ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีนักในช่วง 3 – 4 ปีหลังมานี้มีส่วนที่ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคบ้านเราปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับการตัดสินใจซื้อโดยมองในเรื่องของ “ความคุ้มค่าคุ้มราคา” คือจะเลือกซื้อสินค้าที่ตัวเองรู้สึกว่า คุ้มกับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ควักออกมาจากกระเป๋า....
การเกิดพฤติกรรมในรูปแบบดังกล่าว ทำให้ทั้งซัพพลายเออร์ และร้านค้าปลีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านโมเดิร์นเทรดที่เน้นขายสินค้าราคาถูกอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต ต้องมีการปรับส่วนผสมการตลาดให้ลงตัวเพื่อรับกับพฤติกรรมในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคาที่กล่าวมา
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดในส่วนของซัพพลายเออร์เจ้าของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการปรับเพื่อรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การใช้กลยุทธ์ราคาบวกกับแพ็กไซส์หรือขนาดของสินค้าที่ทำให้รู้สึกว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปโดยมีการเพิ่มปริมาณเข้าไปในราคาที่เท่าเดิม หรือการขายแบบแพ็กคู่รวมถึงการทำโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1
ขณะที่ร้านค้าปลีกนั้น ความคุ้มค่าคุ้มราคาที่นำเสนอ มีทั้งในรูปของการให้คูปองส่วนลด เพื่อใช้คู่กับบัตรสมาชิก การจัดโปรโมชั่นราคา และการจัดรายการโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น
1 แถม 1 กลายเป็นโปรโมชั่นยอดนิยม ที่ทั้งซัพพลายเออร์และร้านค้าปลีกนิยมทำกัน จนกลายเป็นกลยุทธ์ยอดฮิตที่ไม่เล่นไม่ได้แล้ว เพราะโปรโมชั่นในรูปแบบที่ว่านี้ มีส่วนในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ค่อนข้างดี เพราะในแง่จิตวิทยาแล้ว นี่คือ การจัดโปรโมชั่นที่ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มค่าและให้เบเนฟิตที่โดนใจมากที่สุด
ทั้งๆ ที่ทางห้างเอง มีการวางหรือกำหนดราคาที่ทำให้ราคาขายแบบ 1 แถม 1 มีไม่ห่างจากราคาขายแบบ 2 เท่าไรนัก แต่ผู้บริโภคที่ถูกกระตุ้น ณ จุดขาย หรือ กระตุ้นผ่าน Mail หรือโบชัวร์ ที่ลงโฆษณา เกิด Impulse มากขึ้น