เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ความท้าทายสำคัญของผู้เล่นในอุตสาหกรรมคือการปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งในจุดนี้ โออาร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้บุกเบิก ที่ริเริ่มนำนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาติดตั้งภายในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อรองรับเทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยใช้จุดแข็งจากยุทธศาสตร์โครงข่ายสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ที่ครอบคลุมทั่วประเทศมาเป็นฐานทัพหลักในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EV Station PluZ” (อีวี สเตชั่น พลัซ)
กลยุทธ์การปักหมุดสถานีชาร์จในทำเลที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและเข้าถึงง่ายนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญทำให้แบรนด์สามารถรุกตลาดและเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน EV Station PluZ มีจำนวน 2,819 หัวชาร์จ DC 1,326 แห่ง ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย โดยขยายเครือข่ายทั้งใน PTT Station, OR Space, ร้าน Café Amazon รูปแบบ Standalone และพื้นที่เชิงพาณิชย์นอก PTT Station เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ EV Station PluZ ยังร่วมกับพาร์ตเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จให้เข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น ครอบคลุมทั้งในเมือง ชุมชน เส้นทางหลัก สถานที่ท่องเที่ยว และจุดหมายปลายทางสำคัญ
จากวิสัยทัศน์กว้างไกลในการเริ่มต้นเป็นผู้บุกเบิกตลาดชาร์จรถไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่กระแส EV ยังไม่แรงเท่าวันนี้ โออาร์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ที่เป็นมากกว่าแค่สถานีชาร์จ จนกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ EV Station PluZ คว้ารางวัลพิเศษ Market Leader Brand Award จากเวที 2026 Thailand’s Most Admired Brand

รางวัลดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ในฐานะผู้นำตลาดที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเท่านั้น หากยังตอกย้ำการเป็นมากกว่าสถานีชาร์จที่ครอบคลุมการเดินทางทั่วไทย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ช่วยยกระดับประสบการณ์ระหว่างการรอชาร์จ โดย EV Station PluZ มองว่าลูกค้าไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อชาร์จไฟ แต่เป็นการเข้ามาใช้บริการใน Ecosystem ของโออาร์ที่รวมทั้งร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม และบริการอื่นๆ ภายในสถานีบริการพร้อมทั้งเชื่อมโยงทุก Touchpoint ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) อาทิ การสะสมคะแนน blueplus+ ผ่านการชาร์จที่แอป EV Station PluZ เพื่อนำไปแลกสิทธิประโยชน์ของร้านค้าและพาร์ตเนอร์ในเครือข่ายของโออาร์
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกการชาร์จที่ EV Station PluZ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเติมพลังงานให้แก่ยานพาหนะ แต่คือความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับผ่านการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รายล้อมอยู่อย่างครบครัน การออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดนี้เองที่ช่วยเปลี่ยนนิยามของการชาร์จไฟฟ้าจากที่เคยถูกมองว่าเป็น “เวลารอ” ที่น่าเบื่อให้กลายเป็น “เวลาที่มีคุณค่า”

ก้าวต่อไปของความสำเร็จที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด คือการที่ EV Station PluZ ไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับเทคโนโลยีการชาร์จให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวเครื่องชาร์จรุ่นใหม่ภายใต้เทคโนโลยี “Linked Loop” ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถดึงพลังงานจากเครื่องข้างเคียงมาสนับสนุนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงสุดถึง 240 kW ต่อหนึ่งหัวชาร์จ หรือพุ่งทะยานไปถึง 400 kW เมื่อใช้งานพร้อมกัน 2 หัวชาร์จ กลไกนี้ช่วยให้การกระจายโหลดพลังงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและใช้พลังงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุดในทุกช่วงเวลา
นอกจากความทันสมัยของเครื่องชาร์จแล้ว แบรนด์ยังได้อัปเกรดฟีเจอร์บนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับการใช้งานที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม เช่น ระบบการชาร์จอัตโนมัติ (Auto Charge) แค่เสียบสายชาร์จเข้าสู่ตัวรถ ระบบก็จะชาร์จให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องกดเริ่มชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดเวลา และทำให้ประสบการณ์ชาร์จง่ายที่สุด
ในปี 2026 นี้ EV Station PluZ ยังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการตั้งเป้าเพิ่มจำนวนหัวชาร์จอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยายสถานีชาร์จรูปแบบ EV HUB เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 15 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และขยายความครอบคลุมให้เข้าใกล้ชีวิตประจำวันของผู้คนมากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายสูงสุดของโออาร์ ไม่ใช่เพียงแค่การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมที่สุดเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น เข้าถึงง่ายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกการเดินทาง