นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ที่สุด ให้สมกับเป็นการจัดงานสัปดาห์หนังสือครั้งสุดท้าย ก่อนศูนย์ฯปิดปรับปรุงครั้งใหญ่นานถึงสามปี ในครั้งนี้เราจึงได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายให้กับผู้เข้าชมงานตลอดทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแสดงบนเวทีมากถึง 98 รายการ มีการอบรมสัมมนาในหัวข้อต่างๆ กว่า 30 กิจกรรม นิทรรศการพิเศษกว่า 30 จุด เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความพิเศษเท่านั้น แต่เป็นสิ่งใหม่ สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในงานสัปดาห์หนังสือ
เราเรียกทุกสิ่งนี้รวมกัน ประกอบไปด้วย 9 สิ่งใหม่ ... เพราะรักจึงจัดให้ คือ 6 ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสนามหลวงถึงศูนย์สิริกิติ์ , 23 ปีแห่งความทรงจำกับงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ , Cheer Reader : Book Fair Souvenir , ลุ้น รับจับรางวัล , คลินิกซ่อมหนังสือ , อ่านนอกเส้น: เล่นเส้นเล่นสี, Book Blind Date นัดบอดกับหนังสือชวนอ่าน , แชะ & แชร์ กับหกล้อ , ตุลานี้เจอกันที่ เมืองทอง อยากมีอะไรใหม่ ๆ ที่บอกได้เลย….??
สุชาดา ระบุว่านอกจากนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษต่างๆ แล้ว ภายในงานยังได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการสำคัญ อีก 2 โครงการ ที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อนำสังคมไทยไปสู่การเป็นสังคมรักการอ่านอย่างแท้จริง คือ 1.โครงการ๑อ่านล้านตื่น โครงการนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 เพื่อมอบรางวัลแก่ผู้ที่ให้ความสำคัญต่อการอ่านและเป็นแรงสนับสนุนกระตุ้นให้เกิดการอ่านมากขึ้น รวมถึงการจัดมอบหนังสือให้กับพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ด้วยการให้เลือกหนังสือที่ต้องการอ่านด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการอ่านที่ตรงเป้าหมายดีที่สุด และ 2.โครงการ Read for Thailand อ่านสร้างคน คนสร้างชาติ โครงการใหม่ที่เปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้เป็นปีแรก เป็นโครงการที่เกิดจากการร่วมมือของภาคีเครือข่ายรักการอ่านทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านให้คนไทย เป็นการสร้างสังคมให้อุดมด้วยความรู้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาชาติแบบยั่งยืนและดีที่สุด 3. สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ร่วมกับ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม Flash Talk สาระเนื้อหาแห่งชีวิต ของวรรณกรรมในยุคสมัย โดยนักเขียนชื่อดังมากมาย อาทิ คุณกนกวลี พจนปกรณ์ คุณเสรี ทัศนศิลป์ คุณกุดจี่ พรชัย แสนยะมูล เป็นต้น