ในช่วงพิธีเปิดไชน่าโมบายล์เซี่ยงไฮ้และหัวเว่ยได้จัดสาธิตการใช้งาน 5G DIS โดยมีอัตราความเร็วสูงสุดที่1.2 Gbps ซึ่งหมายความว่าเมื่อล็อกอินเข้าสู่เครือข่ายที่สนับสนุนโดยระบบดังกล่าวผู้โดยสารจะสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ HD ขนาด 2GB ได้ในเวลาไม่ถึง 20 วินาทีและสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ความบันเทิงได้อย่างลื่นไหลไม่ว่าจะในระหว่างที่รอขึ้นรถหรืออยู่ในขบวนรถไฟเทคโนโลยี 5G จะพลิกโฉมวิถีชีวิตของผู้คนด้วยการสร้างบริการแบบอินเทอร์แอคทีฟต่างๆอาทิการใช้หุ่นยนต์นำทางและบริการส่งอาหารถึงที่
ด้วยการใช้ระบบดิจิทัล 5G ภายในอาคารในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้นสถานีรถไฟ 5G ต่างๆในอนาคตจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารในด้านการเชื่อมต่อความเร็วสูงและการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือได้จากทุกที่ทุกเวลานอกจากนี้ยังสามารถรองรับบริการต่างๆรวมถึงการโทรผ่านระบบวิดีโอความละเอียดสูงแบบ 4K และการอัพโหลดวิดีโอความละเอียดสูงพิเศษแบบหลายช่องทางอีกด้วยบริการใหม่ๆเหล่านี้จะเสริมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งกว่าให้กับผู้โดยสาร
ตามที่มร. ปีเตอร์โจวประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดฝ่ายโซลูชั่นไร้สายของหัวเว่ยกล่าว“เทคโนโลยี 5G จะยังช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับบริการคลาวด์อีกด้วยซึ่งสถานีรถไฟในอนาคตนั้นอาจมีความชาญฉลาดไปไกลกว่าที่เราจะสามารถจินตนาการได้”
5G เริ่มขึ้นแล้ว: ประสบการณ์ผู้ใช้ทีได้จากแรงบันดาลใจ
สถานีรถไฟ 5G เป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการใช้งานมากมายที่สามารถนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้โดยเทคโนโลยีนี้มีความเร็วเครือข่ายที่เหนือกว่าและมีความสามารถสูงกว่าและยังเป็นพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) อีกด้วยและด้วยคุณสมบัติของ 5G บริการรูปแบบใหม่ๆเช่นเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality หรือVR), IoT, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), สมาร์ทซิตี้และวิดีโอความละเอียดสูงพิเศษมีการใช้งานอย่างกว้างขวาง
ด้านหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ 5G ของหัวเว่ยกล่าวว่า “5G จะเปิดศักราชใหม่ให้กับโมบายอินเทอร์เน็ตที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลเครือข่าย 5G จะเชื่อมโยงสถานที่ต่างๆได้ถึงหนึ่งพันล้านแห่งคน5พันล้านคนและสิ่งของ 50,000 ล้านชิ้นเข้าด้วยกันและนำดิจิทัลไปสู่ทุกคนทุกบ้านและทุกองค์กรเพื่อโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ”
ในขณะที่เครือข่ายแรกๆของ 5G ได้เริ่มมีการใช้งานหัวเว่ยก็ยังมีโครงการ 5G DIS ที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกหลายโครงการ“ระบบ 5G DIS สร้างขึ้นโดยใช้ชิพของหัวเว่ยมีการออกแบบที่ผสมผสานและเสาอากาศสมรรถนะสูงฯลฯและถือเป็นเทคโนโลยีแนวหน้าของอุตสาหกรรมทั้งในด้านของประสิทธิภาพคุณสมบัติด้านเทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ”มร. ปีเตอร์โจวกล่าว“เทคโนโลยี 5G DIS จะทำให้สามารถเชื่อมต่อการใช้งาน AR, VR ได้ทุกที่รวมถึงการระบุตำแหน่งและการนำทางได้อย่างแม่นยำนอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะในด้านต่างๆ อีกด้วยเช่นการบริหารจัดการร้านค้า, การบริหารงานการกระจายสินค้าและการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย”
