ประเทศไทย เป็นประเทศที่ 4 ที่ยูนิโคล่มีการเปิดสาขาในรูปแบบของโรดไซต์ สโตร์ ต่อจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ส่วนประเทศถัดไปจะอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยจึงถือเป็นประเทศแรกในย่านนี้ที่เปิดเปิดสาขาในรูปแบบดังกล่าว โดยในบ้านเรายูนิโคล่เข้ามาทำตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2011 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีสาขารวม 48 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในช้อปปิ้งมอลล์ โดยมีสาขาที่เป็นสแตนอะโลนนอกห้างอยู่ 3 สาขา
ในปี 2016 ยูนิโคล่ เริ่มมีการนำระบบอีคอมเมิร์ช เข้ามาใช้เป็นอีก 1 ช่องทางขาย โดยมีการ Seamless หรือทำให้เป็น O2O แบบไร้รอยต่อ ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ช และมารับที่สาขาได้ในรูปแบบของ “Click & Collect”
“พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าจะแตกต่างกันระหว่างสาขาที่เป็นฟอร์แมทที่อยู่ในห้างกับสาขาแบบโรดไซต์ โดยสาขาในห้างนั้น ลูกค้าไม่ได้มาเพื่อซื้อสินค้าของยูนิโคล่เพียงอย่างเดียว แต่มีการทำกิจกรรมหรือซื้อสินค้าประเภทอื่นๆ ด้วย ขณะที่ลูกค้าที่มาสาขาแบบโรดไซต์ สโตร์ จะมุ่งมาเพื่อซื้อสินค้าของยูนิโคล่ อาจจะเป็นคนที่อยู่ในชุมชน รวมถึงคนในละแวกใกล้เคียงที่ขับรถมาได้ง่าย เราพยายามที่จะสร้างพฤติกรรมการซื้อนอกห้างมากขึ้น สาขาในรูปแบบโรดไซต์ สโตร์ จึงถูกให้ความสำคัญ และจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบนี้ออกไปยังหัวเมืองต่างจังหวัด ซึ่งเรากำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ของตลาดแต่ละจังหวัดอยู่”
มร. โอกุริ โทโมโยชิ บอกอีกว่า การเป็นสาขาที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมหรือชุมชนในย่านที่มีการเข้าไปเปิดสาขานั้น จะทำให้เราสามารถนำแบรนด์ยูนิโคล่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขา ซึ่งจะเป็นไปตามปรัชญา Life Wear ของยูนิโคล่ สาขาในรูปแบบโรด ไซต์ สโตร์ จึงเป็นมากกว่าแค่การเป็นช่องทางขาย แต่ยังทำหน้าที่ในการเป็น Touch Point หนึ่งของการผลักดันแบรนด์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกค้า