2.Be First
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มิชลินหยิบมาใช้เป็นตัวสร้างความแตกต่างที่ได้ผลมาตลอด ก็คือเป็นแบรนด์ที่จับเอานวัตกรรมมาใส่ลงในสินค้าเป็นรายแรกอย่างสม่ำเสมอ 10 ปีที่แล้ว มิชลินเป็นแบรนด์แรกที่มีการนำเสนอนวัตกรรมยางประหยัดน้ำมันในตลาดยางของประเทศไทย
ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา มิชลินได้มีการแนะนำยางรุ่นใหม่อย่าง MICHELIN Primacy 4 (ไพรมาซี่ 4) ยางตระกูลนุ่มเงียบเพื่อมาทดแทนยาง MICHELIN Primacy 3ST ที่มีการเพิ่มคุณสมบัติใหม่คือ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งานไปจนถึงหลังจากใช้จนยางใกล้หมดดอก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกเช่นเคย
ยาง MICHELIN Primacy 4 นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี EverGripTM ที่ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนา ทำให้ยาง MICHELIN Primacy 4 เบรกสั้น มั่นใจ ทั้งยางใหม่และใกล้หมดดอก จากเนื้อยางสูตรพิเศษที่ให้ความยืดหยุ่นมากกว่าและร่องรีดน้ำแบบใหม่ ที่ออกแบบให้กว้างขึ้น โดยไม่สูญเสียพื้นที่หน้าสัมผัสกับพื้นถนน และยังสามารถรีดน้ำได้มากกว่าดิม 50% เมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า รวมถึงยังมีเทคโนโลยี Silent Rib รุ่น 2 ที่ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้น
การเปิดตัวครั้งนี้ มิชลินวางธีมในการสื่อสารว่า อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน
คุณสมบัติเด่นของยางตัวนี้ คือ สมรรถนะการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกที่ใช้ ไปจนถึงยางที่ใช้แล้วจนใกล้หมดดอกก็ตาม
ผลการทดสอบยางรุ่นนี้พบว่า ยางใหม่เบรกสั้นกว่าค่าเฉลี่ยระยะเบรกยางชั้นนำทั่วไป 2.5 เมตร ส่วนยางใกล้หมดดอก เบรกสั้นกว่าค่าเฉลี่ยค่าระยะเบรกยางชั้นนำทั่วไป 5.1 เมตร
“เราพูดในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ เราบอกเรื่องยางประหยัดน้ำมันมาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่นานมานี้เราเพิ่งจะแนะนำในเรื่องที่แบรนด์อื่นไม่เคยทำมาก่อน คือคุณสมบัติของยางที่ใช้ไประยะหนึ่งก็ยังให้ความมั่นใจได้ไม่น้อยหน้ายางใหม่
ยาง MICHELIN Primacy 4 ที่เราโฟกัสคือ การคงคุณสมบัติระยะเบรก โดยมีการทดสอบยางของเราเทียบกับยางชั้นนำทั่วไป ผลการทดสอบ ยางของเราเบรกสั้นกว่าทั้งยางใหม่และยางที่ใกล้จะหมดดอก เราพยายามบอกเรื่องของความปลอดภัย แม้ว่ายางจะใช้ไประยะหนึ่งแล้วก็ตาม”