายที่แตกต่างทำให้ สามารถแข่งขันในตลาดได้ แม้จะต้องต่อสู้กับผู้พัฒนาศูนย์การค้ารายใหญ่ของประเทศก็ตาม โดยทุกวันนี้ยูดีทาวน์มี ทราฟฟิก หรือ คนที่เข้ามาเดินในศูนย์ประมาณ 2 หมื่นคนต่อวัน ในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ ตัวเลขขยับขึ้นไปเป็น 3 หมื่นคน ถือว่าไม่น้อยทีเดียวสำหรับศูนย์การค้าแนวราบที่ไม่ใหญ่โตเท่ากับศูนย์การค้าในแนวตั้ง
เห็นได้ชัดเจน ว่า ยูดีทาวน์ ใช้วิธีเลือก Magnet ให้ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อมาช่วยผลักดันให้โลเกชั่นที่ได้เปรียบ ให้มีความได้เปรียบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่เพื่อส่งมอบสิ่งที่คนอุดรไม่เคยมีหรือพบมาก่อน
ปัจจุบัน ยูดีทาวน์ สามารถผลักดันตัวเองให้ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น ของคนอุดร และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงคนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว โดยส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยทำให้ภาพของการเป็นช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น นอกจากเรื่องของบรรยากาศของศูนย์แล้ว ยังมีเรื่องของการครีเอทอีเว้นต์ที่สามารถสร้างเป็น “ซิกเนเจอร์ อีเว้นต์” ที่ลูกค้าจะนึกถึงได้สำเร็จ
อีเว้นต์อย่างสงกรานต์ ลอยกระทง และเคาน์ดาวน์ปีใหม่ กลายเป็นอีเว้นต์ที่ได้รับการตอบรับไม่เพียงแค่จากลูกค้า แต่ยังกลายเป็นเวทีสำคัญของแบรนด์สินค้าชื่อดังที่เข้ามาใช้เป็นเวทีในการทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง
ทั้งหมดนั้น สะท้อนให้เห็นได้ดี ไม่ว่า จะทำศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบครบวงจรหรือศูนย์การค้าที่ไซส์ไม่ใหญ่นักอย่างคอมมูนิตี้มอลล์ นอกจากโลเกชั่นแล้ว ยังต้องเลือก Magnet ให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ ที่สำคัญสุดก็คือ จำเป็นต้องมอบ Retail Experience ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย...