เมื่อยึดโยงแนวคิดนี้แล้วการถ่ายทอดจึงถูกส่งต่อมาที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่าง ทันต่อยุคสมัย สอดคล้องกับการใช้ชีวิต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรถยนต์ เครื่องยนต์รวมทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ถัดจากส่วนของผลิตภัณฑ์ ก็มาสู่การคิดค้นนวัตกรรมเรื่องของการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย โดยก่อนการขายคือ การเลือกสินค้าที่เหมาะกับเครื่องยนต์ หลังการขายก็คือ การเข้าไปตรวจเช็คการเสื่อมสภาพให้กับลูกค้า นวัตกรรมถัดมาเป็นเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย ที่มีทั้งแบบดั้งเดิมอย่างร้านอะไหล่ อู่ สถานีบริการหรือแบบใหม่ เช่น ผ่านศูนย์บริการยานยนต์ อย่าง FIT Auto และช่องทางออนไลน์ ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนได้นั้น ความเข้มแข็งต้องมาจากภายในคือตัวพนักงานต้องกล้าคิดกล้าทำ ลองทำสิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว หากเห็นว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ดี สิ่งที่ทำให้ PTT Lubricants แตกต่างจากคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด คือเราเป็นแบรนด์ของคนไทย ที่มีความเป็นสากลยึดหลัก International Standard ส่วนที่สองที่เป็นจุดแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือการเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง PTT Lubricants เติบโตได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภค
คุณบุรณิน กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีมาตรฐานใดใหม่ที่เกิดขึ้นในโลก PTT Lubricants จะเป็นรายแรกในประเทศไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นออกมา ที่สำคัญก็คือ นวัตกรรมเหล่านั้นต้องตรงกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย เรามีการลงทุนทางด้าน R&D ค่อนข้างมาก มีพนักงานที่เป็นทั้งคนเก่งและดีที่พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการออกสู่ตลาด คนเก่งของเราก็คือ เก่งในเรื่องของนวัตกรรม คนดีของเราคือมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ จุดยืนของปตท. ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีอย่างเดียวเราให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
หากพูดถึงในแง่ของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา สินค้ากลุ่มดีเซลที่โดดเด่นที่สุดก็คือ ไดนามิค คอมมอนเรล ซึ่งเป็นสุดยอดเทคโนโลยีของดีเซล ที่ปตท. พัฒนาและออกแบบน้ำมันเครื่องจนสามารถใช้ได้กับรถทุกยี่ห้อ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความโดดเด่นด้านนวัตกรรมของปตท.
“ปีที่ผ่านมา เราออกน้ำมัน PERFORMA Super Syn 0w-20 API SN plus ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโลกที่เพิ่งเริ่มประกาศใช้ ดีต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์เบนซิน รวมทั้งก็มีน้ำมันมอเตอร์ไซค์สำหรับรถ Big Bike ขนาด 1,000 cc ขึ้นไป ซึ่งยังไม่มีใครทำในประเทศไทย ปกติน้ำมันพวกนี้จะต้องสั่งมาจากต่างประเทศ แต่เราสามารถพัฒนาสูตรของเราได้เองและนำไปทดสอบกับนักแข่งของไทยจนได้แชมป์ และยังเป็นสปอนเซอร์จัดการแข่งขัน MotoGP ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ PTT Thailand Grand Prix ซึ่งอันนี้ทำให้เห็นว่าแบรนด์เราขยับเข้าใกล้ไม่ใช่แค่ความเป็นมาตรฐานสากล แต่มันเป็นแบรนด์ที่คนต่างๆ ทั่วโลกรู้จักและได้รับการยอมรับ ทำให้เราขยายตลาดการส่งออกได้กว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศที่กำลังพัฒนา Emerging Market และประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ซึ่งถือเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้”
นอกจากนวัตกรรมในด้านผลิตภัณฑ์ PTT Lubricants ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายโดยยึดหลักว่าทุกคนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ควบคู่ไปกับการนำเอาดิจิทัล เทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและขยายช่องทางเพิ่มขึ้น
“เราไม่ได้คิดว่าจะใช้ดิจิทัลมาแทนที่คนหรือไปเปลี่ยนแปลงฐานลูกค้าเดิมที่เป็นของตัวแทนจำหน่ายของเรา แต่เราเลือกดิจิทัลมาเสริมระบบการทำงานของเรา เป็นการผสมผสานนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยคนทำงานให้ทำงานได้ง่ายขึ้น แม่นยำและรวดเร็ว สิ่งที่เราพยายามทำคือการอำนวยความสะดวกลูกค้า ขยายช่องทางใหม่ โดยไม่ทิ้งช่องทางเก่า”
คุณบุรณิน เสริมว่าการที่จะเป็นอันดับ 1 Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ได้ในตลาดที่ผลิตภัณฑ์มีการแข่งขันสูงและมีคู่แข่งจำนวนมาก จะใช้แค่วิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ ต้องทำหลายวิธีอย่างไรก็ตามจะต้องทำให้อยู่ในแกนหลักเดียวกันคือทำให้ทุกคนดีขึ้น ทั้งลูกค้า คู่ค้า รวมถึงพนักงาน
“ความท้าทายของเราคือ เราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะเจออะไร และเทรนด์อย่างที่ทุกคนบอกว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันจะเป็นเมื่อไหร่ เป็นจริงหรือไม่ เราไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือค่อยเป็นค่อยไป ทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีช่วงของการเปลี่ยนถ่าย ทำให้ทิ้งของเก่าไม่ได้ ไม่สร้างของใหม่ก็ไม่ได้ ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มันสามารถผสมผสานทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันให้ได้ กล้าที่จะลองและพร้อมที่จะปรับตัว แนวคิดนี้มันต้องถ่ายทอดไปสู่ทุกคนในองค์กรไม่ใช่เฉพาะผู้นำ และต้องสร้าง New Ecosystem ให้เกิดบรรยากาศการทำงาน เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด พร้อมให้เขารู้ว่าเรากำลังจะเดินไปทางไหนในอุตสาหกรรมนี้” ถึงจะทำให้เรารักษาความเป็นผู้นำได้ตลอดกาล