“เราเป็นองค์กรซึ่งผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ทำให้เราเห็นว่าในกระบวนการผลิตมันมีทรัพยากรที่ถูกใช้งานมากน้อยแค่ไหน รวมถึงเห็นพฤติกรรมการใช้ที่สะท้อนไปถึงบั้นปลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม Climate Change ที่เหนือไปกว่านั้นคือเรามองเห็นว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมันมีวันหมดไป เราจึงต้องการสื่อสารไปถึงผู้ใช้ว่าการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะทรัพยากรเหล่านี้มีวันหมดไป และถ้าหมดแล้วมันจะไม่มีอีก” คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC พูดถึงบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของแบรนด์ GC ในวันที่ต้องเติบโต
นั่นเป็นที่มาของการลุกขึ้นมาปรับแบรนด์ของ GC เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการดำเนินงานของ GC ที่ให้ความสำคัญกับทุกส่วนในการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า ชุมชน รวมไปถึงผู้ถือหุ้นทั้งยังช่วยสร้างความใกล้ชิดกับสาธารณชนมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้ทุกคนเห็นคุณค่าของเคมีภัณฑ์ในแง่ของการเป็น “Chemistry for Better Living เคมี..ที่เข้าถึงทุกความสุข”
“การที่เราปรับสโลแกนใหม่ที่ถือเป็นพันธกิจของ GC เป็น “Chemistry for Better Living หรือ เคมี..ที่เข้าถึงทุกความสุข” และสื่อสารออกไปสู่ภายนอกเพื่อให้เห็นว่าแบรนด์ของเราถึงจะเป็นแบรนด์ที่ทำธุรกิจเคมีภัณฑ์แต่เป็นเคมีภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างความสุขให้กับทุกคน เพื่อให้ความรู้สึกของคนไทยต่อเคมีภัณฑ์เป็นไปในแง่ดี เมื่อเกิดความรู้สึกดีผู้บริโภคก็จะรู้สึกรักและใช้อย่างหวงแหน ระมัดระวังในการใช้งานอย่างคุ้มค่าที่สุด สิ่งที่เราสื่อสารออกไปเหมือนเป็นการปรับ Mindset ผู้บริโภคให้รู้ว่าการใช้เคมีภัณฑ์ต้องใช้อย่างคุ้มค่าและระมัดระวังเพื่อให้เรายังมีทรัพยากรใช้ต่อไปถึงรุ่นลูกหลาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เราก็ต้องทำ”
GC มีการปรับเรื่องของโลโก้ใหม่ที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานมาใช้ตัวย่อสั้นๆ คือ GC และ GC GROUP เพื่อให้เกิดการจดจำในมุมมองใหม่ที่ "โดดเด่น ชัดเจน ทันสมัย จดจำง่าย" นอกจากนี้ยังสื่อสารเรื่องของแนวคิด “Chemistry for Better Living เคมี..ที่เข้าถึงทุกความสุข” ให้ชัดเจน ต่อเนื่อง ต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งพนักงาน คู่ค้าลูกค้า โดยเฉพาะในจังหวัดระยองที่ GC มีฐานการผลิตตั้งอยู่ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านของ GC และขยายไปสู่หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนสังคมทั่วไป โดยยังคง Mission และ Vision เดิม คือ การเป็น Leading Company for Better Living ที่มุ่งหวังจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคมไทย
“เราเห็นความสำคัญของเรื่อง Resource Revolution เราจึงลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ GC ให้เห็นวิถีการทำธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหากำไรอย่างเดียว แต่จะเติบโตควบคู่ในทุกด้าน เราดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างคุณค่าร่วมของแบรนด์ GC ต่อสังคม จนทำให้ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices: DJSI ต่อเนื่องมาถึง 6 ปี”
GC ส่งเสริมเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เหลือทิ้งน้อยที่สุด โดยการจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจรด้วยการเปิดตัว “Circular Living Campaign #ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก” ซึ่งแคมเปญนี้ครอบคลุมการให้ความรู้ ปลูกฝังการคิด แยก ทิ้งให้ถูกวิธี จนถึงการนำนวัตกรรม Upcycling มาแปรรูปขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านโครงการ “Upcycling the Oceans, Thailand” ซึ่งบริหารจัดการขยะพลาสติก บริเวณชายฝั่งและในทะเลพื้นที่เกาะเสม็ด - ท่าเพ จังหวัดระยอง ให้แปลงเป็นเสื้อยืดซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเสื้อที่ผลิตได้กว่า 3,500 ตัว Sold Out ภายในไม่กี่วันหลังวางจำหน่าย