อนาคตของเทคโนโลยี 5G อันล้ำสมัย: เมื่อ 4G เปลี่ยนวิถีชีวิต 5G จะเปลี่ยนโลกทั้งใบ
ในขณะที่มีการใช้งานเทคโนโลยี 5G ในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้นหัวเว่ยก็ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม 5G ภายในอาคารและทำให้เกิดการพัฒนาไปสู่อาคารอัจฉริยะการดูแลสุขภาพทางไกลและระบบรางอัจฉริยะโลกทั้งใบกำลังจะฉลาดมากขึ้น
ในโลกของ 5G ฟังก์ชั่นการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือบิ๊กดาต้าคลาวด์คอมพิวติ้งและสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆมีการประสานและปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง 5G จะเป็นมากกว่าเทคโนโลยีแห่งอนาคตจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับโลกดิจิทัลในอนาคตหากเทียบว่าเทคโนโลยี2G ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับบริการเสียงและ 4G ได้เปลี่ยนโฉมของอินเทอร์เน็ตบนมือถือเทคโนโลยี 5G ก็เปรียบได้กับเครื่องจักรกลที่จะพลิกโฉมโลกใบนี้
วิสัยทัศน์แห่งอนาคตนี้ทำให้หัวเว่ยต้องลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา 5G อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาซึ่งเป็นการปูทางไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในปัจจุบันการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของหัวเว่ยทำให้บริษัทเป็นซัพพลายเออร์ด้านเทคโนโลยีที่มีลูกค้าเลือกใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงกลางเดือนมกราคมปี2562 หัวเว่ยได้ลงนามในสัญญา 5G ไปแล้ว 30 ฉบับและส่งมอบสถานีฐาน 5G ไปแล้วกว่า 25,000 ชุดและยังมีสิทธิบัตรเทคโนโลยี 5G อีก 2,570 ฉบับ
“เซี่ยงไฮ้มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเมืองกิกะแบนด์คู่”มร. จางเจี้ยนหมิงรองประธานคณะกรรมการเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ฝ่ายเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศกล่าว“ตอนนี้เรามีแผนการทดสอบภาคสนามและทดลองใช้งานเทคโนโลยีก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ซึ่งในท้ายที่สุดเราจะติดตั้งใช้งานสถานีฐาน 5G ให้ครอบคลุมทั่วเมืองและเป็นผู้นำการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ในประเทศจีนจากการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยซ่างไห่เจียวทงและหัวเว่ยเราได้สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อนำภาคอุตสาหกรรมสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยมาร่วมมือกันด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆซึ่งรวมถึง AI, การใช้งานอินเทอร์เน็ตในเชิงอุตสาหกรรมและ IoT เราจะพลิกโฉมเมืองแห่งนี้และเนรมิตนครเซี่ยงไฮ้ให้มีความเป็นอัจฉริยะและไฮเทค”
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากมร. จางเจี้ยนหมิงรองประธานคณะกรรมการเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ฝ่ายเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศมร. หวังก้วนหนานรองหัวหน้าฝ่ายการขนส่งคณะกรรมการเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้มร. ป๋ายเจิ้งกั๋วนายสถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้มร. หลี่เสว่เฉิงรองผู้จัดการทั่วไปไชน่าโมบายล์เซี่ยงไฮ้มร. ปีเตอร์โจวประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดฝ่ายโซลูชั่นไร้สายของหัวเว่ยมร. จางปินยฺหวี่คณบดีคณะซอฟท์แวร์มหาวิทยาลัยซ่างไห่เจียวทงและมร. เสี้ยวยฺหวี่หั่วผู้จัดการทั่วไปบริษัทไชน่าเรลเวย์เซี่ยงไฮ้มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี