ยี่ปั๊วมีหลายสาย หลากหลายมิติ ปัจจุบันนับนิ้วได้ 4 สาย
1.สายขายส่งหน้าร้าน อาศัยโลเกชั่นในย่านสำคัญอย่างตลาดสด เป็นทีเด็ดในการทำตลาด ยี่ปั๊วในรูปแบบนี้ ยังมีบางรายที่ทำตลาดในลักษณะของ “จดรายการ” และจัดส่งสินค้าให้ ซึ่งถือเป็นรูปแบบบริการดั้งเดิมที่เป็นเทรดิชั่นนัลของยี่ปั๊ว และยังคงเป็นทีเด็ดในเรื่องของการบริการ ที่ยี่ปั๊วมีหนือกว่าโมเดิร์นเทรด
2. สายสินค้าเฉพาะอย่าง อาทิ สินค้าประเภทสแน็ค ส่วนใหญ่ยี่ปั๊วในรูปแบบนี้จะขายส่งเป็นหลักเช่นกัน
3.สายตัวแทนกระจายสินค้าผ่านหน่วยรถของตัวเองให้กับซัพพลาเออร์เฉพาะค่ายหรือเฉพาะสินค้า
4.สายไฮบริด ขายส่งและขายปลีกในร้านเดียวกัน ซึ่ง “ยี่ปั๊วสายพันธุ์ใหม่” ในสายตาของนักการตลาดหลายท่านก็คือ ยี่ปั๊วที่พัฒนาตัวเองจากการขายส่งในมิติเดิม มาสู่การทำตลาดแบบขายส่งในสไตล์ “แคช แอนด์ แครี่” คือ ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่มีการดิสเพลย์อย่างโดดเด่น และซื้อด้วยเงินสดแบบยกแพ็กแล้วยกกลับบ้านเอง แถมพ่วงด้วยการปรับหน้าร้านให้กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ขายปลีกด้วย เพื่ออาศัยวอลุ่มการขายและค่ารายได้อื่นๆ จาก “เทรดโปรโมชั่น” ทั้งค่าหัวเชลฟ์ ค่าบูธ ค่ากองโชว์ เป็นรายได้เสริมพ่วงเข้าไปเพื่อให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ แม้จะเผชิญกับการรุกเข้ามาของไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ก็ตาม
ปัจจุบัน ยี่ปั๊วหลายรายที่มีการปรับตัวในรูปแบบที่ว่านี้ สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้อย่างสบายๆ แถมมีรายได้ก้อนโตจากค่า “เทรด” ปีละนับแสนบาท ยี่ปั๊วที่ปรับมาทำทั้งขายส่งและขายปลีกที่ชัดเจนก็มี อาทิ ตั้งงี่สุ่น แห่งจังหวัดอุดรธานีที่ทำตลาดในรูปแบบนี้มาหลายปี และกลายเป็นท็อปยี่ปั๊วที่ซัพพลายเออร์หลายๆรายให้ความเกรงใจ นอกจากนี้ก็มี “เกียรติสิน” แห่งอำเภอบ้านไผ่ ที่ขายส่งและขายปลีกบนพื้นที่ขนาดใหญ่และครอบคลุมการทำตลาดในหลายจังหวัดเช่นกัน ร้านยงสงวน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีทั้งรูปแบบของร้านที่เป็น “แคชแอนด์แครี่” ขนาดใหญ่ใกล้เคียงแม็คโคร และร้านมินิมาร์ทหลายแห่ง ร้านวงศ์มังกรแห่งโคราช ร้านเคแอนด์เค หาดใหญ่ที่มีพื้นฐานจากการเป็นยี่ปั๊วในนาม “โกวย่งฮั้ว” มาก่อน หรืออย่างร้านบิ๊กเฮง จากจังหวัดสุพรรณบุรี และร้าน ส.ล.โฮลด์เซลส์ แห่งจังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น
ความจริง ยี่ปั๊วมีการปรับตัวเองมาทำตลาดในสไตล์ “แคช แอนด์ แครี่” มาตลอดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนการพัฒนามาสู่การทำค้าปลีกหน้าร้านด้วยก็มีมานานเช่นกัน แต่การพัฒนาในเรื่องของแนวคิดการบริหารพื้นที่ขายและสร้างรายได้จากค่าเทรด โปรโมชั่น อย่างจริงจัง เพิ่งเกิดมาเมื่อกว่า 10 ปีมานี้เอง จนกลายเป็นแนวทางที่ยี่ปั๊วหลายรายที่หันมาทำค้าปลีกหน้าร้านด้วยนิยมทำ
สิ่งหนึ่งที่มีพร้อมกับการพัฒนาตัวเองของยี่ปั๊วต่างจังหวัดก็คือ ยี่ปั๊วจะเลือกทำแบรนด์น้อยลง และลงลึกถึงการเลือกแคทากอรี่หรือไซส์ซิ่ง เพื่อเลือกทำเฉพาะสินค้าที่ไปได้ดีและหมุนเวียนเร็วเท่านั้น เพราะยี่ปั๊วส่วนใหญ่จะทำกำไรจากวอลุ่ม และเป้าการขาย หลายๆ ครั้งกำไรแทบไม่เหลือ แต่จะไปถัวเฉลี่ยจากค่าเป้าการขายหรือ Re - bate และเอารางวัลเป็นตั๋วทัวร์ต่างประเทศแทน
ส่วนการบริหารร้านนั้น จะมีการทำทั้งในส่วนของที่เป็นแบ็คออฟฟิศอย่างการบริหารสต๊อกหรือสินค้าคงคลัง และในส่วนของฟรอนท์ออฟฟิศอย่างการจัดแต่งหน้าร้านตลอดจนการดิสเพลย์สินค้าให้ดูง่ายในการเดินเลือกซื้อ
นอกจากนี้ ยี่ปั๊วที่หันมาทำขายปลีกหน้าร้านด้วย เริ่มที่จะนำแนวคิดการบริหารแบบโมเดิร์นเทรดมาใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกเก็บค่า “เทรดโปรโมชั่น” จากซัพพลายเออร์ เพื่อเป็นรายได้เสริมเข้ามาและกลายเป็นตัวถัวเฉลี่ยการทำกำไรเข้าร้าน ซึ่งจะว่าไปแล้ว แทคติคนี้ ก็เกิดจากการเทรนของซัพพลายเออร์ข้ามชาติเองที่ต้องการให้ยี่ปั๊วสามารถยืนหยัดอยู่ได้